โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แม่วอนทนายช่วยลูกสาวพิการหลังทำคลอดที่ รพ.ดัง จนเส้นประสาทขาด

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 23 มิ.ย. 2567 เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2567 เวลา 09.47 น. • AdminNews

วันที่ 23 มิ.ย.67 นางปัทมา (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี แม่ค้าขายข้าวในโรงงานร้องเรียนผู้สื่อข่าวว่า ไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังมีอาการเจ็บท้องคลอดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2566 ช่วงประมาณเย็นๆพอแฟนเลิกงานกลับบ้านมาเวลาประมาณ 20.00 น. ก็พากันไปหาหมอที่โรงพยาบาล และก็ได้แจ้งกับทางโรงพยาบาลตรงห้องฉุกเฉินว่า จะมาคลอดบุตรต้องการผ่าคลอดฝากที่คลีนิก และพยาบาลก็บอกว่าให้ไปคุยกับหมอด้านบน

ซึ่งตนเองก็บอกว่าต้องการผ่าคลอดเพราะอายุเยอะแล้วจากนั้น เขาก็ให้เซ็นผ่าคลอด เซ็นทำหมั้น ซึ่งตนเองอายุ 46 ปี มีบุตรง่ายเพราะกลัวว่าจะพลาดมีบุตรอีกเพราะตอนนี้ก็มี 4 คนแล้ว เพื่อที่จะได้เจ็บครั้งเดียว เมื่อเข้าไปในห้องคลอดแพทย์ไม่ได้ผ่าคลอดให้ แพทย์ใส่น้ำเกลือเร่งคลอด เค้นให้เราเบ่งคลอดเองจนลูกออกมาก็เป็นแบบนี้ ซึ่งใช้เวลานานตั้งแต่ 4 ทุ่มของวันที่ 17 สิงหาคม 2566 จนถึงเวลาตี 1 กว่าๆ เกือบตี 2 วันที่ 18 สิงหาคม 2566 ซึ่งตนเองก็บอกกับทีมแพทย์ที่ทำคลอดบอกว่า ผ่าคลอดให้เราเถอะเพราะเราได้แจ้งกับหมอเจ้าของใข้ไปแล้วว่าเราต้องการผ่าคลอดเราไม่มีแรงเบ่ง

ซึ่งทีมแพทย์ก็บอกว่าทำไมไม่มีแรงเบ่งอายุแค่นี้เอง เราก็บอกว่าอายุ 46 จะ 47 แล้วน่ะ เขาก็บอกว่าแค่นี้เองออกไปง่ายๆลื่นปรืด ลื่นปรืด เขาก็ขึ้นมาขย่มที่ตัวตนเองและเป็นหมอผู้ชายทั้งหมด จนสุดท้ายแล้วเด็กก็ออกมา

เด็กออกมาแล้วก็ไม่หายในประมาณ 1 นาที ได้สักพักหนึ่งทีมแพทย์ที่ทำคลอดก็ค่อยๆตบน้อง จนน้องหายใจและก็นำตัวน้องไปที่ห้องไอซียูเลย เองไปที่ห้องพักฟื้นและก็มีแพทย์มาถามว่าคลอดลูกคนที่เท่าไหร่ค่ะ ตนเองก็บอกว่าคนที่ 4 และมีตังค์มาเท่าไหร่ค่าคลอด รู้ไหมว่าค่าคลอดต้องเสียเท่าไหร่ ซึ่งตนเองก็ถามกลับไปว่าแล้วต้องเสียเท่าไหร่ แพทย์ก็บอกว่าเสีย 15,000 บาท ซึ่งตนเองไม่ได้นอนเลย จนช่วงเช้าก็ไปดูลูกก็เห็นสภาพลูกเป็นแบบนี้ ตนเองก็ถามทีมแพทย์ จึงรู้ว่าเส้นประสาทที่แขนขวาของลูกขาด ตอนแรกวินิจฉัยว่าน่าจะขาด 5 เส้น แต่เมื่อได้ทำการผ่าตัดตอนน้อง 4 เดือนแล้วหมอเปิดแผลจึงรู้ว่าขาด 3 เส้น ช้ำ 1 เส้น และตนเองก็ถามว่าแขนน้องจะใช้การได้ไหม หมอก็บอกว่าขึ้นอยู่ว่าเส้นประสาทน้องจะเชื่อมต่อได้ไหมเป็นปี

