ทร.รับ “เรือหลวงช้าง” ขนาด 2.5 หมื่นตัน-มั่นใจขีดความสามารถ
สำนักข่าวไทย Online
อัพเดต 25 เม.ย. 2566 เวลา 20.07 น. • เผยแพร่ 25 เม.ย. 2566 เวลา 13.07 น. • สำนักข่าวไทย อสมท25 เม.ย. – ทร. รับ “เรือหลวงช้าง” ขนาด 2.5 หมื่นตัน ขึ้นอันดับ 1 เรือลำใหญ่ที่สุดในกองทัพเรือ ด้าน ผบ.ทร. มั่นใจขีดความสามารถ ตั้งงบฯ ปี 67 อีก 950 ล้านบาท เสริมเขี้ยวเล็บ ระบบอำนวยการรบ-ติดตั้งปืนเรดาร์ยืนยันแม้ลำใหญ่แต่ไม่สิ้นเปลื้อง ส่งผลดีสัมพันธ์ ทร.ไทย-จีน
วันที่ 25 เม.ย. 2566 พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีต้อนรับเรือหลวงช้าง เรืออเนกประสงค์ยกพลขึ้นบกลำใหม่ของกองทัพเรือ ที่สั่งต่อจากสาธารณรัฐประชาชนจีน และเดินทางถึงประเทศไทย ณ ท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการกองทัพเรือในพื้นที่ ตลอดจนครอบครัวของกำลังพลประจำเรือ รวมถึงครอบครัวของทหารกองประจำการ (พลทหาร) ที่เดินทางไปรับเรือ ร่วมในพิธี
เวลา 15.45 น. ผู้บัญชาการทหารเรือเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นเวลา 16.00 น. ได้ขึ้นแท่นรับความเคารพจากกำลังพลประจำเรือ โดยพลเรือเอก อะดุง พันธ์เอี่ยม ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ได้กล่าวรายงานถึงความเป็นมาในการจัดหาเรือหลวงช้างเข้าประจำการ
ผู้บัญชาการทหารเรือกล่าวต้อนรับเรือหลวงช้าง และให้โอวาทกำลังพลประจำเรือตอนหนึ่งว่า ตามที่กองทัพเรือดำเนินการจัดหาเรือหลวงช้างเข้าประจำการเพื่อรองรับภารกิจในการป้องกันรักษาอธิปไตยและการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ด้วยการปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก และสนับสนุนการปฏิบัติการเรือดำน้ำ ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนบรรเทาสาธารณภัยพิบัติต่างๆ
นับเป็นการพัฒนากำลังรบที่สำคัญของกองทัพเรือ ซึ่งตนมั่นใจว่าด้วยขีดความสามารถของเรือหลวงช้างลำนี้จะเพิ่มศักยภาพให้กองทัพเรือที่จะส่งผลให้การสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของประเทศประสบความสำเร็จลุล่วงตามที่ได้รับมอบหมายเป็นอย่างดี
ในส่วนของกำลังพลประจำเรือ ขอชื่นชมทุกท่านที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นกำลังพลชุดแรกปฏิบัติงานในเรือลำนี้ และสามารถนำเรือเดินทางจากสาธารณรัฐประชาชนจีนถึงประเทศไทย ด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย และขอให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อเป็นกำลังสำคัญให้เรือลำนี้มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายต่อไป
พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า สำหรับเรือหลงช้างลำนี้ เป็นเรือสนับสนุนยกพลขึ้นบก เป็นเรือพี่เลี้ยงเรือดำน้ำ ใช้ในการช่วยเหลือประชาชนบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งเรือหลวงช้างที่เดินทางกลับมาประเทศไทย การติดตั้งอุปกรณ์บางอย่างยังไม่เรียบร้อย เนื่องจากงบประมาณไม่เพียงพอติดต้้งอุปกรณ์ เช่น ระบบอาวุธ ปืนหลัก ปืนรอง ศูนย์ยุทธการ ระบบตรวจการณ์เรดาร์อากาศ และเรดาร์การควบคุมบังคับบัญชาของเรือผิวน้ำ รวมถึงห้องยุทธการ กองทัพเรือจะได้ว่าจ้างบริษัทติดตั้งระบบต่างๆ พร้อมปฏิบัติภารกิจ โดยกองทัพเรือได้ตั้งงบประมาณในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ 2567 ซึ่งผ่านคณะรัฐมนตรีและรอสภาฯ ใหม่พิจารณาต่อไป วงเงิน 950 ล้านบาท
ทั้งนี้ ภารกิจในการเป็นเรือพี่เลี้ยงเรือดำน้ำยังต้องมีการติดตั้งระบบในระยะต่อไป เมื่อมีการจัดหาเรือดำน้ำเข้ามาประจำการค่อยมาดำเนินการตรงนี้ได้ ดังนั้น จึงยังมีเวลา แต่เรื่องระบบอาวุธ ศูนย์ยุทธการ และอาวุธปืน จำเป็นต้องติดตั้งให้เรือก่อน ยืนยันว่างบประมาณที่ใช้จ่ายไปมีความคุ้มค่าอย่างแน่นอน
นอกจากภารกิจในการจัดหายกพลขึ้นบกตามยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือแล้ว เรือดังกล่าวยังสามารถใช้ในงานด้านการบรรเทาสาธารณภัย ช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ ซึ่งเรือยกพลขนาดใหญ่จะทำให้เราสามารถปฏิบัติการได้ในช่วงที่คลื่นลมแรง
เมื่อถามว่ามีการวิจารณ์เรื่องค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองเมื่อมีการออกปฏิบัติการ พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า แม้เรือดังกล่าวจะเป็นเรือใหญ่ แต่เมื่อออกไปปฏิบัติภารกิจตามปกติจะใช้ความเร็ว มัธยัสถ์ในการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน เรือช้างมีความเร็วสูงสุด 25 นอต แต่ความเร็วมัธยัสถ์ 18 น็อต ถ้าเราเดินเรือด้วยความเร็ว 12 นอต จะใช้น้ำมันไม่มากนัก อาจจะเทียบเท่ากับเรือจักรีนฤเบศร หรือเรือหลวงอ่างทอง
