ผ่าอาณาจักร CENTRAL EUROPEAN VILLAGE ห้างหรู 2.4 แสนล้านของ “จิราธิวัฒน์”
ก้าวย่างเข้าสู่ศักราชที่ 15 ของการสยายปีกบนดินแดนประวัติศาสตร์อย่างยุโรป กลุ่มเซ็นทรัล ผู้นำเบอร์หนึ่งด้านรีเทลของไทย ไม่ได้เพียงแค่สร้างชื่อในฐานะผู้ลงทุนรายใหญ่ที่ข้ามขอบฟ้าไปช้อปปิ้งกิจการเท่านั้น แต่กำลังสร้าง "ปริศนาแห่งความสำเร็จ" ครั้งใหม่ที่ชวนให้โลกธุรกิจต้องจับตามอง
25 เมษายน 2569 - ด้วยตัวเลขยอดขายที่ทะยานสูงกว่า 2.4 แสนล้านบาท ในปีที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่โหยหามากกว่าแค่การซื้อสินค้า แต่เป็นการมองหา "ประสบการณ์" ที่เงินเพียงอย่างเดียวหาซื้อไม่ได้
ภาพจำของกลุ่มเซ็นทรัลในสายตาชาวโลกเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ระดับแลนด์มาร์กในหัวเมืองใหญ่ของยุโรปถูกชุบชีวิตใหม่ภายใต้ร่มเงาของทุนไทย ปริศนาแห่งก้าวต่อไปถูกเฉลยอย่างชัดเจนจากปากของ ทศ จิราธิวัฒน์ แม่ทัพใหญ่ผู้ประกาศเดินหน้ายกระดับเครือข่ายห้างหรูระดับไอคอนิกให้กลายเป็น "คอมมิวนิตี้" ที่หลอมรวมวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และประสบการณ์อันน่าประทับใจเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งหากมองลึกลงไปในยุทธศาสตร์นี้ จะพบว่าตระกูลจิราธิวัฒน์ไม่ได้ต้องการเพียงแค่เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้า แต่ต้องการเป็น "เจ้าของเวลา" ของเหล่านักช้อปทั่วโลก
การจัดทัพ "ขุนพลอินเตอร์" กับอาณาจักรที่ไร้พรมแดน
เพื่อให้การดำเนินงานในยุโรปเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กลุ่มเซ็นทรัลได้สร้างปรากฏการณ์ด้วยการประกาศแต่งตั้งทัพผู้บริหารระดับสูงเพื่อคุมบังเหียนอาณาจักรในยุโรปอย่างเป็นทางการ ซึ่งไม่ใช่แค่การปรับโครงสร้าง แต่คือการวางรากฐานให้แต่ละแบรนด์ภายใต้พอร์ตโฟลิโอทำงานสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว :
- ปิแอร์ลุยจิ ค็อคคินี (Pierluigi Cocchini) : ซีอีโอผู้กุมวิสัยทัศน์ภาพรวม รับหน้าที่กำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันในระดับภูมิภาค พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เชื่อมโยงห้างหรูทุกแห่งให้เป็นหนึ่งเดียว โดยยังคงอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของแต่ละแบนเนอร์ไว้อย่างครบถ้วน
- จูเซ็ปเป ดามาโต (Giuseppe D’Amato) : ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพาณิชย์ ผู้รับหน้าที่ขับเคลื่อนพอร์ตโฟลิโอแบรนด์หรู การจัดซื้อสินค้า และที่สำคัญที่สุดคือการปั้น Retail Media ให้กลายเป็นอาวุธลับใหม่ที่จะสร้างรายได้มหาศาลจากฐานข้อมูลลูกค้าชั้นเลิศ
- ชาติ จิราธิวัฒน์ (Chart Chirathivat) : คีย์แมนคนสำคัญในตำแหน่งซีอีโอสายงานกลยุทธ์ ผู้รับบทตัวเชื่อมประสานความร่วมมือระหว่างพันธมิตรแบรนด์ระดับโลก และสร้าง Synergy ระหว่างเครือข่ายในยุโรปและเอเชียให้ไร้รอยต่อ เพื่อให้กลุ่มเซ็นทรัลยืนหยัดในฐานะพันธมิตรที่แบรนด์ลักชูรี่ขาดไม่ได้
- อังเดร เมเดอร์ (André Maeder) : ขุนพลผู้ยังคงกุมบังเหียน เซลฟริดเจส (Selfridges) ห้างสรรพสินค้าที่ทรงอิทธิพลที่สุดในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่มาตรฐานใหม่ของรีเทลระดับโลก
แลนด์มาร์กแห่งเวลา: จากอาคารมรดกสู่จุดหมายปลายทางระดับโลก
ปัจจุบันอาณาจักรของจิราธิวัฒน์ในยุโรปครอบคลุมห้างสรรพสินค้าหรูถึง 40 สาขา ใน 34 เมืองหลัก ผ่านแบนเนอร์ที่ทรงอิทธิพลที่สุด ซึ่งล้วนตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ "ไข่แดง" ใจกลางเมือง:
- รีนาเชนเต (Rinascente) ในอิตาลี - จุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ในปี 2554
- อิลลุม (Illum) ในเดนมาร์ก - ห้างหรูใจกลางโคเปนเฮเกน
