ชะตากรรมชาวพระนคร เมื่อโรงไฟฟ้าวัดเลียบ และโรงไฟฟ้าสามเสนถูกทำลาย (1)
My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง
ชะตากรรมชาวพระนคร
เมื่อโรงไฟฟ้าวัดเลียบ
และโรงไฟฟ้าสามเสนถูกทำลาย (1)
ชะตากรรมของชาวพระนครเป็นอย่างไร เมื่อไทยยินยอมให้กองทัพญี่ปุ่นผ่านไปยังดินแดนอาณานิคมของอังกฤษในพม่า อินเดียและมลายูเมื่อปลายปี 2484 แล้ว
ท่ามกลางที่สัมพันธมิตรโจมตีพระนครอย่างหนักในช่วงต้นสงคราม และปลายสงคราม ซึ่งสัมพันธมิตรมุ่งโจมตีค่ายทหารญี่ปุ่น คลังสินค้า คลังเสบียง เส้นทางการขนส่งยุทธปัจจัย สะพาน สถานีรถไฟ และแหล่งพลังงานต่างๆ ในไทย
แหล่งพลังงานของเป้าหมายของการโจมตี
โรงไฟฟ้าวัดเลียบและโรงไฟฟ้าสามเสนจึงตกเป็นเป้าหมายการโจมตีตลอดช่วงสงคราม แม้นโรงไฟฟ้าวัดเลียบสามารถรอดพ้นจากการถูกทำลายได้ในช่วงต้นสงครามมาได้ แต่สุดท้ายก็ถูกทำลายลงในช่วงปลายสงครามเช่นเดียวกับโรงไฟฟ้าสามเสนทำให้พระนครตกอยู่ในความมืด
ควรบันทึกด้วยว่า นับแต่ไทยก่อตั้งบริษัท ไฟฟ้าสยาม จำกัด (2432) ขึ้น นับเป็นโรงไฟฟ้าเอกชนแห่งแรกของไทย โดยมีโรงไฟฟ้าวัดเลียบเป็นแหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้า
ต่อมา เมื่อโรงงานไฟฟ้าสามเสนสร้างเสร็จ (2457) มีการแบ่งพื้นที่ให้บริการไฟฟ้าของพระนครออกเป็นสองส่วน คือ โรงไฟฟ้าวัดเลียบ รับผิดชอบจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่พื้นที่บริเวณตอนใต้ของคลองบางลำภู และคลองบางกอกน้อย ส่วนบริเวณตอนเหนือของคลองดังกล่าวเป็นพื้นที่ให้บริการจากโรงไฟฟ้าสามเสน (silpa-mag.com/history/article_47129)
และเมื่อสยามเปลี่ยนชื่อเป็นไทย (2482) บริษัท ไฟฟ้าสยาม จำกัด จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ไฟฟ้าไทย คอร์ปอเรชั่น จำกัด
สำหรับกำลังในการผลิตไฟฟ้าในช่วงสถานการณ์ก่อนสงครามมหาเอเชียบูรพาระเบิดขึ้นนั้น บริษัทไฟฟ้าวัดเลียบ และโรงไฟฟ้าสามเสน มีกำลังการผลิตรวมกันประมาณ 26,000 กิโลวัตต์ ซึ่งในเวลาต่อมาเมื่อโรงไฟฟ้าทั้งสองได้รับความเสียหายมากจากการถูกโจมตีทางอากาศ (สมศักดิ์ นิลนพคุณ, 2527, 50)
โจมตีพระนครช่วงต้นสงคราม
พลันเมื่อไทยยินยอมให้กองทัพญี่ปุ่นเดินทัพผ่านไทย (8 ธันวาคม 2484) รัฐบาลประกาศการพรางไฟทั่วประเทศ ด้วยคาดว่า อังกฤษคงจะส่งเครื่องบินมาโจมตี กลางดึกของคืนวันที่ 8 ต่อเช้าวันที่ 9 มกราคม 2485 มีเครื่องบิน 3 ลำของอังกฤษบินจากพม่ามาทิ้งระเบิดที่พระนคร แต่ทำความเสียหายไม่มากนัก เช่น มีการทิ้งระเบิดที่หน้ากรมไปรษณีย์ แต่ไม่ระเบิด แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถขุดค้นได้ และหายไป (รอง ศยามานนท์, 2520, 178-179)
