โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไมเนอร์ โฮเทลส์ เดินหน้ารุกตลาดอินเดีย ตั้งเป้าขยายโรงแรม 50 แห่ง ภายใน 10 ปี พร้อมเปิดสำนักงานในเมืองบังกาลอร์ และนับถอยหลังสู่การเปิดตัวโรงแรมอนันตราในภูมิภาคนี้

Positioningmag

อัพเดต 23 พ.ค. 2567 เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2567 เวลา 09.45 น.

ไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels) บริษัทผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรมระดับโลก ทั้งในฐานะเจ้าของ ผู้บริหาร และผู้ลงทุน ซึ่งปัจจุบันมีโรงแรมมากกว่า 540 แห่งใน 56 ประเทศ เร่งเดินหน้ารุกตลาดการท่องเที่ยวและบริการในประเทศอินเดีย โดยตั้งเป้าเปิดโรงแรมใหม่ 50 แห่งภายใน 10 ปี
กลยุทธ์การบุกตลาดอินเดียของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ จะเน้นไปที่กลุ่มโรงแรมระดับบน (upper-upscale) และกลุ่ม ลักซ์ชูรี (luxury) โดยเชื่อว่าแบรนด์ชั้นนำที่เป็นที่รู้จักกันดีของกลุ่ม อันได้แก่ อนันตรา อวานี และเอ็นเอช คอลเลคชั่น จะได้รับความสนใจอย่างมากจากเจ้าของกิจการในอินเดีย
สำหรับแบรนด์ที่มีแก่นที่โดดเด่นและแตกต่างอย่าง อนันตรา โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท (Anantara Hotels & Resorts) เป็นแบรนด์ที่เหมาะกับโรงแรมในกลุ่มสถานบำบัดเพื่อสุขภาพแบบอายุรเวท ที่พักท่ามกลางธรรมชาติ และปราสาทราชวังอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ในขณะที่แบรนด์ อวานี โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท (Avani Hotels & Resorts) จะเข้าไปเติมเต็มช่องว่าง ทางการตลาดของกลุ่มโรงแรมไลฟ์สไตล์ในประเทศอินเดีย ส่วนแบรนด์ที่เชื่อว่าจะดึงดูดโอกาสทางธุรกิจจากกลุ่มโรงแรมตลาดระดับบน จะเป็นแบรนด์ เอ็นเอช คอลเลคชั่น โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท (NH Collection Hotels & Resorts)
นอกจากนี้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังเล็งเห็นถึงโอกาสสำหรับแบรนด์โรงแรมกลุ่มตลาดอัพสเกล (upscale) อย่าง เอ็นเอช โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท (NH Hotels & Resorts) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองรองและเมืองที่มีสนามบินซึ่งมีการพัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็ว
ไมเนอร์ โฮเทลส์ จะมองหาโอกาสธุรกิจแบบสัญญาบริหารจัดการโรงแรม และเน้นโครงการพัฒนาใหม่ (Greenfield developments) ในจุดหมายปลายทางหรือทำเลที่กำลังมาแรง เพื่อสานต่อกลยุทธ์ในการสร้างจุดหมายปลายทางที่เป็นรากฐานขององค์กรมาอย่างยาวนานตลอด 46 ปี


