โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เล็บขบ! ทำเจ็บนิ้วตีนเกินทน

อีจัน

อัพเดต 06 มี.ค. 2566 เวลา 08.36 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2566 เวลา 08.36 น. • อีจัน

เอาจริงคนไม่เคยเป็นเล็บขบไม่รู้หรอก ว่าความเจ็บปวดมันมากมายเพียงใด แถมกวนจิตกวนใจยิ่งนัก

แล้วทำไมวัยรุ่นถึงเล็บขบ!

ก็เพราะปัญหาเล็บขบ มักเกิดในช่วงวัยรุ่นนะสิ

สาเหตุหลักๆ ที่พาชีวิตมาพบกับเล็บขบ คือ

การใส่รองเท้าที่บีบรัดเท้ามากเกินไป เช่น รองเท้าส้นสูง ทำให้เวลาเล็บงอกขึ้นใหม่จะทิ่มลงไปในเนื้อ รองเท้ากีฬา ที่ต้องกระชับบีบรัดเท้า และกระแทกต่อเนื่อง เช่น นักกีฬานักฟุตบอล

ชอบตัดเล็บแบบชนิดแซะเนื้อมากเกินไป ตัดมุมเล็บมากเกินไป ทำให้เวลาเล็บงอกใหม่จะถูกกดลึกลงไปในเนื้อแล้วเกิดการอักเสบมากขึ้น

การติดเชื้อราที่เล็บเนื่องจากทำให้เล็บผิดรูป

การมีหน้าเท้ากว้าง มีเนื้อรอบเล็บมากกว่าปกติ ซึ่งพบได้บ่อยในภาวะน้ำหนักเกิน

แม้เล็บขบจะเกิดมากในวัยรุ่น แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกช่วงอายุจะไม่เกิดนะ ที่สำคัญนอกจากเกิดที่นิ้วหัวแม่เท้าเป็นส่วนใหญ่แล้ว เล็บขบยังเกิดได้กับทุกนิ้วเท้า

จากอุบัติเหตุเช่นเดินเตะเก้าอี้ เตะขาโต๊ะ ทำให้เล็บฉีกแล้วทิ่มลงไปในซอกเล็บ ซึ่งทำให้ขอบเล็บงอกไปเบียดเนื้อข้างเล็บ ทำให้มีอาการเจ็บ บวม แดงอักเสบ บางครั้งอาจมีการติดเชื้อได้

ไม่อยากเป็นเล็บขบต้องป้องกัน ลองทำดูค่ะ

ตัดเล็บเท้าให้ตรง ไม่โค้ง ไม่ตัดเล็บเท้าสั้นเกินไป เนื่องจากเล็บที่สั้นเกินไป เมื่อเราเดินลงน้ำหนัก พื้นรองเท้าจะดันให้เนื้อที่ปลายนิ้วเท้าขึ้นมาเบียดและบาดเล็บได้

เลือกรองเท้าที่ขนาดพอดี ความยาวพอดี ไม่สั้นเกินไป

เลือกรองเท้าที่ทรงพอดี หน้าเท้าไม่แคบเกินไป

ใส่รองเท้าเซฟตี้ หากต้องทำงานที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุที่เท้า เช่น ทำงานโรงงาน

ถ้าเป็นคนที่มีโรคประจำตัวที่ทำให้รับความรู้สึกที่เท้าได้ลดลง เช่น มีอาการชาเท้า ต้องมีผู้เชี่ยวชาญเลือกรองเท้าและวัดเท้า เนื่องจากบางทีจะไม่รู้สึกว่ารองเท้าคับเกินไป และควรสำรวจเท้าตัวเองเป็นประจำ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาเบาหวาน ซึ่งจะมีปัญหาต่าง ๆ ที่เท้าได้ง่าย

เมื่อสังเกตว่าเป็นเล็บขบ มีวิธีรักษาง่ายๆ เบื้องต้นดังนี้

-แช่น้ำอุ่นวันละ 3-4 ครั้งหรืออย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น หลังแช่น้ำอุ่นให้เช็ดเท้าให้แห้งโดยเฉพาะบริเวณซอกเล็บ

-พยายามทำให้เท้าแห้งระหว่างวัน เช่น ถ้าทำงานนั่งโต๊ะ ให้ถอดรองเท้าตอนนั่งทำงาน ลดการอับชื้น

-เลือกรองเท้าที่ขนาดพอดี ทั้งทรงรองเท้า (หน้าที่แคบเกินไป) และขนาดรองเท้า (ไซส์พอดี)

-ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกรองเท้าที่เปิดหน้าเท้า เช่นรองเท้าแตะ

-ใช้ยาแก้ปวด และยาแก้อักเสบ ถ้ามีอาการปวด โดยต้องปรึกษาเภสัชกรเพื่อรับยา

เล็บขบเป็นหนองทำอย่างไร?

ถ้ามีเล็บขบที่มีหนองเกิดขึ้น แสดงว่าน่าจะมีการติดเชื้อการรักษาแนะนำว่าควรจะทำการถอดเล็บบางส่วน และทานยาปฏิชีวนะ

ถ้ามีการติดเชื้อ มีหนอง ร่วมกับมีเนื้อปูดออกมา แนะนำให้ผ่าตัดเพื่อนำเล็บบางส่วนออก หลังผ่าตัดเนื้อที่ปูดออกมาก็จะยุบไปเอง

อีจัน เข้าใจวัยรุ่นเล็บขบดี เพราะชีวิตนี้ก็เคยผ่านเล็บขบมาก่อน นอกจากเล็บขบแล้วก็ยังมีปัญหากลิ่นอับจากรองเท้าและเท้าที่เปียกชุ่มเหงื่อจากการเล่นกีฬา

เอาเป็นว่า…ปัญหาเล็บขบป้องกันตามข้อมูลข้างต้นที่บอกไปนะคะ

ส่วนปัญหาเท้าเหม็น เท้าอับชื้น จนก่อเกิดเชื้อแบคทีเรีย อีจัน แนะนำ “จันหอม” สเปรย์ระงับกลิ่นเท้า ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยแก้ปัญหากลิ่นเท้าไม่พึงประสงค์ ลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่นเหม็น

นอกจากนี้ สาร Tannin ที่ได้จากลูกพลับญี่ปุ่น ยังช่วยทำให้รูขุมขนเล็กลง ลดการเกิดเหงื่อบริเวณที่ฉีดสเปรย์ระงับกลิ่น เป็นการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ

หมดปัญหากลิ่นเท้ากวนใจ ไม่ว่าจะใส่รองเท้าแบบไหน ก็มั่นใจได้ตลอดวัน ด้วยสเปรย์ระงับกลิ่นเท้า จันหอม เพียงฉีด 1 ครั้ง ก่อนหรือหลังใส่ถุงเท้าก็ได้ สามารถป้องกันกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ได้ยาวนานถึง 24 ชม.

สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :

Line OA : @junhom หรือคลิก https://lin.ee/No5ZAhz

Facebook : https://www.facebook.com/JunhomSP

Tiktok : https://www.tiktok.com/@junhomofficial

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.pitsanuvej.com/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%9A-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B8%94/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...