ในคืนนั้นนับเป็นครั้งแรกที่ไทยลิ้มรสการโจมตีทางอากาศ มีการทิ้งระเบิดที่ตรอกบี.เอ็ล.ฮั้ว. เชิงสะพานพุทธ ด้านฝั่งธนฯ มุ่งทำลายสะพานแต่พลาดเป้า จากนั้น เครื่องบินมาทิ้งระเบิดแถวเยาวราช บ้านเรือนพังระเนระนาด (อาจินต์ ปัญจพรรค์, 2541, 196)
อย่างไรก็ตาม สัมพันธมิตรส่งฝูงบินทิ้งระเบิดเข้ามาโจมตีพระนครอีก เมื่อ 24 มกราคม 2485 มุ่งทำลายแหล่งชุมชนการค้า และโรงไฟฟ้าวัดเลียบ แต่การทิ้งระเบิดพลาดเป้าไม่สามารถทำลายโรงไฟฟ้าและเครื่องจักรผลิตไฟฟ้าลงได้ แตทำให้โรงไฟฟ้าเสียหายบ้าง
เมื่อรัฐบาลไทยทำการซ่อมแซมแล้วโรงงานยังสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้พระนครต่อไปได้จวบจนในที่สุดโรงไฟฟ้าวัดเลียบถูกทำลายในช่วงปลายสงคราม
โรงไฟฟ้าวัดเลียบถูกทำลายเมื่อปลายสงคราม
ด้วยเหตุที่โรงไฟฟ้าวัดเลียบตั้งอยู่ในเขตที่ดินของวัดราชบุรณะ หรือวัดเลียบ โรงไฟฟ้าแห่งนี้ประชาชนทั่วไปจึงเรียกกันว่า “โรงไฟฟ้าวัดเลียบ” โรงงานผลิตไฟฟ้านี้มีโรงจักรที่มุงด้วยสังกะสี มีเครื่องจักรที่ผลิตไฟฟ้าที่ใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง ดังนั้น หน้าโรงงานจึงมีเรือฟืนและแพฟืนลอยน้ำมากมาย โรงไฟฟ้าจะสูบน้ำจากแม่น้ำเข้ามาในแอ่งเพื่อให้เรือขนฟืนลอยลำขึ้นสะดวกในส่งฟืนเข้าเตาเผาเพื่อเดินเครื่องจักรผลิตไฟฟ้า
ในครั้งนั้น โรงไฟฟ้าวัดเลียบเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าเลี้ยงเกือบทั้งพระนคร แหล่งพลังงานนี้จึงกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ฝ่ายสัมพันธมิตรมุ่งหมายจะทำลายตั้งแต่ช่วงต้นสงครามให้ได้ แต่พลาดเป้าไป จวบจนสามารถทำลายโรงไฟฟ้าวัดเลียบลงได้เมื่อ 14 เมษายน 2488
ซ้ำยังมีผลทำให้วัดราชบุรณะ โรงเรียนสวนกุหลาบฯ โรงเรียนเพาะช่าง และที่อื่นๆ ในย่านนั้นโดยรอบโดนลูกหลงระเบิดเสียหายไปด้วยเช่นกัน
จากภาพถ่ายทางอากาศของ awm.gov.au จะเห็นโรงไฟฟ้าวัดเลียบถูกระเบิดทำลาย ในภาพมีคำบรรยายระบุว่า โรงไฟฟ้าวัดเลียบถูกทำลายจากเครื่องบินทิ้งระเบิดของกองบัญชาการกองทัพอากาศภาคพื้นตะวันออกแห่งกองทัพอากาศอังกฤษ ทำลายโรงไฟฟ้าลงเมื่อ 14 เมษายน 2488
ทั้งนี้ ดร.พร ศรีจามร ผู้อำนวยการโรงงานยานยนต์ กรมพลาธิการทหารบก ผู้ที่ต่อมาได้กลายเป็นผู้ซ่อมโรงไฟฟ้าวัดเลียบและโรงไฟฟ้าสามเสนภายหลังสงคราม เล่าถึงความทรงจำวันที่โรงไฟฟ้าถูกทำลายเมื่อ 2488 ว่า
“วันนั้นเป็นวันเสาร์ จะเป็นวันที่เท่าไร เดือนอะไรจำไม่ได้เสียแล้ว… สมัยนั้นทางราชการทำงานในวันเสาร์ครึ่งวัน คือ เลิกงานเวลา 12.00 น.
