โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

คลังเปิดลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่ ส.ค.นี้ คาดตัวเลขพุ่ง 20 ล้านคน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 พ.ค. 2565 เวลา 07.56 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2565 เวลา 09.17 น.

คลังเตรียมเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ส.ค.นี้ คาดคนจนพุ่งถึง 20 ล้านคน พร้อมเปิดให้แบงก์รัฐเสนอราคาทำระบบลงทะเบียนใหม่ เล็งจ้างนักศึกษาจบใหม่ช่วยงาน ชี้ใช้บัตรประชาชนแทนบัตรใบเดิม

วันที่ 24 พฤษภาคม 2565 นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเปิดให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยเข้าลงทะเบียนรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ในเดือนส.ค.นี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างให้แบงก์รัฐ อาทิ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เสนอเงื่อนไขการจัดทำระบบเพื่อลงทะเบียนดังกล่าว

“เรากำลังเปิดให้แบงก์รัฐเสนอเงื่อนไขการเสนอตัวเป็นผู้จัดทำระบบการลงทะเบียนบัตรคนจน และการใช้บัตรคนจน เพราะรอบนี้เราจะกำหนดให้ใช้บัตรประชาชนแทนบัตรคนจนใบเดิม แต่บัตรคนจนใบเดิมนั้นสามารถกดเงินสดได้ ฉะนั้น ก็จะต้องมาดูว่าเมื่อใช้บัตรประชาชนแล้วจะสามารถกดเงินสดในช่องทางใดได้บ้าง เบื้องต้นน่าจะใช้ลักษณะการผูกพร้อมเพย์กับแบงก์ เป็นต้น”

นอกจากนี้ จะมีการจ้างงานนักศึกษาจบใหม่เข้ามาช่วยในการเปิดลงทะเบียนรอบนี้ด้วย เพราะหากได้คนในพื้นที่เข้ามาช่วยดูแล ก็จะลดปัญหาการลงทะเบียนตกหล่นด้วย ซึ่งขณะนี้ยังให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พิจารณาในรายละเอียด

ทั้งนี้ คาดว่าในการเปิดให้ลงทะเบียนรอบใหม่ จำนวนคนจนจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 13 ล้านคน เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้มีรายได้น้อย

“เรายังบอกไม่ได้ว่าจะมีคนจนเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ต้องรอผลการลงทะเบียนก่อน แต่เบื้องต้นเราคาดว่าจะเพิ่มขึ้น ส่วนงบฯที่ใช้ในการลงทะเบียนน่าจะอยู่หลักสิบถึงร้อยล้านบาท”

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เผยว่า สาเหตุที่กระทรวงการคลังต้องเปิดให้มีการลงทะเบียนรอบใหม่ เนื่องจากข้อมูลผู้ถือบัตรคนจนในปัจจุบันเป็นข้อมูลในปี 2559-61 โดยที่ผ่านมายังมีกลุ่มตกหล่นที่ไม่สามารถเข้าถึงโครงการประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ในวงกว้าง ทำให้ข้อมูลผู้ถือบัตรคนจนไม่สะท้อนข้อมูลผู้มีรายได้น้อยในปัจจุบัน

ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการลงทะเบียนใหม่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการระบุตัวผู้มีรายได้น้อย และมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรสวัสดิการสังคมของรัฐให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนผู้สนใจลงทะเบียนร่วมโครงการประมาณ 20 ล้านคน ซึ่งจะรวมถึงผู้ถือบัตรคนจนในปัจจุบันประมาณ 13 ล้านคน และผู้เข้าข่ายได้รับสิทธิรายใหม่

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ประมาณการค่าใช้จ่ายสำหรับการลงทะเบียนรอบนี้จำนวนกว่า 560 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าจ้างเหมาบริการระบบลงทะเบียนและการยืนยันตัวตนกรณีการใช้บัตรประชาชนแทนบัตรสวัสดิการจำนวน 164 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายสำหรับการรับลงทะเบียนของหน่วยรับลงทะเบียน ได้แก่ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย กรมบัญชีกลาง (คลังจังหวัด) กระทรวงมหาดไทย (ที่ว่าการอำเภอ) สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร และสำนักงานเมืองพัทยา รวมค่าใช้จ่ายประมาณ 400 ล้านบาท

สำหรับคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนนั้น ได้มีการปรับปรุงจากเงื่อนไขเดิมที่พิจารณารายได้เป็นรายบุคคล เป็นรายครอบครัว โดยกำหนดรายได้ต่อหัวไม่เกิน 1 แสนบาท และยังกำหนดเงื่อนไขใหม่ที่ผู้ลงทะเบียนต้องไม่มีการถือครองบัตรเครดิต ไม่มีหนี้สินบ้านราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และไม่มีหนี้สินยานพาหนะรวมไม่เกิน 1 ล้านบาทด้วย ส่วนทรัพย์สินอื่น ๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ และเงินฝาก จะใช้เงื่อนไขที่ใกล้เคียงกับเงื่อนไขเดิม แต่จะพิจารณารวมทรัพย์สินของบุคคลในครอบครัวด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...