มวลชน ‘No Kings’ รวมตัวต่อต้าน ทรัมป์ ปมสงครามอิหร่าน – ตรวจคนเข้าเมือง
คลื่นมหาชนนับล้านรวมตัวประท้วง 'No Kings' ทั่วสหรัฐ ต้านนโยบายโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งปมสงครามอิหร่านและกฎหมายคนเข้าเมือง ขณะที่ทำเนียบขาวสวนกลับ 'แค่พวกบำบัดจิตคั่งแค้น'
29 มี.ค. 2569 สำนักข่าวบีบีซี (BBC) รายงาน การประท้วงระลอกใหญ่เพื่อต่อต้านรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเกิดขึ้นในเมืองต่าง ๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งที่ 3 ของกลุ่มที่เรียกตนเองว่า"No Kings" (ไม่เอากษัตริย์) โดยการชุมนุมก่อนหน้านี้เคยสร้างปรากฏการณ์ดึงดูดผู้เข้าร่วมได้มากถึงหลายล้านคน
แกนนำการชุมนุมระบุว่า พวกเขาออกมาประท้วงนโยบายหลายเรื่องที่ถูกบังคับใช้โดยประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งรวมถึงสงครามในอิหร่าน การบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง และค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น
"ทรัมป์ต้องการปกครองพวกเราเยี่ยงทรราช แต่นี่คืออเมริกา และอำนาจต้องเป็นของประชาชน ไม่ใช่เป็นของคนที่อยากเป็นกษัตริย์หรือพวกพ้องมหาเศรษฐี" แกนนำกล่าว
ทาง ด้านโฆษกทำเนียบขาวได้ออกมาตอบโต้ โดยเรียกการประท้วงเหล่านี้ว่าเป็นเพียง"ช่วงบำบัดโรคเกลียดทรัมป์ขึ้นสมอง" (Trump Derangement Therapy Sessions) พร้อมระบุว่าคนกลุ่มเดียวที่ใส่ใจเรื่องนี้ "ก็คือเหล่านักข่าวที่ได้รับค่าจ้างมาเพื่อทำข่าวเท่านั้น"
มหาชนเต็มพื้นที่เมืองหลวงและเมืองใหญ่
ตลอดทั้งวันเสาร์ที่ผ่านมา มีการชุมนุมเกิดขึ้นในเกือบทุกเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ รวมถึงนิวยอร์ก, วอชิงตัน ดี.ซี. และลอสแอนเจลิส
ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ขบวนประท้วงได้ยึดพื้นที่ถนนในย่านใจกลางเมืองตลอดช่วงบ่าย โดยมีคลื่นมหาชนเดินขบวนผ่านเมืองหลวงของประเทศ ผู้ประท้วงเรียงรายอยู่ตามขั้นบันไดของอนุสรณ์สถานลินคอล์นและรวมตัวกันหนาแน่นจนเต็มพื้นที่เนชั่นแนล มอลล์ (National Mall)
เช่นเดียวกับการชุมนุม "No Kings" ครั้งก่อน ๆ ผู้ประท้วงได้ชูหุ่นจำลองของทรัมป์, รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ และเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ในคณะทำงาน โดยมีการเรียกร้องให้ขับไล่และจับกุมบุคคลเหล่านี้
โศกนาฏกรรมในมินนิโซตา และการสนับสนุนจากศิลปินดัง
หนึ่งในการประท้วงที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในวันเสาร์จัดขึ้นที่รัฐมินนิโซตา ซึ่งเป็นสถานที่ที่พลเมืองอเมริกันสองราย คือเรเน นิโคล กู๊ด และ อเล็กซ์ เปรตติ ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางสังหารเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา การเสียชีวิตของคนทั้งสองได้จุดชนวนความโกรธแค้นและการประท้วงไปทั่วประเทศ ต่อต้านยุทธวิธีด้านการตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลทรัมป์
ในวันเสาร์ ผู้คนหลายพันคนเต็มท้องถนนพร้อมป้ายประท้วง นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักการเมืองระดับสูงจากพรรคเดโมแครตจำนวนมากร่วมขึ้นเวทีปราศรัยบริเวณด้านหน้าอาคารที่ทำการรัฐ (State Capitol) ในเมืองเซนต์พอล