ในวันนั้น เมื่อเลิกงานเวลาเที่ยงแล้ว ข้าพเจ้าก็เดินทางกลับบ้านที่อพยพไปอยู่ที่ตำบลวัดสิงห์ ฝั่งธนบุรี ขณะที่รอที่สถานีรถไฟคลองสานเพื่อรอรถรางไฟฟ้ากลับบ้านนั้น สัญญาณทางอากาศได้ดังขึ้น
ขณะนั้นเป็นเวลา 14.00 น. และในอีกไม่กี่นาทีต่อมา ก็ได้ยินเสียงเครื่องบินดังกระหึ่มและเห็นตัวเครื่องบินบินมาเป็นสองฝูง ฝูงหนึ่งบินไปทางสะพานพุทธยอดฟ้า ส่วนอีกฝูงหนึ่งบินไปทางเหนือแล้วก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากสองทิศทางนั้น
พอสิ้นเสียงระเบิดปรากฏว่า พลังงานไฟฟ้ากรุงเทพฯ ธนบุรีถูกตัดขาดหมดสิ้น ไฟแสงสว่างดับ พัดลมและเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดหยุดเงียบหมด รถรางที่พาข้าพเจ้ากลับที่พักดังเคยมาทุกวันก็เดินไม่ได้ ข้าพเจ้าต้องรออยู่จนเย็นจึงมีรถไฟไอน้ำมารับผู้โดยสารเดินทางต่อไป” (พร ศรีจามร, 2540, 51)
ดร.พรเล่าต่ออีกว่า “รุ่งเช้าวันอาทิตย์ แม้จะเป็นวันหยุดราชการ ข้าพเจ้าก็รีบเดินทางออกจากบ้านพักเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปยังกรมชลประทานที่สามเสน เพราะแน่ใจแล้วว่าโรงไฟฟ้าหลวงถูกทำลายแล้ว
โรงงานกรมชลประทานที่ข้าพเจ้าควบคุมดูแลอยู่ก็ต้องวอดวายไปด้วยเช่นกัน ภาพที่เห็นคือ โรงงานกรมชลประทานถูกระเบิดทำลายย่อยยับ นับหลุมระเบิดได้ถึง 60 หลุม…
แต่เมื่อมองข้ามรั้วที่พังข้ามไป โรงจักรไฟฟ้าหลวงสามเสนก็ต้องอนาถใจ ปรากฏว่าถูกทิ้งระเบิดเสียหายอย่างยับเยิน นับหลุมระเบิดได้กว่า 100 หลุม” (พร ศรีจามร, 2540, 52)
เมื่อโรงงานผลิตไฟฟ้าถูกทำลายลง ไม่ใช่แต่เพียงสร้างความยากลำบากในการใช้ชีวิตของชาวพระนครเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดความมืดมิดครอบคลุมในยามค่ำคืนที่อำนวยให้โจรผู้ร้ายชุกชุมมากขึ้นในพระนครเมื่อครานั้น
https://x.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชะตากรรมชาวพระนคร เมื่อโรงไฟฟ้าวัดเลียบ และโรงไฟฟ้าสามเสนถูกทำลาย (1)
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com