เมื่อถามว่าเพราะกังวลเรื่องระบบของเรือจีน ผบ.ทร. กล่าวว่า เรือที่มายังไม่ได้มีการติดตั้งระบบอาวุธ ระบบเซ็นเซอร์ ระบบอำนวยการ ซึ่วในงบประมาณปี 67 จะมีการคัดเลือกบริษัทที่มาดำเนินการ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นของจีน แต่ต้องมาดูความต้องการและภารกิจของเรือว่าต้องการแบบไหน และเข้ากันได้กับระบบของเรือหลวงช้างหรือไม่
“การจัดหาเรือลำนี้ส่งผลดีต่อเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน ตนมีโอกาสได้เยือนจีน โดยท่านมีหนังสือเชิญตนและทีมงานเดินทางไปเยือนกองทัพเรือจีนอย่างเป็นทางการ ได้มีการเข้าพบ ผบ.ทร.จีน และเข้าเยี่ยมคำนับรัฐมนตรีกลาโหมจีน ถือเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์กองทัพเรือสองชาติ หลังจากสถานการณ์โควิดที่ห่างหายไป
นอกจากนั้นจะมีการจัดประชุมเนวีทอล์กระหว่างกองทัพเรือสองชาติครั้งแรก โดยมีไทยเป็นเจ้าภาพ จะมีการเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่ออนุมัติแนวทางการประชุมต่อไป รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ในการฝึกร่วมอย่างต่อเนื่อง เช่น การฝึกภายใต้รหัสบลูสไตร์ค ครั้งที่ 5 กองทัพเรือไทยจะเป็นเจ้าภาพ” ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันกองทัพเรือมีจำนวนเรืออเนกประสงค์ยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ไม่เพียงพอตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ จึงมีความจำเป็นจะต้องจัดหาเพิ่มเติม เพื่อให้มีขีดความสามารถเป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่กำหนด ตั้งแต่ในภาวะปกติ โดยมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก การขนส่งลำเลียงอีกทั้งเป็นเรือบัญชาการ พร้อมให้การสนับสนุนการปฏิบัติการเรือดำน้ำ การค้นหาและกู้ภัยทางทะเล รวมทั้งสนับสนุนการช่วยเหลือ กู้ภัยเรือดำน้ำ และการช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัย การอพยพประชาชน สนับสนุนการป้องกันและต่อต้านการก่อการร้ายในทะเล และท่าเรือ
ทั้งนี้ ตามระเบียบของกองทัพเรือ ได้กำหนดหลักเกณฑ์การตั้งชื่อเรือรบ ตามประเภทของเรือ โดยในส่วนของเรือยกพลขึ้นบก กำหนดให้ตั้งชื่อตามเกาะต่างๆ ในประเทศไทย โดยเรือยกพลขึ้นบกลำใหม่นี้ ได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า “เรือหลวงช้าง” (เกาะช้าง จ.ตราด)
ทั้งนี้ เรือหลวงช้าง เป็นเรือประเภทอเนกประสงค์ยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่สนับสนุนการปฏิบัติการเรือดำน้ำ มีกำลังพลประจำเรือจำนวนทั้งสิ้น 196 นาย ปัจจุบันมีนาวาเอกธีรสาร คงมั่น เป็นผู้บังคับการเรือ คุณลักษณะที่สำคัญมีความยาวตลอดลำ 210 เมตร ความกว้าง 28 เมตร กินน้ำลึก 7 เมตร ระวางขับน้ำ 25,000 ตัน ทำให้เรือลำดังกล่าวเป็นเรือมีขนาดใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือ แทนเรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ ที่ ทร.ไทยจัดซื้อจากสเปน ซึ่งมีระวางขับน้ำ 11,544 ตัน ทำความเร็วสูงสุดได้ 25 นอต
-ดาดฟ้ายานพาหนะที่ 1 สามารถบรรทุกรถสะเทินน้ำสะเทินบก (AAV) ได้ 8 คัน หรือยานเกราะล้อยาง (MBT) 11 คัน
-ดาดฟ้ายานพาหนะที่ 2 สามารถบรรทุกรถสะเทินน้ำสะเทินบก (AAV) ได้ 8 คัน หรือยานเกราะล้อยาง (MBT) 9 คัน
-อู่ลอย สามารถบรรทุกเรือระบายพลขนาดกลาง (LCM) 6 ลำ หรือเรือระบายพลขนาดเล็ก (LCVP) 9 ลำ หรือรถสะเทินน้ำสะเทินบก (AAV) 57 ลำ หรือยานเบาะอากาศ (LCAC) จำนวน 2 ลำ นอกจากนั้นยังสามารถบรรทุกกำลังรบยกพลขึ้นบกได้ถึง 600 นาย ใช้งบประมาผณในการจัดซื้อ 6,100 ล้านบาท
เมื่อเข้าประจำการในกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการแล้ว เรือหลวงช้างจะมีภารกิจหลักในการปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก การขนส่งและลำเลียง อีกทั้งเป็นเรือบัญชาการ โดยมี ภารกิจรองในการสนับสนุนการปฏิบัติการเรือดำน้ำ อาทิ การช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัย (HADR) การอพยพประชาชน การสนับสนุนการป้องกันและต่อต้านการก่อการร้ายในทะเลและท่าเรือ เป็นต้น.-สำนักข่าวไทย