โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บลจ.แห่เปิดขายกอง ESG เทรนด์ลงทุนสุดฮิต รับนโยบาย "ไบเดน"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. 2565 เวลา 02.57 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. 2564 เวลา 00.43 น.

ช่วงนี้ จะเห็นภาพการเปิดขายกองทุนในธีมพลังงานสะอาด (Clean Energy) หรือธีมกองทุนยั่งยืน (ESG : Environmental, Social and Governance) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บัวหลวง ที่เปิดขายกอง B-SIP ไปเมื่อช่วงวันที่ 1-8 มี.ค.,

บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดขายกอง Global Clean Energy วันที่ 2-8 มี.ค., บลจ.ทิสโก้ ที่เปิดขาย “กองทุนเปิด ทิสโก้ New Energy” เมื่อวันที่ 8-16 มี.ค. และ บลจ.ทหารไทย กับ บลจ.ธนชาต ที่เปิดขาย 4 กองทุน ARK วันที่ 15-19 มี.ค. ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นธีมการลงทุนการขับเคลื่อนอัตโนมัติ

โดย “ชญานี จึงมานนท์” นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การลงทุนเพื่อความยั่งยืนเป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในประเทศไทยมีมูลค่าทรัพย์สินรวมเพิ่มเป็น 3.4 หมื่นล้านบาท(ณ สิ้น ก.พ. 64) จากระดับ 5,000 ล้านบาทในปี 2562 เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วโลก

โดยเฉพาะในยุโรปและสหรัฐ ซึ่งปี 2564 ยังมีแนวโน้มที่จะมีการเปิดขายกองทุน ESG มากขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันกองทุนที่ลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) มีมูลค่าทรัพย์สินรวมราว 1.1 หมื่นล้านบาท (ณ 9 มี.ค. 64) ส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนในต่างประเทศ

“กองทุนของ MFC (ดูกราฟ) เป็นหนึ่งในกองทุน ESG ที่มีมูลค่าสูงสุด มีการลงทุนไปที่ Master Fund คือ BlackRock Global Funds-Sustainable Energy Fund ที่มีผลตอบแทนย้อนหลัง3 ปีที่ 19.6% ต่อปี และได้เรตติ้งมอร์นิ่งสตาร์ระดับ 5-globe ซึ่งเป็นระดับสูงสุด แสดงถึงการลงทุนที่มีความเสี่ยง ESG ที่ต่ำ

โดยบริษัทที่กองทุนนี้ลงทุนคือ Enel, NextEra Energy, Schneider Electric ที่ลงทุนพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานลม หรือผลิตภัณฑ์/อุปกรณ์ส่งเสริมพลังงานทางเลือก เป็นต้น”

“มนรัฐ ผดุงสิทธิ์” กรรมการผู้อำนวยการ บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Fund) กล่าวว่า ได้จัดตั้งกองทุนเปิด แอล เอช กรีน เทคโนโลยี (LHGREEN) ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Credit Suisse (Lux) Environmental Impact Equity Fund

โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีมากกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ซึ่งกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในทรัพย์สินของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม และสามารถลดผลกระทบหรือก่อให้เกิดผลเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ จะเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) วันที่ 15-23 มี.ค.นี้

“ชวินดา หาญรัตนกูล” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย (KTAM) กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 15-23 มี.ค.นี้ บริษัทได้เปิดเสนอขายกองทุนใหม่ คือ กองทุนเปิดเคแทม โกลบอล ไครเมท เชนจ์ อิควิตี้ ฟันด์ (KT-CLIMATE-A) ซึ่งมีธีมการลงทุนแบบ climate change

เน้นลงทุนในอุตสาหกรรม หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง พัฒนา ที่จะช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมให้กับโลกใบนี้ และการป้องกันการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศอันนำไปสู่สภาวะโลกร้อน

“กองทุนนี้มีแนวทางการลงทุนในตราสารทุนของบริษัททั่วโลก ที่ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศ ใส่ใจเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน หรือ ESG ควบคู่ไปกับโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวของผู้ลงทุนและผู้ซื้อหน่วยลงทุน ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท”

“สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า การลงทุนธีมพลังงานสะอาดจะเป็นเมกะเทรนด์ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า หลังจากนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ มีนโยบายชัดเจนที่จะผลักดันและกลับเข้าร่วมข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสนับสนุนการขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ส่งผลให้ธีมการลงทุนประเภทนี้ค่อนข้างได้รับความน่าสนใจจากทั่วโลก

“กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีอนาคตสดใส คือ พลังงานแสงอาทิตย์ (solar energy) และพลังงานลม (wind energy) แต่คาดว่าโซลาร์น่าจะไปได้ไกลกว่า เพราะดำเนินการได้ง่าย ไม่ต้องพึ่งพาดินฟ้าอากาศ ทั้งนี้ ตัวปลดล็อกสำคัญ คือ การวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่เก็บแบตเตอรี่ (battery storage)

ซึ่งปัจจุบันสามารถจุได้มากกว่าเดิมและมีต้นทุนที่ถูกลงกว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วถึง 10 เท่า นอกจากนี้ การผลักดันรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ปัจจุบันการใช้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น วิ่งได้ไกล 700-800 กิโลเมตร ประกอบกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พัฒนาไปสู่รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดดีมานด์มากขึ้น”

อีกกลุ่มที่น่าสนใจ คือ value chain ของรถอีวีและโซลาร์ อาทิ สถานีชาร์จ, ผู้ผลิตแบตเตอรี่, เหมืองลิเทียม,เซมิคอนดักเตอร์, โรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด ล้วนเป็นกลุ่มที่กองทุนจะเข้าไปลงทุน เพราะในระยะยาวจะมีการเติบโตที่สูงมาก ช่วงนี้อาจจะเป็นแค่การเริ่มต้นทดลอง (early adoption)

สำหรับ “กองทุนเปิด ทิสโก้ New Energy” ที่เพิ่งเสนอขาย เป็นกองทุนรวมตราสารทุน ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) จดทะเบียนมูลค่ากอง 10,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาพลังงานสะอาด การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม

รวมถึงบริษัทที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่าน โดยลงทุนผ่านกองทุน Invesco WilderHill Clean Energy ETF (กองทุนหลัก) ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE Arca, Inc.) ลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท

“เราเน้นสัดส่วนการลงทุนในแวลูเชน clean energy มากกว่า 93% ส่วนที่เหลืออีก 7% ลงทุนในกลุ่มยูทิลิตี้ หรือโรงไฟฟ้า ปัจจุบันขนาดกองแม่มีมูลค่ากว่า 2,700 ล้านเหรียญ มีผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี โตเฉลี่ย 30% ต่อปี และปีที่แล้วโตสูงถึง 200% หลังนายไบเดนขึ้นมารับตำแหน่ง”

สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อการลงทุนกองประเภทนี้ “สาห์รัช” บอกว่า ขึ้นกับภาวะตลาด เพราะเป็นกลุ่มเติบโตสูง (high growth) อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ค่อนข้างแพง ในช่วงที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) ปรับตัวสูงขึ้น อาจจะมีการหมุน (rotation) กลุ่มหุ้นเป็นช่วง ๆ แต่ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานยังเป็นขาขึ้น

นับได้ว่ากองทุนประเภท ESG นี้มาแรง และน่าสนใจมากเลยทีเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...