โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

มวลชน ‘No Kings’ รวมตัวต่อต้าน ทรัมป์ ปมสงครามอิหร่าน – ตรวจคนเข้าเมือง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 มี.ค. เวลา 11.33 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. เวลา 04.33 น.

คลื่นมหาชนนับล้านรวมตัวประท้วง 'No Kings' ทั่วสหรัฐ ต้านนโยบายโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งปมสงครามอิหร่านและกฎหมายคนเข้าเมือง ขณะที่ทำเนียบขาวสวนกลับ 'แค่พวกบำบัดจิตคั่งแค้น'

29 มี.ค. 2569 สำนักข่าวบีบีซี (BBC) รายงาน การประท้วงระลอกใหญ่เพื่อต่อต้านรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเกิดขึ้นในเมืองต่าง ๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งที่ 3 ของกลุ่มที่เรียกตนเองว่า"No Kings" (ไม่เอากษัตริย์) โดยการชุมนุมก่อนหน้านี้เคยสร้างปรากฏการณ์ดึงดูดผู้เข้าร่วมได้มากถึงหลายล้านคน

แกนนำการชุมนุมระบุว่า พวกเขาออกมาประท้วงนโยบายหลายเรื่องที่ถูกบังคับใช้โดยประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งรวมถึงสงครามในอิหร่าน การบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง และค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น

"ทรัมป์ต้องการปกครองพวกเราเยี่ยงทรราช แต่นี่คืออเมริกา และอำนาจต้องเป็นของประชาชน ไม่ใช่เป็นของคนที่อยากเป็นกษัตริย์หรือพวกพ้องมหาเศรษฐี" แกนนำกล่าว

ทาง ด้านโฆษกทำเนียบขาวได้ออกมาตอบโต้ โดยเรียกการประท้วงเหล่านี้ว่าเป็นเพียง"ช่วงบำบัดโรคเกลียดทรัมป์ขึ้นสมอง" (Trump Derangement Therapy Sessions) พร้อมระบุว่าคนกลุ่มเดียวที่ใส่ใจเรื่องนี้ "ก็คือเหล่านักข่าวที่ได้รับค่าจ้างมาเพื่อทำข่าวเท่านั้น"

มหาชนเต็มพื้นที่เมืองหลวงและเมืองใหญ่

ตลอดทั้งวันเสาร์ที่ผ่านมา มีการชุมนุมเกิดขึ้นในเกือบทุกเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ รวมถึงนิวยอร์ก, วอชิงตัน ดี.ซี. และลอสแอนเจลิส

ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ขบวนประท้วงได้ยึดพื้นที่ถนนในย่านใจกลางเมืองตลอดช่วงบ่าย โดยมีคลื่นมหาชนเดินขบวนผ่านเมืองหลวงของประเทศ ผู้ประท้วงเรียงรายอยู่ตามขั้นบันไดของอนุสรณ์สถานลินคอล์นและรวมตัวกันหนาแน่นจนเต็มพื้นที่เนชั่นแนล มอลล์ (National Mall)

เช่นเดียวกับการชุมนุม "No Kings" ครั้งก่อน ๆ ผู้ประท้วงได้ชูหุ่นจำลองของทรัมป์, รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ และเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ในคณะทำงาน โดยมีการเรียกร้องให้ขับไล่และจับกุมบุคคลเหล่านี้

โศกนาฏกรรมในมินนิโซตา และการสนับสนุนจากศิลปินดัง

หนึ่งในการประท้วงที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในวันเสาร์จัดขึ้นที่รัฐมินนิโซตา ซึ่งเป็นสถานที่ที่พลเมืองอเมริกันสองราย คือเรเน นิโคล กู๊ด และ อเล็กซ์ เปรตติ ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางสังหารเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา การเสียชีวิตของคนทั้งสองได้จุดชนวนความโกรธแค้นและการประท้วงไปทั่วประเทศ ต่อต้านยุทธวิธีด้านการตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลทรัมป์

ในวันเสาร์ ผู้คนหลายพันคนเต็มท้องถนนพร้อมป้ายประท้วง นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักการเมืองระดับสูงจากพรรคเดโมแครตจำนวนมากร่วมขึ้นเวทีปราศรัยบริเวณด้านหน้าอาคารที่ทำการรัฐ (State Capitol) ในเมืองเซนต์พอล