มร. อาเมียร์ โกลบาร์ก (Amir Golbarg) รองประธานอาวุโส ประจำตะวันออกกลาง แอฟริกา และอินเดีย ของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ กล่าวว่า “เรามีความมั่นใจในศักยภาพของตลาดอินเดีย และได้รับความสนใจจากเจ้าของธุรกิจอย่างล้นหลาม โดยเราเน้นแนวทางความร่วมมือในแบบ ‘หุ้นส่วนสูงกว่าอสังหาริมทรัพย์’ (partnership over properties) ซึ่งหมายความว่าเราพิถีพิถันในการคัดเลือกโรงแรมที่จะนำเข้ามาอยู่ในพอร์ตโฟลิโอของเรา โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตรที่มีค่านิยมและวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับเรา จุดแข็งของไมเนอร์อยู่ที่ความสามารถในการคิดธุรกิจระดับโลก และนำความคิดนั้นมาดำเนินการในระดับท้องถิ่น โดยเราสามารถนำมาตรฐานและวิธีการดำเนินงานต่าง ๆ มาปรับให้เหมาะสมกับแต่ละตลาดที่เราดำเนินธุรกิจอยู่ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เราเชื่อว่าช่วยให้เรามีความได้เปรียบเป็นอย่างมากในการทำธุรกิจในอินเดีย”
ไมเนอร์ โฮเทลส์ เริ่มเข้าสู่ตลาดอินเดียในปี 2560 ด้วยการเปิดตัวโรงแรม โอ๊คส์ พุทธคยา (Oaks Bodhgaya) ในรัฐพิหาร (Bihar) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และเตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในปลายปีนี้ ด้วยการเปิดตัวโรงแรม อนันตรา จัยปูร์ (Anantara Jaipur Hotel) ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวแบรนด์โรงแรมหรูในเครือ แห่งแรกในประเทศอินเดีย
เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังได้เปิดสำนักงานแห่งใหม่ในเมืองบังกาลอร์ (Bengaluru) ซึ่งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจในระยะยาวในอินเดีย โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางกลุ่มได้แต่งตั้ง มร. วิเจย์ กฤษณัน (Vijay Krishnan) เข้ามาดำรงตำแหน่ง รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ ของอินเดีย ทำหน้าที่ดูแลภาพรวมการดำเนินงานต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ กลยุทธ์การเปิดสำนักงานถาวรในบังกาลอร์ ยังแสดงถึงการวางตำแหน่งของไมเนอร์ โฮเทลส์ ในระดับแถวหน้าของการเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในอินเดียตอนใต้ ซึ่งคาดการณ์ว่ามีศักย ภาพในการเติบโตที่สูงมากในภูมิภาคนี้
มร. ดิลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมเนอร์ โฮเทลส์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (SET:MINT) กล่าว “เรามีความเชื่อมั่นในตลาดอินเดีย เชื่อในศักยภาพของอินเดียในการเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวขาเข้าระดับโลก เรายังเชื่อมั่นในโอกาสทางธุรกิจอีกมากมายในตลาดภายในประเทศที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว นี่คือสาเหตุที่เราทุ่มลงทุนในการดำเนินธุรกิจของเราที่นั่น และเราจะยังคงลงทุนต่อเพื่อบรรลุความมุ่งมั่นของเราในการเติบโตในตลาดอินเดีย ด้วยประสบการณ์ที่เต็มเปี่ยมของเราในการบริหารโรงแรมระดับโลกในจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ บวกกับการที่แบรนด์โรงแรมต่าง ๆ ของเราเป็นที่รู้จักอย่างดีในตลาดอินเดีย เราจึงมั่นใจว่าความสามารถของเราจะมีบทบาทสำคัญในความสำเร็จอันต่อเนื่องของธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศอินเดีย”
แบรนด์โรงแรมในเครือ ไมเนอร์ โฮเทลส์ นับเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดต่างประเทศที่เติบโตเร็วที่สุดขององค์กรโดยเฉพาะสำหรับแบรนด์อนันตรา โดยมีอัตราการเข้าพักโรงแรมในเครือทั่วเอเชียและตะวันออกกลางสูงขึ้นถึง 72% ในปี 2566 เมื่อเทียบกับปี 2565 และยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอีกในปี 2567 โดยในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 36% จากปีที่แล้ว
นอกจากนี้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังเป็นสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรโรงแรมสากล หรือ GHA DISCOVERY (GHA) ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรแบรนด์โรงแรมอิสระที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งรายได้ที่เกิดจากโรงแรมในกลุ่ม GHA ประเทศอินเดีย ทำสถิติสูงสุดที่ 68 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566 โดยล่าสุดจำนวนสมาชิกของ GHA ในอินเดียยังเพิ่มขึ้นถึง 500,000 ราย หรือสูงขึ้น 21% เมื่อเทียบเป็นรายปี นอกจากนี้ สมาชิกจากประเทศอินเดียยังใช้จ่ายในโรงแรมในเครือ GHA มากขึ้นในปีที่แล้ว ซึ่งสร้างรายได้ให้กับโรงแรมเป็นประวัติการณ์ที่ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 46% เมื่อเทียบเป็นรายปี
จากการวิจัยของ GHA พบว่าในปี 2567 สมาชิกจากประเทศอินเดียกำลังวางแผนการเดินทางเพื่อการพักผ่อนโดยเฉลี่ยคนละ 4 ทริป พักผ่อนใกล้ ๆ บ้านหรือแบบ Staycation 3 ครั้ง และเดินทางเพื่อธุรกิจ 5 ครั้ง โดยจุดหมายปลายทาง 3 อันดับแรก ได้แก่ ยุโรป ไทย และมัลดีฟส์ ซึ่งไมเนอร์ โฮเทลส์ เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการรายใหญ่ที่สุดในแต่ละตลาดเหล่านี้ โดยมีโรงแรมมากกว่า 300 แห่งในยุโรป 25 แห่งในไทย และ 7 แห่งในมัลดีฟส์
กลยุทธ์การเติบโตของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ในอินเดีย เป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายธุรกิจไปทั่วโลกขององค์กร ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ โดยตั้งเป้าที่จะเพิ่มโรงแรมมากกว่า 200 แห่งในสามปีข้างหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...