"บรูซ สปริงสตีน" ศิลปินระดับตำนาน ได้ขึ้นเวทีและแสดงบทเพลงต่อต้านการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองที่ชื่อว่า "Streets of Minneapolis" อีกด้วย
แรงกระเพื่อมในนิวยอร์กและตัวเลขสถิติ
ในนครนิวยอร์ก ผู้คนจำนวนมหาศาลรวมตัวกันจนแน่นขนัดในไทม์สแควร์ และเดินขบวนผ่านย่านมิดทาวน์ในแมนฮัตตัน ตำรวจต้องสั่งปิดถนนที่ปกติจะพลุกพล่านเพื่อเปิดทางให้ฝูงชน ทั้งนี้ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กรมตำรวจนิวยอร์กระบุว่ามีผู้ชุมนุมมากกว่า 100,000 คนรวมตัวกันทั่วทั้ง 5 เขตของเมือง
สำหรับการชุมนุม No Kings ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคม มีรายงานว่าดึงดูดผู้เข้าร่วมทั่วประเทศได้เกือบ 7 ล้านคน ในครั้งนี้รัฐหลายแห่งได้มีการระดมกำลังกองกำลังพิทักษ์ชาติ (National Guard) เพื่อเตรียมพร้อม แต่ผู้จัดงานยืนยันว่ากิจกรรมทั้งหมดดำเนินไปอย่างสงบ
ข้อถกเถียงเรื่องอำนาจรัฏฐาธิปัตย์
นับตั้งแต่กลับคืนสู่ทำเนียบขาวในเดือนมกราคม 2025 ทรัมป์ได้ขยายขอบเขตอำนาจประธานาธิบดี โดยใช้อำนาจบริหาร (Executive Orders) ในการรื้อถอนส่วนต่างๆ ของรัฐบาลกลาง และส่งกองกำลังพิทักษ์ชาติไปยังเมืองต่างๆ แม้จะถูกคัดค้านจากผู้ว่าการรัฐก็ตาม นอกจากนี้ ประธานาธิบดียังได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายบังคับใช้กฎหมายระดับสูงของรัฐบาล ดำเนินคดีกับผู้ที่เขาถือว่าเป็นศัตรูทางการเมือง
ประธานาธิบดี ระบุว่า การกระทำของเขาเป็นสิ่งจำเป็นในการฟื้นฟูประเทศที่อยู่ในภาวะวิกฤต และปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเขาทำตัวเหมือนเผด็จการ โดยมองว่าเป็นเรื่องตีโพยตีพายเกินเหตุ "พวกเขาเรียกผมว่าเป็นกษัตริย์ ผมไม่ใช่กษัตริย์" เขากล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์เมื่อเดือนตุลาคม
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์เตือนว่าการขยับเขยื้อนหลายอย่างของรัฐบาลชุดนี้เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ และเป็นภัยคุกคามต่อประชาธิปไตยของอเมริกา
การขยายตัวสู่เมืองเล็กและต่างประเทศ
ฝูงชนไม่เพียงแต่รวมตัวกันในเมืองใหญ่เท่านั้น แต่ยังขยายไปยังเมืองเล็ก ๆ อีกด้วย การประท้วง No Kings กำลังเริ่มต้นขึ้นในบอสตัน (แมสซาชูเซตส์), แนชวิลล์ (เทนเนสซี) และฮิวสตัน (เท็กซัส) และคาดว่าการประท้วงในเมืองใหญ่เมืองอื่นๆ จะเริ่มขึ้นตลอดทั้งวัน
นอกจากนี้ แม้แต่ในเมืองที่มีประชากรเพียงประมาณ 10,000 คน อย่างเชลบีวิลล์ (เคนทักกี) และฮาวเวลล์ (มิชิแกน) ก็มีผู้คนออกมายืนเรียงรายตามท้องถนน โดยถือป้ายประท้วงต่อต้านสงครามในอิหร่านและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE)
กระแสการต่อต้านยังลามไปถึงกลุ่มชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในต่างแดน โดยมีการรวมตัวประท้วงในกรุงปารีส ลอนดอน และลิสบอน ซึ่งผู้ชุมนุมจำนวนมากถือป้ายเรียกประธานาธิบดีว่าเป็น "ฟาสซิสต์" และ"อาชญากรสงคราม" พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการไต่สวนเพื่อถอดถอน (Impeachment) และปลดเขาออกจากตำแหน่ง
อ้างอิง : www.bbc.com