ยูดีทาวน์ ยักษ์ค้าปลีกอุดร งัดที่ดินลุย “โรงแรม-เรสซิเดนซ์” ดูดต่างชาติ-คนไทยสายมู
UD Town (ยูดีทาวน์) ศูนย์การค้าโลคอลรายใหญ่จังหวัดอุดรธานี ภายใต้การบริหารของ บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด เป็นแลนด์มาร์คแหล่งแฮงเอ้าท์ของชาวอุดรธานีนานกว่า 16 ปี และเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้เผชิญการแข่งขันวงการค้าปลีกที่มีรายใหญ่อยู่ในตลาดบริเวณใกล้เคียงกัน ขณะที่ในอนาคตยูดีทาวน์ ไม่จำกัดตัวอยู่ที่ธุรกิจค้าปลีก แต่ประกาศลุยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สร้างการเติบโต
ลงทุนโรงแรม 200 ล้านบาท เจาะกลุ่มระดับกลาง
"ธนกร วีรชาติยานุกูล" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด กล่าวว่า ยูดีทาวน์เปิดดำเนินการมา 16 ปี ด้วยโพซิชั่นไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้ง ในรูปแบบ Open Air ช่วงปี 2562 อุดรธานีคึกคักด้วยจำนวนนักท่องเที่ยว 4 ล้านคน/ปี ทว่าปี 2563-2565 ภาคการท่องเที่ยวดรอปลงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด
ปี 2566 สัญญาณฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยวอุดรธานีเข้ามาต่อเนื่อง และประเมินว่านักท่องเที่ยวจะดีดกลับไปที่ 4 ล้านคน/ปี การันตีจากเที่ยวบินเข้าอุดรธานีเฉลี่ย 58 เที่ยว/วัน จากปี 2563-2564 ลดลงเหลือ 30-40 เที่ยว/วัน ทำให้ปีนี้ยูดีทาวน์เร่งเครื่องกลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโต
"อุดรธานีมีข้อได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ เป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวจากลาวเข้ามาลง ก่อนจะบินต่อไปยังกรุงเทพ และเป็นจุดเชื่อมไปยังจังหวัดใกล้เคียงได้ง่าย เช่น หนองคาย นครพนม เป็นต้น ไม่นับรวมเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ไปจนถึงสายมูเตลู อาทิ ถ้ำนาคา คำชะโนด ดึงดูดการท่องเที่ยวให้ไปต่อได้แม้มีปัจจัยลบโควิด ส่งผลดีต่อธุรกิจศูนย์การค้า โรงแรม และศูนย์ประชุมของกลุ่มยูดีทาวน์"
เบื้องต้น แผน 5 ปีของยูดีทาวน์ เตรียมนำที่ดินของศูนย์การค้ายูดีทาวน์ 1-2 ไร่ จากทั้งหมด 32 ไร่ (ยังไม่ระบุโซน) มาปรับเป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว ภายใต้งบประมาณ 200 ล้านบาท รูปแบบอาคารโลว์ไรส์ 7 ชั้น จำนวน 2 อาคาร รวมห้องไม่เกิน 140 ยูนิต เนื้อที่รวม 8,000 ตารางเมตร
เพื่อต่อยอดการรองรับกลุ่มลูกค้าแสวงบุญและมูเตลูที่เพิ่มจำนวนขึ้น และคิดเป็น 50% ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดอุดรธานี ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ขยายเซกเมนต์ไปสู่ราคาระดับกลาง 1,500-2,000 บาท/คืน เจาะกลุ่มได้ทั้งลูกค้าทั่วไป และลูกค้ากลุ่มราชการที่ต้องการเบิกค่าใช้จ่ายห้องได้
หลังจาก 2 ปีก่อนหน้านี้ ได้เปิดโรงแรมโมโค เจาะกลุ่มกลาง-บน เคาะราคา 2,800-8,500 บาท/คืน จำนวน 68 ยูนิต โดยที่ผ่านมาอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 60% ขึ้นไป จากอานิสงค์การท่องเที่ยวสายมูเตลูที่ไม่เคยลดลง