"บรูซ สปริงสตีน" ศิลปินระดับตำนาน ได้ขึ้นเวทีและแสดงบทเพลงต่อต้านการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองที่ชื่อว่า "Streets of Minneapolis" อีกด้วย

แรงกระเพื่อมในนิวยอร์กและตัวเลขสถิติ

ในนครนิวยอร์ก ผู้คนจำนวนมหาศาลรวมตัวกันจนแน่นขนัดในไทม์สแควร์ และเดินขบวนผ่านย่านมิดทาวน์ในแมนฮัตตัน ตำรวจต้องสั่งปิดถนนที่ปกติจะพลุกพล่านเพื่อเปิดทางให้ฝูงชน ทั้งนี้ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กรมตำรวจนิวยอร์กระบุว่ามีผู้ชุมนุมมากกว่า 100,000 คนรวมตัวกันทั่วทั้ง 5 เขตของเมือง

สำหรับการชุมนุม No Kings ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคม มีรายงานว่าดึงดูดผู้เข้าร่วมทั่วประเทศได้เกือบ 7 ล้านคน ในครั้งนี้รัฐหลายแห่งได้มีการระดมกำลังกองกำลังพิทักษ์ชาติ (National Guard) เพื่อเตรียมพร้อม แต่ผู้จัดงานยืนยันว่ากิจกรรมทั้งหมดดำเนินไปอย่างสงบ

ข้อถกเถียงเรื่องอำนาจรัฏฐาธิปัตย์

นับตั้งแต่กลับคืนสู่ทำเนียบขาวในเดือนมกราคม 2025 ทรัมป์ได้ขยายขอบเขตอำนาจประธานาธิบดี โดยใช้อำนาจบริหาร (Executive Orders) ในการรื้อถอนส่วนต่างๆ ของรัฐบาลกลาง และส่งกองกำลังพิทักษ์ชาติไปยังเมืองต่างๆ แม้จะถูกคัดค้านจากผู้ว่าการรัฐก็ตาม นอกจากนี้ ประธานาธิบดียังได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายบังคับใช้กฎหมายระดับสูงของรัฐบาล ดำเนินคดีกับผู้ที่เขาถือว่าเป็นศัตรูทางการเมือง

ประธานาธิบดี ระบุว่า การกระทำของเขาเป็นสิ่งจำเป็นในการฟื้นฟูประเทศที่อยู่ในภาวะวิกฤต และปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเขาทำตัวเหมือนเผด็จการ โดยมองว่าเป็นเรื่องตีโพยตีพายเกินเหตุ "พวกเขาเรียกผมว่าเป็นกษัตริย์ ผมไม่ใช่กษัตริย์" เขากล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์เมื่อเดือนตุลาคม

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์เตือนว่าการขยับเขยื้อนหลายอย่างของรัฐบาลชุดนี้เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ และเป็นภัยคุกคามต่อประชาธิปไตยของอเมริกา

การขยายตัวสู่เมืองเล็กและต่างประเทศ

ฝูงชนไม่เพียงแต่รวมตัวกันในเมืองใหญ่เท่านั้น แต่ยังขยายไปยังเมืองเล็ก ๆ อีกด้วย การประท้วง No Kings กำลังเริ่มต้นขึ้นในบอสตัน (แมสซาชูเซตส์), แนชวิลล์ (เทนเนสซี) และฮิวสตัน (เท็กซัส) และคาดว่าการประท้วงในเมืองใหญ่เมืองอื่นๆ จะเริ่มขึ้นตลอดทั้งวัน

นอกจากนี้ แม้แต่ในเมืองที่มีประชากรเพียงประมาณ 10,000 คน อย่างเชลบีวิลล์ (เคนทักกี) และฮาวเวลล์ (มิชิแกน) ก็มีผู้คนออกมายืนเรียงรายตามท้องถนน โดยถือป้ายประท้วงต่อต้านสงครามในอิหร่านและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE)

กระแสการต่อต้านยังลามไปถึงกลุ่มชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในต่างแดน โดยมีการรวมตัวประท้วงในกรุงปารีส ลอนดอน และลิสบอน ซึ่งผู้ชุมนุมจำนวนมากถือป้ายเรียกประธานาธิบดีว่าเป็น "ฟาสซิสต์" และ"อาชญากรสงคราม" พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการไต่สวนเพื่อถอดถอน (Impeachment) และปลดเขาออกจากตำแหน่ง

อ้างอิง : www.bbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...