โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สธ.ห่วง 13 จว.สีแดง น่าน เชียงราย ลำพูน อ่วมจมฝุ่น 12 วัน ออก 9 ข้อสั่งการถึงสสจ.รับมือ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สธ.ห่วง 13 จว.สีแดง น่าน เชียงราย ลำพูน จมฝุ่น 12 วัน ออก 9 ข้อสั่งการถึงสสจ.รับมือ กรมฝนหลวงส่งฝูงบิน 7 ลำปฏิบัติการวันละ 15-20 เที่ยว เลยอ่วมไฟไหม้ป่า 4 อำเภอ

เมื่อวันที่ 5 เมษายน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กำชับให้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด รวมถึงบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน เพื่อดูแลและลดผลกระทบทางสุขภาพของประชาชน จากการติดตามคุณภาพอากาศเมื่อเวลา 07.00น. พบค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน 37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร(มคก./ลบ.ม.) อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ สีส้ม 41 จังหวัด และเกินมาตรฐาน 3 วันขึ้นไป 32 จังหวัด ขณะที่ค่าฝุ่นอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) เกิน 75 มคก./ลบ.ม. 13 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน น่าน พะเยา บึงกาฬ ลำปาง แพร่ พิษณุโลก หนองคาย นครพนม และ จ.เลย บางจังหวัดค่าฝุ่นระดับสีแดงต่อเนื่อง เช่น น่าน เชียงราย ลำพูน (12 วัน) พะเยา ลำปาง (11 วัน) เชียงใหม่ แพร่ (10 วัน) คาดว่า ช่วง 1-2 วันข้างหน้า ปริมาณฝุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่

“วันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ได้ประชุมกับ PHEOC เขตสุขภาพที่ 1 และออกข้อสั่งการถึงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)และทีมปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง 9 ข้อ 1.ให้หน่วยบริการทุกแห่งตรวจสอบข้อมูลผู้ป่วยจากฝุ่น PM 2.5 เพื่อนำไปประเมินสถานการณ์ พร้อมรายงานผลการตรวจสอบตามระยะเวลาที่กำหนด 2.ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อใช้อำนาจตามประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติในการเร่งรัดจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นให้รวดเร็ว ทันสถานการณ์ 3.ดูแลสุขภาพเชิงรุก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง 4.สื่อสารประชาสัมพันธ์ในประเด็นที่สังคมกังวล ชี้แจงผ่านทุกช่องทาง และใช้ผู้เชี่ยวชาญให้ข้อมูลทางการแพทย์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน

5.เฝ้าระวังและตรวจสอบแนวกันไฟของโรงพยาบาลกลุ่มเสี่ยง 35 แห่ง 6.รวบรวมสรุปสถานการณ์ การดำเนินงาน และการดูแลประชาชน การเตรียมพร้อมด้านต่างๆ 7.ให้ศูนย์วิชาการดูแล ให้คำแนะนำและถ่ายทอดความรู้แก่ สสจ.และโรงพยาบาลในพื้นที่ 8.บริหารจัดการทรัพยากรแบบเครือข่าย One Region One Hospital ตรวจสอบคลังเวชภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ บริหารจัดการ สนับสนุนอุปกรณ์ระหว่างจังหวัดเพื่อความต่อเนื่องในการให้บริการประชาชน และ 9.ปรับปรุง พัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ ให้แสดงผลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน เพื่อวางแผนและบริหารสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการปฏิบัติการฝนหลวง โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจ.เชียงใหม่ พบว่ากรมฝนหลวงฯ ใช้อากาศยาน 5 ลำขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 4 เมษายน ปฏิบัติการได้ 12 เที่ยวบิน พบ อ.อมก๋อย มีฝนตกลงมาบรรเทาสถานการณ์พอสมควร แต่สภาพอากาศในหลายพื้นที่ยังมีความแห้งแล้งสูงจึงส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของการทำฝนหลวง

“ล่าสุด กรมฝนหลวงฯสนับสนุนอากาศยานเพื่อปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่ม 2 ลำ ทำให้มีฝูงบินรวม 7 ลำขึ้นปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คาดการณ์จะสามารถปฏิบัติการเพิ่มเป็น 15-20 เที่ยวบินต่อวัน เพื่อกระตุ้นให้เกิดเมฆฝนตกลงมาเพิ่มความชุ่มชื้นโดยเร็ว ควบคู่การปฏิบัติการดับไฟภาคพื้นดิน” นายอรรษิษฐ์ กล่าว

ที่จ.เชียงใหม่ สภาพอากาศยังมีฝุ่นกระจาย แม้มีฝนตกในบางพื้นที่ แต่ไม่สามารถลดฝุ่นละอองขนาดเล็กลงได้ โดยข้อมูลจาก suomi-NPP รายงานว่า เวลา 01.49น. พบจุดความร้อน 120 จุด สูงสุดที่ อ.ฮอด 22 จุด ขณะที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน สรุปสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พบระหว่าง 104 – 314.3 มคก./ลบ.ม.คุณภาพอากาศอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยจ.เชียงราย พบสูงสุด ที่ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย 225.4 มคก./ลบ.ม. จ.เชียงใหม่ พบสูงสุด ที่ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 314.3 มคก./ลบ.ม. จ.ลำพูน พบสูงสุดที่ ต.ลี้ อ.ลี้ 183.0 มคก./ลบ.ม. และ จ.แม่ฮ่องสอน พบสูงสุด ที่ต.เวียงใต้ อ.ปาย 294.5 มคก./ลบ.ม.

ที่จ.เลย สภาพอากาศมีหมอกควันปกคลุมทั่วทั้งเมือง เนื่องจากการลักลอบเผาป่า เผาไร่ ของเกษตรกรและป่าข้างทางแบบรายวัน โดยปริมาณฝุ่น PM.2.5 ที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย 75.8 มคก./ลบ.ม. พบจุดความร้อน หรือ ฮอตสปอต 91 จุด โดยพบไฟไหม้ป่าใน 4 อำเภอ คือ ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงขุนแคม ป่าโคกใหญ่ ป่าภูผาแง่มและป่าลาดค่าง อ.ท่าลี่ เสียหาย 200 ไร่ เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูเขาแก้วและป่าดงปากชม อ.เชียงคาน เสียหาย 180 ไร่ , ป่าสงวนแห่งชาติป่าโคกเหล็ก รอยต่อ อ.เมืองเลย และ อ.ภูเรือ เสียหาย 80 ไร่ และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง อ.ภูหลวง เสียหาย 75 ไร่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สธ.ห่วง 13 จว.สีแดง น่าน เชียงราย ลำพูน อ่วมจมฝุ่น 12 วัน ออก 9 ข้อสั่งการถึงสสจ.รับมือ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...