โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดรายชื่อ 10 อันดับธุรกิจที่รายได้สูงสุดปี 2566 พบกลุ่มผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมยังครองเบอร์ 1

Share2Trade

อัพเดต 01 ก.ค. 2567 เวลา 02.11 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2567 เวลา 08.15 น. • Share2Trade

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดรายได้ธุรกิจ 10 อันดับที่มีจำนวนสูงสุดจากการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านงบการเงินประจำปี 2566 พบว่า มี 6 กลุ่มธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้สูงสุดคือ กลุ่มผลิตผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม กลุ่มเครื่องประดับ (ขายส่งนาฬิกาและเครื่องประดับและร้านขายปลีกเครื่องประดับ)

กลุ่มยานยนต์ (ผลิตรถยนต์ส่วนบุคคล, ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เสริมอื่นๆ และขายยานยนต์ใหม่ชนิดรถนั่งส่วนบุคคลฯ) ธุรกิจธนาคาร ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และพลังงาน (ขายปลีกเชื้อเพลิงยานยนต์ในร้านเฉพาะสถานีบริการน้ำมันและขายส่งเชื้อเพลิงเหลว)
โดยทั้ง 10 ธุรกิจยังคงครองอันดับเหมือนปี 2565 บางธุรกิจมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นและลดลงเล็กน้อย โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเลียมและพลังงานที่มีปัจจัยพลังงานทางเลือกเข้ามาเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่นิติบุคคลกว่า 80% ของนิติบุคคลทั้งประเทศ ซึ่งมีรอบปิดบัญชีในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 และต้องนำส่งงบการเงินประจำปี 2566 แก่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยกรมฯ ได้นำข้อมูล งบการเงินและผลประกอบการของธุรกิจมาวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศทั้งในภาพรวมและเชิงลึกในรายธุรกิจ
ล่าสุดกรมฯ ได้วิเคราะห์ข้อมูลผลประกอบการที่น่าสนใจ พบว่า กลุ่มธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม เครื่องประดับ ยานยนต์ ธนาคาร และพลังงานสามารถสร้างรายได้สูงสุดจากทุกกลุ่มธุรกิจ แบ่งเป็นรายธุรกิจ 10 ประเภทตามลำดับดังนี้
อันดับที่ 1 ธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้จากโรงกลั่นปิโตรเลียม สร้างรายได้เป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 3.84 ล้านล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2565 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 7.50% และเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ (L) สร้างรายได้มากที่สุดอยู่ที่ 3.83 ล้านล้านบาท คิดเป็น 99.89% ของธุรกิจในกลุ่มนี้
สำหรับธุรกิจในอันดับที่ 2 และ 3 เป็นกลุ่มขายส่งขายปลีกนาฬิกาและเครื่องประดับซึ่งได้รับปัจจัยบวก สืบเนื่องมาจากผลประกอบการของร้านขายทอง ได้แก่ อันดับ 2 ธุรกิจขายส่งนาฬิกาและเครื่องประดับ สร้างรายได้อยู่ที่ 3.12 ล้านล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2565 เพิ่มขึ้น 13.67% และเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ สร้างรายได้มากที่สุดอยู่ที่ 3.09 ล้านล้านบาท คิดเป็น 99.01% ของธุรกิจในกลุ่มนี้
และ อันดับที่ 3 ธุรกิจร้านขายปลีกเครื่องประดับ สร้างรายได้อยู่ที่ 2.39 ล้านล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2565 เพิ่มขึ้น 26.42% และเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ สร้างรายได้มากที่สุดอยู่ที่ 1.79 ล้านล้านบาท คิดเป็น 74.53% ของธุรกิจในกลุ่มนี้
