เขตสุขภาพที่ 4, 5 โชว์ระบบบริการสาธารณสุข เพิ่มการเข้าถึงให้ประชาชน
เขตสุขภาพที่ 4, 5 โชว์ระบบบริการสาธารณสุข เพิ่มการเข้าถึงให้ประชาชน
วันนี้ (3 มีนาคม 2566) ที่โรงพยาบาล (รพ.) พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ.
และคณะผู้บริหาร สธ.ติดตามการดำเนินงานพร้อมมอบนโยบายให้เขตสุขภาพที่ 4 และ 5 โดยมี นายธรรมนูญ ศรีวรรธนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ ผู้ตรวจราชการ สธ. เขตสุขภาพที่ 4 พญ.อัจฉรา นิธิอภิญญาสกุล ผู้ตรวจราชการ สธ.เขตสุขภาพที่ 5 พร้อมด้วยบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ให้การต้อนรับ
นายอนุทิน กล่าวว่า เขตสุขภาพมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของ สธ.ซึ่งการติดตามการดำเนินงานในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา นอกจากช่วยให้ทราบถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบสุขภาพของพื้นที่ ยังเป็นโอกาสที่จะได้รับฟังปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไข เพื่อพัฒนางานในอนาคตให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด ซึ่งจากการติดตามผลการดำเนินงานของเขตสุขภาพที่ 4 และ 5 พบว่ามีการพัฒนาระบบบริการสุขภาพตามนโยบายครบทุกด้านและเกิดผลสำเร็จอย่างดี ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบบริการได้สะดวก ทั่วถึง
มีการยกระดับการสร้างเสริมสุขภาพอย่างเป็นระบบ รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามมาตรฐาน ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชุมชน
นพ.สุรโชค กล่าวว่า จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 4 (สระบุรี นนทบุรี ลพบุรี อ่างทอง นครนายก สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี) ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายปีสุขภาพสูงวัยไทย โดยพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุในระยะฟื้นฟู (Intermediate Care) มีศูนย์บริการ Intermediate Care ประจำโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปครบทุกแห่ง, หอผู้ป่วย Intermediate Care ทุกจังหวัด, จัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูชุมชน “ศูนย์ร่วมสุข” ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) อย่างน้อยอำเภอละ 1 แห่ง และร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จัดตั้งกองทุนฟื้นฟูครบทุกจังหวัดเพื่อดูแลด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วย เช่น เป็นคลังอุปกรณ์ชุมชน ศูนย์ซ่อมอุปกรณ์ชุมชน บริการปรับสภาพบ้าน จัดอบรมอาสาสมัครฟื้นฟูชุมชน เป็นต้น ทั้งหมดนี้ช่วยให้ผู้ป่วยกว่าร้อยละ 75 กลับมามีสมรรถนะทางกายดีขึ้น ช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น และยังวางแผนดำเนินงานเพื่อป้องกันภาวะถดถอยในผู้สูงอายุ โดยมีการคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุรวมกว่า 400,000 คน ในส่วนของ จ.ลพบุรี ยังมีการวิจัยพัฒนายากัญชาสำหรับใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และตั้งคลินิกกัญชาในโรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัด สธ. 11 แห่ง และ รพ.มะเร็งลพบุรี (สังกัดกรมการแพทย์) 1 แห่ง
ด้าน พญ.อัจฉรา กล่าวถึงการพัฒนาศักยภาพการบริการของเขตสุขภาพที่ 5 (เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ประจวบคีรีขันธ์ สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี) เพื่อให้ประชาชนในเขตสุขภาพกว่า 5 ล้านคน เข้าถึงการรักษาขั้นสูงมากขึ้น ว่า ได้จัดตั้งศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือดรวม 6 ศูนย์ ให้บริการสวนหัวใจ ผ่าตัดหัวใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้านการรักษาโรคมะเร็ง มีศูนย์ให้ยาเคมีบำบัดและผ่าตัดรักษาโรคมะเร็งในโรงพยาบาล 6 แห่ง และมีศูนย์รังสีรักษาอีก 2 แห่ง คือ รพ.ราชบุรี และ รพ.สมุทรสาคร ส่วนด้านการบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ ดำเนินงานร่วมกับสภากาชาดไทย ในปี 2565 มีผู้บริจาคอวัยวะและดวงตาเพิ่มขึ้น ร้อยละ 20 มีศูนย์ปลูกถ่ายกระจกตา 5 แห่ง คือ รพ.บ้านแพ้ว สมุทรสาคร รพ.นครปฐม รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) นครปฐม รพ.พหลพลพยุหเสนา กาญจนบุรี และ รพ.เจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี และมีศูนย์ปลูกถ่ายไตที่ รพ.ราชบุรี นอกจากนี้ ยังเพิ่มศัยภาพภาพการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง โดยเปิดศูนย์รักษาด้วยวิธีลากลิ่มเลือดผ่านสายสวน (Thrombectomy) ที่ รพ.หัวหิน และ รพ.นครปฐม รวมถึงนำร่องการผ่าตัดผ่านกล้องแบบวันเดียวกลับที่ รพ.พหลพลพยุหเสนา ด้วย