ซึ่งตนเองทำคลอดที่โรงพยาบาลนี้ที่เดียว เพราะไม่มีเงินซึ่งตอนฝากครรภ์ ก็ปกติทุกอย่างซึ่งตนเองก็หมอไปแล้วว่าคลอดคนที่ 3 ก็ลำบากแล้วซึ่งหมอที่คลีนิก ถามว่าจะคลอดพิเศษหรือธรรมดา แต่ด้วยเศรษฐกิจแบบนี้ตนเองไปกู้เงินมา 2 หมื่นบาท ตนเองตั้งใจว่าจะผ่าคลอดธรรมดา ซึ่งเขานัดให้เราไปจองเตียง แต่เราไม่ได้ไปจองเพราะตนเองเป็นแม่ค้าในโรงงาน ทำอะไรต้องวางแผน ซึ่งเราก็โทรศัพท์ไปสอบถามทางคลินิกแล้วว่า ถ้าเราไม่ใช่หมอคนนี้ที่เราฝากครรภ์เป็นหมอท่านอื่นทำคลอดให้เราได้มั้ยคะ ทางคลินิกก็บอกว่าได้ แล้วแต่เราเลยว่าสะดวกกับท่านไหน ขอให้ไปที่โรงพยาบาล แล้วไปแจ้งเขา พอเราแจ้งแล้วก็ไม่ทำการคลอดให้เรา แต่ว่าทางโรงพยาบาลก็ดูแลเราอย่างดี รับผิดชอบ โดยทำการผ่าตัดลูกเรา แต่ว่าเราก็เรียกร้องไปเพราะลูกเราพิการ ต้องพาลูกเราไปหาหมอ พาลูกไปฝังเข็มไปหลายที่แล้วขับรถแล้วแฟนก็ทำงานเวลาไปไหนเราก็ต้องจ้างคนอุ้มลูกไปตอนทำคลอดแม่มีสติครบถ้วน

ซึ่งตอนที่คลอด เค้าก็บอกว่าเด็กติดเชิงกรานให้คุณแม่รีบเบ่งคลอดถ้าไม่รีบนะน้องแย่แน่ เราก็รีบแต่ว่าเราเบ่งได้แค่นี้แต่ถ้าคุณผ่าให้เรามันจบมั้ยคะ ขนาดสามโลสี่ยังติด เลยแต่น้องนี่คลอดมา 3.582 กิโลกรัม จะออกได้ยังไงล่ะคะ ตอนที่เราบอกคุณทำไมทีมแพทย์ไม่รับฟังเราบ้างคะ โดยทีมแพทย์ใช้วิจารณญาณของทีมแพทย์และไม่ยอมรับฟัง ซึ่งตนมองว่าการที่เขาไม่ยอมผ่าคลอดให้เรานั้น เพราะว่าเราไม่ได้ฝากพิเศษทั้งของโรงพยาบาลและทั้งของคลินิก เพราะว่าแพทย์ของทางคลินิกเป็นคนรับฝากเรา ซึ่งถึงเราจะไม่มีตังค์ก็จริง แต่เราก็มีเงินไปฝากท้องคุณตั้งแต่เดือนที่สาม จนจนครบเก้าเดือนเกือบ 10 เดือนนั่น ก็ถือว่าดีแล้วนะคะเราจ่ายครบทุกบาททุกสตางค์

โดยหมอที่ทำคลอดเป็นอีกทีมนึง เป็นลูกน้องของหมอที่คลินิกเพราะว่าถ้าเราผ่า หมอคนที่คลินิกกับคนที่ทำคลอดจะเป็นคนเดียวกัน ส่วนสาเหตุที่ทำให้เอ็นขาดนั้น เราก็ยังไม่ทราบสาเหตุเลย เพราะว่ายังไม่มีใบแพทย์ออกมา แต่เบื้องต้นที่เค้าบอกมาคือ ลูกหนูตัวใหญ่แล้วก็อ้างเรื่องเบาหวาน มาหลายอย่างแต่ว่าตอนที่เราท้องทุกคนจะต้องมีประวัติ แต่เบื้องต้นเราเป็นคนทานหวาน ซึ่งตอนที่ไปตรวจที่คลินิกแล้วก็กินเป๊ปซี่ กินทุเรียนอะไรเงี้ย เป็นช่วงพอดีเค้าก็อ้างหลายอย่างอ่ะแต่ว่าไม่ใช่