ปี 2566 คาดหวังอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่ 70-80% จากการท่องเที่ยวฟื้นและรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว อาจเปิดให้ใช้งานเต็มประสิทธิภาพ จะยิ่งเสริมการท่องเที่ยวอุดรธานีให้ทะลัก และส่งผลดีต่อยูดีทาวน์ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มลูกค้าโรงแรมของยูดีทาวน์แบ่งเป็น 20% คนต่างชาติ อาทิ ลาว อเมริกา ยุโรป และ 80% เป็นคนไทย
ดึงแลนด์แบงก์ CBD อุดรธานี ต่อยอดอสังหา
"ภาสกร วีรชาติยานุกูล" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาทิพย์ 456 จำกัด ดำเนินธุรกิจโรงแรมโมโค และศูนย์ประชุมนานาชาติมลฑาทิพย์ ของกลุ่มยูดีทาวน์ เปิดเผยว่า ยูดีทาวน์มีแลนด์แบงก์ในมืออยู่อีก 2 แปลง บริเวณกลางเมืองอุดรธานี เป็นบริเวณใกล้ ๆ ศูนย์การค้ายูดีทาวน์ 4 ไร่ และเป็นที่ดินที่ถัดออกไปอีก 4 ไร่
โดยที่ดินใกล้ยูดีทาวน์ จะนำมาสร้างเป็นเรสซิเดนซ์ปล่อยเช่าระยะยาว เจาะกลุ่มระดับบน เนื่องจากราคาที่ดินกลางเมืองอุดรธานีปรับตัวสูงขึ้น จากปี 2546 อยู่ที่กว่า 40,000 บาท/ตารางวา ขึ้นเป็น 258,000 บาท/ตารางวา จึงต้องทำโครงการให้คุ้มค่าแก่การลงทุน ซึ่งการพัฒนาเรสซิเดนซ์อยู่ในโรดแมป 5 ปี ของยูดีทาวน์ จะเกิดขึ้นหลังจากสร้างโรงแรมแห่งใหม่เสร็จ
ส่วนที่ดินบริเวณถัดไปที่ห่างจากยูดีทาวน์จะนำมาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย อาทิ บ้านเดี่ยว ซึ่งอาจเป็นแผนในระยะถัดไป
สงกรานต์ระอุ ยูดีทาวน์ทุ่มงบ 40 ล้านบาท กระตุ้นยอดสะพัด 50 ล้านบาท
"อภิชา วีรชาติยานุกูล" กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2566 ในส่วนของยูดีทาวน์ เตรียมกลับมาจัดบิ๊กอีเวนต์เทศกาลสงกรานต์ในชื่อ UDON SONGKARNBFESTIVAL 2023 จำนวน 5 วัน 5 คืน ตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายน 2566 หลังจากหยุดการจัดงานมาตั้งแต่ปี 2563 จากปัญหาโควิด
การกลับมาจัดงานครั้งนี้ จะใช้งบลงทุน 30-40 ล้านบาท ดึงดีเจระดับอินเตอร์เนชั่นแนล อาทิ Mike William จากประเทศเนเธอร์แลนด์ Gammer จากสหราชอาณาจักร ตลอดจนหมอลำระดับโกลบอลอย่าง Paradise Bangkok
โดยปี 2566 ขนาดงานจะมีพื้นที่ 12,000 ตร.ม. จากปกติจะตั้งไว้ที่ 8,000 ตร.ม. จุคนได้ 20,000 คน/วัน คาดหวังว่า 5 วัน จะมีนักท่องเที่ยว 100,000 คน ทำยอดเงินสะพัดกว่า 50 ล้านบาท
รูปแบบภายในงานจะแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ
1.โซนครอบครัว มีสตรีทฟู้ด 100 เมนู บูธเครื่องดื่ม และดีเจแนว House Music เวลา 17.00-23.00 น.
2.โซน EDM Party จำกัดอายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้นประกอบด้วย 4 โซนย่อย
- โซน VVIP First Class ราคาโต๊ะละ 25,000 บาท/วัน/6 ท่าน ราคาเหมา 4 วัน 78,000 บาท จากราคา 100,000 บาท
- โซน VVIP Business Class ราคาโต๊ะละ 12,000 บาท/วัน/6 ท่าน ราคาเหมา 4 วัน 35,000 บาท จากราคา 48,000 บาท
- โซน VIP (ยืน) ราคาสเตชั่นละ 19,200 บาท/วัน/4 ท่าน ราคาเหมา 4 วัน 15,000 บาท จาก 19,200 บาท
- โซน GA ทั่วไป ราคา 400 บาท/วัน/1 ท่าน ราคาเหมา 4 วัน 800 บาท จาก 1,600 บาท