ไทยมีเสือโคร่งเพิ่มขึ้น 250% ในเขตป่าตะวันตกของประเทศ ผลการอนุรักษ์จริงจังของรัฐ
ข่าวที่น่ายินดียิ่ง รายงานใหม่จากนักวิทยาศาสตร์ไทยระบุ มีเสือโคร่งเพิ่มขึ้นกว่า 250% ในเขตป่าตะวันตกของประเทศไทย (WEFCOM) ในช่วงเวลา 15 ปีที่มีการอนุรักษ์ตั้งแต่ปี 2007 ถึง 2023
ในรายงานใหม่ที่เผยแพร่ในวารสาร Global Ecology and Conversation นำโดยคุณ สมโภชน์ ดวงจันทราศิริ ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์อาวุโสของกรมอุทยานแห่งชาติ ประเทศไทย และเป็นผู้นำในงานวิจัยนี้ได้ระบุว่า จำนวนเสือโคร่งในพื้นที่ WEFCOM เพิ่มขึ้นจาก 40 ตัวเป็น 140 ตัวอย่างน่าประทับใจ
ทางดร. พรกมล จรณบูรมย์ ผู้อำนวยการ สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) แห่งประเทศไทย กล่าว่าความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความพยายามของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชของประเทศไทย (DNP) ซึ่งคอยลาดตระเวนอย่างเข้มงวดและเป็นประจำ เพื่อปกป้องเสือโคร่งเหล่านี้จากการถูกล่าและการทำลายถิ่นที่อยู่อาศัย
“เราเห็นความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งมากระหว่างการบังคับใช้กฎหมายที่ดีขึ้น และการฟื้นตัวของเสือ” คุณพรกมล กล่าว “ก่อนหน้านี้การลักลอบล่าสัตว์และการตัดไม้แบบผิดกฎหมายเกิดขึ้นไปทั่วใน WEFCOM และเสือก็กำลังใกล้สูญพันธ์ุเช่นเดียวกับที่อื่น ๆ ในเอเชีย การบังคับใช้กฎหมายที่ดีจึงถือเป็นรากฐานสำคัญของกระบวนการฟื้นฟูเสือ”
ตามข้อมูลชี้ให้เห็นว่า WEFCOM นั้นเป็นพื้นที่ป่าขนาดใหญ่กว่า 18,000 ตารางกิโลเมตร ครอบคุลมอุทยานแห่งชาติ 11 แห่งและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอีก 6 แห่ง ซึ่งถือเป็นสถานที่สำคัญสำหรับสิ่งมีชีวิตหลายสายพันธุ์ไม่ว่าจะช้างเอเชีย นกเงือก หรือวัวแดง
แต่ในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ป่าถูกคุกคามอยู่แทบจะตลอดเวลา ซึ่งทางเจ้าหน้าเองก็ไม่สามารถลาดตระเวนได้เพียงพอ ทาง DNP จึงได้เริ่มทำงานร่วมกับ WCS ประเทศไทยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ GPS เพื่อระบตำแหน่ง และแบบฟอร์มรายงานที่มีมาตราฐาน
พร้อมกับกล้องดักถ่าย ทำให้นักวิจัยสามารถระบุสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ได้ ทำให้หน่วยงานสามารถตรวจสอบชนิดพันธุ์ที่อยู่ใน WEFCOM ซึ่งพบว่าไม่ใช่แค่เพียงเสือเท่านั้นที่เพิ่มขึ้น แต่เหยื่อเองก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน สิ่งนี้ทำให้ระบบนิเวศมีความอุดมสมบูรณ์จนทำให้เสือโคร่งเพิ่มขึ้นได้อย่างน่าประทับใจ
“เมื่อเราอนุรักษ์เสือ เราก็ได้อนุรักษ์สายพันธุ์อื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ใช่แค่เหยื่อเท่านั้น แต่ยังรวมถึงที่อยู่อาศัยด้วย” คุณพรกมล กล่าว
ขณะที่คุณ สมโภชน์ ดวงจันทราศิริ ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “การศึกษาใหม่นี้เป็นข่าวดีสำหรับเสือโคร่งในประเทศไทย ตั้งแต่แรกเริ่มเป้าหมายของเราคือการสร้างระบบตรวจสอบที่มีสถิติมั่นคง เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะมีข้อมูลที่เชื่อถือได้ ซึ่งสามารถติดตามการฟื้นฟูได้อย่างแม่นยำ”
พร้อมเสริมว่า “เราเชื่อว่านี่เป็นตัวอย่างที่ดีของวิธีการสร้างและรักษาโปรแกรมการตรวจสอบที่เป็นอิสระและแข็งแกร่ง ซึ่งทำให้ความพยายามฟื้นฟูเสือโคร่งมีความน่าเชื่อถือ”
ความสำเร็จนี้สวนทางกับชะตากรรมของเสือโคร่งในที่อื่น ๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งยังคงมีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ อย่างน่ากังวล โดยเป็นผลมาจากการลักลอบล่าสัตว์และการสูญเสียที่อยู่อาศัย รายงานนี้ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ระยะยาวจากรัฐบาล
“ข่าวที่ประเทศไทยรายงานว่ามีจำนวนเสือโคร่งเพิ่มขึ้น 250% ในช่วงเวลา 15 ปีเป็นหลักฐานว่าเราสามารถรักษาเสือโคร่งไว้ได้ แต่ต้องมีความมุ่งมั่นในระยะยาวและการแทรงแซงอย่างตรงจุด ซึ่งไม่สามารถเกิดได้ในชั่วข้ามคืน” Dale Miquelle นักอนุรักษ์เสือโคร่งอาวุโสแห่งสมาคมอนุรักษ์เสือโคร่งแห่งแอฟริกาใต้กล่าว
“ความพยายามในการฟื้นฟูมีความสำคัญไม่เพียงพแต่สำหรับเสือโคร่งเท่านั้น ป่าไม้เหล่านี้ยังช่วยปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพบนบกของเอเชียส่วนใหญ่ ให้บริการระบบนิเวศแก่ผู้คนนับล้าน และบรรเทาผลกระทบจากการเปลีย่นแปลงสภาพอากาศด้วยการรักษาระบบนิเวศป่าให้มีสุขภาพดี”
ที่มา
https://www.sciencedirect.com/…/pii/S2351989424002208…
https://phys.org/…/2024-07-great-news-endangered-tiger…
https://edition.cnn.com/…/tiger-population…/index.html
Photo : Thailand Department of National Parks, Wildlife and Plant Conservation/WCS Thailand