โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รายงานพิเศษ : TIDLOR อนาคตแกร่ง “ทริสคงเรตติ้ง - ปรับเป็น Holding”

Share2Trade

เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2567 เวลา 08.30 น. • Share2Trade

การประกาศคงอันดับเรตติ้ง บมจ.เงินติดล้อ (TIDLOR) ของบริษัท ทริสเรทติ้งที่ "A/Stable" (คงที่) สะท้อนความแข็งแกร่งของบริษัท ในสถานะผู้นำตลาดสินเชื่อทะเบียนรถ และการที่บริษัทเตรียมปรับฐานะเป็น Holding company ทำให้บริษัทมีความคล่องตัวในการทำธุรกิจมากขึ้น ส่งผลต่อต่อการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิต บมจ.เงินติดล้อ (TIDLOR) ที่ "A/Stable" (คงที่) โดยมีมุมมองว่า อันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ของบริษัทฯ ยังไม่ได้รับผลกระทบในทันทีจากการประกาศปรับโครงสร้างองค์กรและการถือหุ้น โดยแนวโน้มอันดับเครดิต "Stable" หรือ "คงที่"
อยู่บนพื้นฐานการคาดการณ์ของทริส เรทติ้ง ว่า บริษัทจะยังคงรักษาฐานทุนที่แข็งแกร่งและสถานะผู้นำในตลาดสินเชื่อทะเบียนรถ และยังคงมีผลการดำเนินงานที่น่าพึงพอใจ นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดว่า บริษัทจะสามารถควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
ซึ่งนายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ TIDLOR กล่าวว่า การที่บริษัทฯ ได้รับการคงอันดับเครดิต ถือเป็นเรื่องสำคัญในการดำเนินธุรกิจ เพราะส่งผลดีต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทในการระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ ซึ่งอันดับเครดิตที่ A จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มอันดับความน่าเชื่อถือ Investment Grade ที่นักลงทุนสถาบันส่วนใหญ่ให้ความสนใจและสามารถลงทุนได้ และยังสามารถสร้างผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจให้กับนักลงทุนได้ดี
ขณะที่องค์กรที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ดีกว่าจะมีแนวโน้มที่จะออกตราสารหนี้ที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า ทำให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจโตช้ากว่า ส่งผลโดยตรงต่อผลการดำเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่ภาวะดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับที่สูง ซึ่ง บมจ.เงินติดล้อ ได้รับการจัดอันดับเครดิตสูงที่สุดเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการในธุรกิจเดียวกัน
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน)วิเคราะห์หุ้น TIDLOR โดยระบุว่า แม้ NPL ratio จะปรับสูงขึ้นในไตรมาส 1/67 แต่บริษัทยังเชื่อว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินในปี 67 แต่ได้แสดงความกังวลต่อสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกที่ยังผันผวนจากการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่ล่าช้า ส่วนสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ค่อนข้างจะทรงตัวแล้ว
TIDLOR มีโอกาสจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพราะดอกเบี้ยที่คิดกับลูกค้ายังต่ำกว่าเพดานที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเรามองว่า จะทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) เริ่มทรงตัวได้มากขึ้นในครึ่งหลังปี 67

เป้าหมายทางการเงินในปี 2567

1. สินเชื่อเติบโต 10-20% เน้นการเติบโตจากสินเชื่อจำนำทะเบียนเป็นหลัก

2. Non-Life insurance premium โต 10-20%

3. Cost to income ratio ที่ราว 55%

4. NPL ratio ที่ 1.4-1.8% และอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ 3.0-3.35%

5. เปิดสาขาใหม่เพิ่ม 100 แห่ง

นอกจากนี้บริษัทมีแผนปรับโครงสร้างเป็นบริษัทลงทุน(Holding Company) จะทำให้

1. การบริหารจัดการมีความคล่องตัว

2. ใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

3. ประสานการทำธุรกิจระหว่างบริษัทในกลุ่มบริษัทเพื่อให้เกิด Synergy

4. สร้างมูลค่าเพิ่มแก่กลุ่มบริษัท

5. ช่วยต่อยอดธุรกิจการลงทุนในธุรกิจใหม่สร้างการเติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทคาดว่า แผนการปรับโครงสร้างธุรกิจจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4/67

ทั้งนี้บริษัทคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตสูงขึ้นที่ 19.1%/16.7% ในปี 67-68 (66 +4.1%) หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัวจากสินเชื่อเติบโต และรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตจากธุรกิจนายหน้าธุรกิจประกันวินาศภัยสูงขึ้นเราสมมติฐาน Credit costs ที่ 335 bps ซึ่งทุกๆ10 bps ของ credit cost ที่ลดลงจะส่งผลต่อกำไรสุทธิของ TIDLOR เพิ่มขึ้นราว 2% จากการประมาณการกำไรสุทธิในปี 2024 ของเราที่ 4.5 พันล้านบาท

จึงคงนำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยมูลค่าพื้นฐานที่ 27 บาท โดยคำนวณด้วยวิธี GGM (ROE 15%,TG 5%) อิงจาก 2.4 เท่า PBV 24E และ 17.4xPE 24E

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...