ซึ่งเบื้องต้นเราได้ร้องเรื่องค่าเยียวยาไปทางโรงพยาบาล โดยทางโรงพยาบาลนัดให้เราไปพบทุกวันที่ 3 ของเดือนเพื่อประชุม แต่เบื้องต้นก็รอมา 10 เดือนแล้ว ยังไม่มีอะไรดีขึ้นเลย และใกล้จะหมดอายุความ ถ้าหลังจากนี้ไปก็ทำอะไรไม่ได้เลย แม่ก็ต้องขอวอนสื่อช่วยเหลือเมตตาแม่ด้วยทนายคนไหนที่สงสารหนูกับลูกก็เมตตาทำคดีให้หนูด้วยเถอะค่ะหนูก็หาเช้ากินค่ำ ต้องออกไปขายของต้องทิ้งลูกไว้กับแฟนลำบากมากเลยค่ะถึงจะอยู่บ้านแบบนี้ก็จริงแต่เราก็ต้องผ่อนเขาเบื้องต้นไปแจ้งความแล้ว แต่ทางตำรวจไม่รับแจ้งความ ตำรวจบอกว่าพูดดีดีนะ คำพูดคำพูดของคุณระวังทางโรงพยาบาลจะฟ้องเอา

ซึ่งวันที่เราไปจ่ายค่ายาตอนที่จ่ายตังค์ทางโรงพยาบาลก็แจ้งว่าเป็นความรับผิดชอบของทางโรงพยาบาล เป็นความผิดพลาดของทางโรงพยาบาล โรงพยาบาลพูดเองค่ะหนูก็จำคำพูดจากโรงพยาบาลแล้วก็ไปแจ้งความอย่างนี้ ในเบื้องต้นเรื่องค่าเสียหาย หนูเรียกทางโรงพยาบาลไป 10 ล้านบาท เพราะว่าหนูอุ้มท้องมาเก้าเดือนหนูต้องเสี่ยงขนาดไหนว่า ลูกหนูเอ๋อไม่เอ๋อหนูต้องบำรุงทุกอย่างเลยแล้วอนาคตเขาโตมาจิตใจจะเป็นยังไง ที่บ้านมีเด็กผู้หญิงสามคนอีกสองคนแขนปกติ แต่อีกคนนึงแขนห้อยตอนนี้น้อง 10 เดือนแล้ว ยังตั้งไข่ไม่ได้เลย นั่งอย่างเดียว โดยทางโรงพยาบาลก็บอกว่ารอผู้ใหญ่ รอ ผอ. รออะไรแบบนี้ ซึ่งไปโรงพยาบาลเราก็ยังไม่ได้เจอกับ ผอ.

เคยเจอเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์ครั้งหนึ่งที่ไปตกลงคุยกัน พอไปคุยกันกับเขาแบบนี้ หนูก็สู้เขาไม่ได้เพราะวิชาการเขาเยอะมาก หนูก็คนที่ว่าเจอแบบไหนหนูก็เล่าความจริง ส่วนสาเหตุทางทีมแพทย์ก็ไม่ได้บอกว่าเกิดจากอะไร ซึ่งเวลาจะเลื่อนนัดหนูก็โทรมาบอกว่าขอเลื่อนนัด ขนาดกระเช้าขอโทษยังไม่มีมาเลยทำลูกพิการ ถึงเขาจะไม่ได้เป็นคนทำ แต่ทีมแพทย์ของเขาเป็นคนทำ ซึ่งเขาบอกว่าคืนนั้นก็อยู่ที่นั่นแหละ แต่เขาไม่ผ่าให้เค้าคิดว่าน่าจะออกเองได้ ซึ่งคำพูดนี้เป็นของคุณหมอ โดยเบื้องต้นได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้ ซึ่งตอนนี้ 10 เดือนแล้ว ทางโรงพยาบาลก็ยังไม่ได้เชิญหนูไปพบเรายังไม่มีอะไรคืบหน้า

ทั้งนี้ต้องรอทางโรงพยาบาลออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งผู้สื่อข่าวในพื้นที่ของเวิร์คพอยท์จะติดตามและนำเสนอข้อเท็จจริงต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...