โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มองอนาคตเซมิคอนดักเตอร์ไทย บนยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่าง กระทรวง อว. และพันธมิตรระดับโลก [Advertorial]

THE STANDARD

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
มองอนาคตเซมิคอนดักเตอร์ไทย บนยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่าง กระทรวง อว. และพันธมิตรระดับโลก [Advertorial]

การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในฐานะ New Growth Engine ที่จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตต่อในทศวรรษหน้ายังเต็มไปด้วยความท้าทาย

แม้ประเทศไทยพอจะมีแต้มบุญจากทุนเก่าเมื่อครั้งเป็นเจ้าตลาดในอุตสาหกรรมยานยนต์ จึงพอมีแรงงานคนในอุตสาหกรรมที่น่าจะ Upskill Reskill ได้บ้าง แต่ถ้าจะเร่งเครื่องให้ทันเจ้าตลาดอาจวางกลยุทธ์ใหม่

ภาพประกอบอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทย แสดงถึงยุทธศาสตร์ความร่วมมือและการพัฒนาสู่อนาคต 1

นอกจากจะต้องสร้างอุตสาหกรรมเป้าหมายของตัวเองให้แข็งแกร่งเพื่อสร้าง Local Demand หรือความต้องการภายในประเทศ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่สุด กรอบนโยบาย “อว. for Semiconductor” โดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ กระทรวง อว. ที่มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานชั้นนำระดับโลก และขับเคลื่อนโปรแกรมการผลิตและพัฒนากำลังคนในหลากหลายรูปแบบ อาทิ โครงการ Semiconductor Bootcamp เพื่อเตรียมนักศึกษาชั้นปี 3 – 4 เข้าสู่อุตสาหกรรมจริง การพัฒนาหลักสูตรเฉพาะทางด้านวิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์ หลักสูตรระยะสั้นเพื่อ Upskill Reskill โปรแกรม Train the trainer เพื่อพัฒนาอาจารย์และนักวิจัย ตลอดจนทุนปริญญาเอกแบบมุ่งเป้าด้าน IC Design โดยตั้งเป้าจะพัฒนากำลังคนทักษะสูง จำนวน 80,000 คน ภายใน 5 ปี เพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าจับตา

แต่ต้องยอมรับว่าองค์ความรู้และบุคลากรที่ไทยมีอยู่ในมือตอนนี้ไม่เพียงพอทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ทางเดียวที่จะอัปเกรดความรู้ ทักษะ และหลักสูตรที่มีประสิทธิภาพคือการจับมือกับผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ

กรอบความร่วมมือระหว่างพันธมิตรระดับโลก

แน่นอนว่า หากจะปรับหลักสูตรให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลและเตรียมคนให้พร้อมสู่การเป็น Global Citizen เป็นบุคลากรที่เป็นที่ยอมรับของภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก จำเป็นต้องดึงพันธมิตรจากต่างประเทศเข้ามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมาย ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม บอกว่า เป้าหมายความร่วมมือก็เพื่อยกระดับหลักสูตรของไทยทั้งหลักสูตรกลางและหลักสูตรทางด้านเซมิคอนดักเตอร์ให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล

“หลักสูตรเซมิคอนดักเตอร์จำเป็นต้องมีองค์ความรู้ที่ทันสมัย เพื่อให้เด็กจบมาเป็นที่ยอมรับของภาคอุตสาหกรรมและพร้อมทำงานได้ทันที นอกจากเรื่องหลักสูตร ภายใต้กรอบความร่วมมือเราต้องการยกระดับอาจารย์ เพราะเรามองว่าอาจารย์จะเป็นคนที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ อาจารย์ที่รู้เรื่อง IC จริงๆ ในประเทศไทยมีหลักสิบเท่านั้น เราจึงต้องสร้างอาจารย์เพื่อมาสร้างเด็ก เพื่อ Boots up จาก 2,000 เป็น 80,000 ให้ได้ภายใน 5 ปี”

3 ประเทศพันธมิตรนำร่องที่ร่วมขับเคลื่อนโปรแกรมการผลิตและพัฒนากำลังคน ได้แก่ ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ โดยนำความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของแต่ละประเทศมาร่วมกันพัฒนาอย่างเป็นระบบ

ภาพประกอบอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทย แสดงถึงยุทธศาสตร์ความร่วมมือและการพัฒนาสู่อนาคต 2

ผสานความแกร่ง Imperial College London มหาวิทยาลัยระดับ Top 5 ของโลก สร้าง ‘SABER Lab’

รองศาสตราจารย์ ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และหนึ่งในศูนย์ฝึกอบรมเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ บอกว่า หากมองระดับโลก สามขั้วหลักของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ก็คือ สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน และจีน ซึ่งก็มีความแข็งแกร่งต่างกัน

“ตอนนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) จับมือกับ Imperial College London มหาวิทยาลัยระดับ Top 5 ของโลกด้านวิศวกรรม จัดตั้ง MUT – Imperial Semiconductor AI & BioSensor Electronics Research Laboratory หรือ SABER Lab ซึ่งตั้งอยู่ที่ Imperial College เพื่อทำงานร่วมกันด้านอุปกรณ์ตรวจวัดทางชีวภาพ Biosensor และ Biomedical Devices ที่ใช้ได้ทั้งใน อุตสาหกรรมการแพทย์ อาหาร และสุขภาพ”

ภาพประกอบอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทย แสดงถึงยุทธศาสตร์ความร่วมมือและการพัฒนาสู่อนาคต 3

“นอกจากนี้เรายังจัดตั้งห้องแล็บคู่ขนานที่ MUT เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) ถือเป็นห้องปฏิบัติการวิจัยด้าน เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และไบโอเซนเซอร์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยได้ใช้งานห้องแล็บระดับโลก ทำวิจัยร่วมกับนักวิจัยชั้นนำและพัฒนาทักษะจากประสบการณ์จริง”

SABER Lab. ยังทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการบ่มเพาะนักวิจัยรุ่นใหม่ของไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับนานาชาติ พร้อมขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมสู่ภาคอุตสาหกรรม ตามนโยบายรัฐบาลในการเร่งพัฒนากำลังคนสู่เทคโนโลยีอนาคต

รองศาสตราจารย์ ดร.ภานวีย์บอกว่า MUT ยังมีโครงการทุนการศึกษาปริญญาเอกจำนวน 5 ทุนต่อปี ต่อเนื่อง 5 ปี สำหรับนักศึกษาไทย เพื่อศึกษาต่อด้านเซมิคอนดักเตอร์ที่ Imperial College London โดยทุนนี้เป็นรูปแบบใหม่ที่กระทรวง อว. สนับสนุนอย่างเต็มที่ ไม่เพียงเพื่อการศึกษา แต่ยังส่งเสริมให้ผู้รับทุนสามารถ สร้างธุรกิจ พัฒนาเทคโนโลยี และตอบโจทย์อุตสาหกรรมผ่านการดูแลจาก Incubation Unit ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะใน MUT

ประตูแห่งโอกาสทางอาชีพและการอัปเกรดทักษะขั้นสูงไปกับ Arizona State University (ASU)

สำหรับสหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) ได้มีความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Arizona State University (ASU) มหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของรัฐในสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัย ที่มีนวัตกรรมสูงสุดในสหรัฐอเมริกา 11 ปี ติดต่อกัน (2016–2026) โดย U.S. News & World Report ด้วยเช่นกัน

การร่วมมือกับ ASU ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวสู่เทคโนโลยีขั้นสูง เนื่องจาก ASU เป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับงบประมาณกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้ CHIPS and Science Act เพื่อใช้ในการพัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์

โดยกรอบความร่วมมือระหว่าง กระทรวง อว. MUT และ ASU จะครอบคลุมหลายตั้งแต่โครงการวิจัยและการศึกษาแบบร่วมมือด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์ สุขภาพ และการผลิต การพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศทวิภาคี ด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรมเส้นทางปริญญาร่วม ภายใต้เครือข่ายพันธมิตร ASU–Cintana และโปรแกรมพัฒนากำลังคนและวิชาชีพ เพื่อยกระดับทักษะแรงงาน ให้ผู้เรียนเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ออนไลน์และห้องเรียนเสมือนจริงของ ASU เพื่อเรียนรู้จากคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญระดับโลกโดยไม่ถูกจำกัดด้วยอุปสรรคของภูมิศาสตร์

“ความร่วมมือนี้ทำให้เราก้าวสู่การเป็นสถาบัน ‘Powered by ASU’ และเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่าย ASU-Cintana Alliance เครือข่ายมหาวิทยาลัยระดับโลกที่ร่วมมือกันเพื่อขยายการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพระดับนานาชาติ อย่างโครงการแลกเปลี่ยนและ Immersion Programs และในอนาคตนักศึกษา MUT จะศึกษาต่อที่ Arizona State University ได้ทั้งแบบออนไลน์ หรือที่วิทยาเขตในสหรัฐอเมริกา ผ่านโครงการ Pathways ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพิ่มโอกาสทางอาชีพที่กว้างขึ้น”

ถอดแบบความสำเร็จของไต้หวันผ่าน Triple Helix ความร่วมมือไตรภาคีระหว่างอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา และภาครัฐ

รองศาสตราจารย์ ดร.จีรนุช เสงี่ยมศักดิ์ ผู้ช่วยอธิการบดี ม.ขอนแก่นและ ประธานคณะทำงานด้านการจัดทำหลักสูตรด้าน Semiconductor กับสถาบันอุดมศึกษาและภาคอุตสาหกรรมในต่างประเทศ เล่าในฐานะฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันความร่วมมือไทย-ไต้หวัน กับภารกิจพัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์ไทยที่ทำร่วมกับ National Taiwan University (NTU) มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกของไต้หวัน ภายใต้โปรแกรม ‘Train the Trainers’

ภาพประกอบอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทย แสดงถึงยุทธศาสตร์ความร่วมมือและการพัฒนาสู่อนาคต 4

“หัวใจสำคัญของการพัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์ คือการสร้างบุคลากรทักษะสูงเพื่อมาเป็น Core Team ที่สามารถถ่ายทอดความรู้สู่การผลิตวิศวกรแห่งอนาคตได้ โปรแกรม ‘Train the Trainers’ กลุ่มเป้าหมายจึงเป็นกลุ่มบุคลากรที่เป็นอาจารย์ในภาคการศึกษา และนักวิจัยทั้งภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม ล่าสุดเราพาบุคลากร 25 คน จาก 18 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ไปเข้าร่วมอบรวมที่ National Taiwan University เป็นเวลา 10 วัน เนื้อหาการอบรมครอบคลุมตั้งแต่ภาพรวมจนถึงเทคโนโลยีปัจจุบันและเทคโนโลยีอุบัติใหม่ ไม่ว่าจะเป็น AI, Quantum, Semiconductor Design และ NEMS นอกจากนั้น ยังได้ศึกษาดูงานสถานที่สำคัญทางเทคโนโลยีของไต้หวัน ได้แก่ Taiwan Semiconductor Research Institute (TSRI), TSMC Museum of Innovation, Delta–NTU Center for Industrial–Academic Collaboration, และ NTU Maker Spaces & Laboratories”

รองศาสตราจารย์ ดร. จีรนุช เชื่อมั่นว่า การเดินทางครั้งนี้จะทำให้บุคลากรทั้ง 25 คน ได้เห็นตัวอย่างความสำเร็จจากเบอร์หนึ่งของโลกว่า เทคโนโลยีอุบัติใหม่ (Emerging Technology) คืออะไร เส้นทางที่ควรจะไป คือตรงไหน และอะไรทำให้ไต้หวันเป็นเบอร์หนึ่งของโลกเรื่องเซมิคอนดักเตอร์

“กุญแจสำคัญคือการประสานความร่วมมือไตรภาคี (Triple Helix) ระหว่างอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา และภาครัฐ โดยมีนักศึกษาเป็นตัวเชื่อมทั้งหมด และอุตสาหกรรมเป็นตัวนำ ดังนั้นภาคอุตสาหกรรมต้องปักหมุดให้ชัดก่อนแล้วเราจะเห็นว่าเทคโนโลยีไหนที่จะอยู่หัวขบวน นั่นก็คือ เทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ที่สนับสนุนการเติบโตของ AI และ ควอนตัม การปักหมุดนี้นำไปสู่การวางแผนงานวิจัยและการพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับอนาคตของอุตสาหกรรม” รศ. ดร. จีรนุช กล่าว

ภาพประกอบอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทย แสดงถึงยุทธศาสตร์ความร่วมมือและการพัฒนาสู่อนาคต 5

กางแนวทางขยายความร่วมมือพันธมิตรต่างประเทศ

จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายประเทศที่ กระทรวง อว. และสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาข้อตกลงและหารือถึงความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรร่วมกัน รองศาสตราจารย์ ดร. จีรนุช บอกว่า มหาลัยฯ หลายแห่งต่างก็มีความสัมพันธ์และความร่วมมือกับมหาลัยฯ หรือหน่วยงานภาครัฐของประเทศต่างๆ พอสมควร หากนำทั้งหมดมาต่อเชื่อมกันได้เร็วเท่าไรก็ยิ่งเป็นผลดีต่อการพัฒนาศักยภาพคนเท่านั้น

“คียหลักของอาเซียน ก็คือเกาหลีใต้ เราเป็นพาร์ทเนอกันอยู่แล้ว อย่างทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นพาร์ทเนอร์กับทางมหาลัยฯ ของมาเลเซีย ส่วนมหาวิทยาลัยขอนแก่นเราก็เป็นพันธมิตรที่ดีกับเวียดนาม”

ภาพประกอบอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทย แสดงถึงยุทธศาสตร์ความร่วมมือและการพัฒนาสู่อนาคต 6

ประเด็นที่หลายคนอาจตั้งคำถามคือ การจับมือกับพันธมิตรเหล่านี้ไทยจะรักษาความเป็นกลางอย่างไร รองศาสตราจารย์ ดร.ภานวีย์เชื่อว่า หากประเทศไทยจะเดินหน้าความร่วมมือด้านเทคโนโลยีกับหลายประเทศ สิ่งสำคัญคือ ‘ความโปร่งใส’ และ ‘นโยบายที่ชัดเจน’

“โปร่งใสคือทุกนโยบายต้องเปิดให้ทุกประเทศรู้ว่าทิศทางของประเทศไทยคืออะไร และไม่ควรผูกขาดอยู่กับผู้ผลิตหรือผู้ให้เทคโนโลยีรายใดรายหนึ่ง ควรเปิดความร่วมมือกับหลายประเทศ โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก และเพื่อไม่ให้เราต้องพึ่งพาทุนหรือเทคโนโลยีต่างชาติในระยะยาว การพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จะเป็นเกราะป้องกันที่ดีในระยะยาว” รศ.ดร.ภานวีย์ กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...