- กลุ่มคาเดเว (KaDeWe) ในเยอรมนี - สัญลักษณ์แห่งความหรูหราของเบอร์ลิน มิวนิก และฮัมบูร์ก
- โกลบุส (Globus) ในสวิตเซอร์แลนด์ - ห้างที่สะท้อนความประณีตระดับสวิส
- กลุ่มเซลฟริดเจส (Selfridges Group) - เพชรยอดมงกุฎในสหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และไอร์แลนด์
หมุดหมายที่น่าสนใจยิ่งคือการเปิดตัวห้าง โกลบุส (Globus) สาขาบาเซิล มาร์กพลาทซ์ เมื่อเดือนตุลาคม 2568 หลังใช้เวลากว่า 3 ปีในการบูรณะอาคารมรดกทางวัฒนธรรมอายุ 119 ปี ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ผสานเสน่ห์ดั้งเดิมเข้ากับความหรูหราร่วมสมัยได้อย่างไร้ที่ติ นี่คือการตอกย้ำว่ากลุ่มเซ็นทรัลไม่ได้สร้างแค่ห้าง แต่สร้าง "แลนด์มาร์ก" ที่ทรงคุณค่าตามกาลเวลา
“40 Duke” และการรีแบรนด์ประสบการณ์สู่ซูเปอร์ลักชูรี่
หากจะถามหาความได้เปรียบของอาณาจักรนี้ การเปิดตัว“40 Duke” ณ ห้างเซลฟริดเจส ถนนออกซ์ฟอร์ด เมื่อเดือนเมษายน 2569 คือคำตอบ พื้นที่ไฮบริดสุดเอ็กซ์คลูซีฟกว่า 2,300 ตารางเมตรแห่งนี้ ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อสมาชิกระดับสูงสุด VVSP (Very Very Selfridges People) ภายใต้โปรแกรม Selfridges Unlocked
ที่นี่ไม่ได้มีไว้แค่ช้อปปิ้ง แต่คือ "คลับ" ของผู้มีรสนิยม ประกอบด้วยห้องบริการส่วนตัว 24 ห้อง คลับเลาจน์ และลานรับประทานอาหารกลางแจ้ง ซึ่งเปรียบเสมือนการสลัดภาพลักษณ์เดิมที่เป็นห้างสรรพสินค้า ให้กลายเป็น "พื้นที่ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว" ที่เข้าถึงยากและมีความเป็น Privacy สูงสุด ตอบโจทย์มหาเศรษฐีรุ่นใหม่ที่ต้องการความแตกต่าง
สมรภูมิใหม่ “Retail Media” ขุมทรัพย์ล้านล้านบาท
ประเด็นที่น่าจับตามองและเป็น "Key Drive" สำคัญในการรีแบรนด์ภาพลักษณ์จากผู้ค้าปลีกสู่ "สื่อทรงพลัง" คือการรุกธุรกิจ Retail Media อย่างเต็มตัว กลุ่มเซ็นทรัลมองเห็นโอกาสจากทำเลที่ตั้งที่เป็นแลนด์มาร์กของเมืองและฐานข้อมูลลูกค้าที่แม่นยำ โดยคาดการณ์ว่าตลาดนี้ในยุโรปจะมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านบาท ภายในปี 2569
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้วเห็นได้จาก :
- รีนาเชนเต : ที่ประกาศยกระดับสู่การเป็น “Media Company” เต็มตัว เนรมิตทุกสาขาในอิตาลีให้แบรนด์สามารถทำ Brand Takeover ได้อย่างอลังการ
- ดี แบนคอร์ฟ : ในเนเธอร์แลนด์ ที่ก้าวขึ้นเป็นแพลตฟอร์มหลักด้าน Brand Activation สร้างแคมเปญในระดับหลายสิบล้านวิว จนเหล่าแบรนด์พันธมิตรไม่อาจมองข้าม
บทสรุปของตำนาน 15 ปี และก้าวต่อไปที่ไม่สิ้นสุด
การสยายปีกครั้งใหญ่ของกลุ่มเซ็นทรัลในวาระครบรอบ 15 ปีนี้ คือการพิสูจน์ว่าตระกูลจิราธิวัฒน์ไม่ได้เพียงแค่ประสบความสำเร็จในแง่ของยอดขาย แต่พวกเขาสามารถสร้าง "คอมมิวนิตี้" และมาตรฐานใหม่ของลักชูรี่รีเทลโลกได้สำเร็จ พอร์ตโฟลิโอที่ทรงคุณค่าและเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง คือรากฐานที่จะนำพาอาณาจักรนี้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคง
ดังที่ ทศ จิราธิวัฒน์ ได้กล่าวไว้ว่า “ก้าวต่อไปคือการเสริมความแข็งแกร่งในทุกมิติ ทั้งด้านทีมผู้บริหาร โครงสร้างธุรกิจ และการต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในยุโรปและเอเชีย”
สมรภูมิการค้าในยุโรปต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ตระกูลเศรษฐีจากไทยจะสามารถครองใจชาวโลกได้อย่างถาวรหรือไม่ คงต้องติดตามดูจากการเคลื่อนไหวของขุนพลทั้ง 4 ที่เพิ่งได้รับแต่งตั้ง แต่วันนี้ชื่อของกลุ่มเซ็นทรัลได้ถูกจารึกไว้แล้วว่าคือผู้ที่เปลี่ยน "ห้างสรรพสินค้า" ให้กลายเป็นอาณาจักรแห่งความสุขที่เวลาทุกวินาทีถูกใช้อย่างมีคุณค่าที่สุด