อันดับที่ 4-6 เป็นธุรกิจในกลุ่มยานยนต์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการเติบโตของธุรกิจในกลุ่มนี้ว่ายังมีโอกาสเติบโตได้ และยังเกาะกลุ่มสร้างรายได้ที่ต่อเนื่องไปในทิศทางเดียวกัน ได้แก่ อันดับที่ 4 ธุรกิจผลิตรถยนต์ส่วนบุคคล สร้างรายได้อยู่ที่ 1.56 ล้านล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2565 เพิ่มขึ้น 11.57% และเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ สร้างรายได้มากที่สุดอยู่ที่ 1.55 ล้านล้านบาท คิดเป็น 99.96% ของธุรกิจในกลุ่มนี้
อันดับที่ 5 ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เสริมอื่นๆ สำหรับยานยนต์ซึ่งไม่ได้จัดประเภทไว้ สร้างรายได้อยู่ที่ 1.55 ล้านล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2565 เพิ่มขึ้น 5.05% และเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ สร้างรายได้มากที่สุดอยู่ที่ 1.47 ล้านล้านบาท คิดเป็น 94.45% ของธุรกิจในกลุ่มนี้ อันดับที่ 6 ธุรกิจขายยานยนต์ใหม่ชนิดรถนั่งส่วนบุคคลฯ สร้างรายได้อยู่ที่ 1.45 ล้านล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2565 เพิ่มขึ้น 2.33% และเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ สร้างรายได้มากที่สุดอยู่ที่ 1.28 ล้านล้านบาท คิดเป็น 88.49%ของธุรกิจในกลุ่มนี้
อันดับที่ 7 ธนาคารพาณิชย์ สร้างรายได้อยู่ที่ 1.11 ล้านล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2565 เพิ่มขึ้น 21.17% และ 100% เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ (L) สร้างรายได้มากที่สุดอยู่ที่ 1.11 ล้านล้านบาท อันดับที่ 8 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สร้างรายได้อยู่ที่ 1.07 ล้านล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2565 เพิ่มขึ้น 1.13% และเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ (L) สร้างรายได้มากที่สุดอยู่ที่ 0.68 ล้านล้านบาท คิดเป็น 63.54% ของธุรกิจในกลุ่มนี้
อันดับที่ 9 และ10 เป็นธุรกิจในกลุ่มที่เกี่ยวกับเชื้อเพลิงและพลังงานที่ยังคงสร้างรายสูงได้ติด 10 อันดับ แม้ว่าจะมีปัจจัยการเข้ามาแบ่งตลาดของรถยนต์ไฟฟ้า แต่การใช้พลังงานเชื้อเพลิงยังคงมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตในด้านต่างๆ อยู่เช่นเคย โดยเฉพาะรถยนต์สันดาปที่ยังคงเป็นพาหนะส่วนใหญ่ของประเทศ ได้แก่ อันดับที่ 9 ธุรกิจขายปลีกเชื้อเพลิงยานยนต์ในร้านเฉพาะสถานีบริการน้ำมัน สร้างรายได้อยู่ที่ 1.02 ล้านล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2565 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 2.38% และเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ สร้างรายได้มากที่สุดอยู่ที่ 0.58 ล้านล้านบาท คิดเป็น 56.95% ของธุรกิจในกลุ่มนี้
อันดับที่ 10 ธุรกิจขายส่งเชื้อเพลิงเหลว สร้างรายได้อยู่ที่ 0.96 ล้านล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2565 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 3.82% และเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ สร้างรายได้มากที่สุดอยู่ที่ 0.91 ล้านล้านบาท คิดเป็น 94.88% ของธุรกิจในกลุ่มนี้
ทั้งนี้จากข้อมูลรายได้สูงสุด 10 อันดับแรกในปี 2566 ที่กล่าวมาข้างต้น เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2565 แล้ว ยังคงเป็นธุรกิจที่เคยติด 10 อันดับมาก่อน โดยเฉพาะ 3 อันดับแรกที่ครองแชมป์อยู่ในอันดับเดิม สำหรับรายได้ของธุรกิจทั้ง 10 อันดับ โดยส่วนใหญ่อยู่ในทิศทางที่เพิ่มขึ้น อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นและลงเล็กน้อย โดยเฉพาะในกลุ่มของของปิโตรเลียมและน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปัจจัยด้านราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น และการที่ผู้บริโภคเริ่มหันมาสนใจรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น มีทางเลือกในการใช้พลังงาน อาจทำให้ส่งผลกระทบบางส่วนต่อรายได้ของธุรกิจกลุ่มนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...