อุบัติเหตุทุก(ข์)เทศกาลสงกรานต์ ทบทวน‘โจทย์เดิม’ต้องแก้ต่อไป
นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) เปิดเผยผ่าน “ทีมข่าวอาชญากรรม” พร้อมประมวลโจทย์ที่ยังเป็นปัญหาสำหรับสงกรานต์ปี 69 ตามข้อมูลการเดินทางออกและเข้า กทม. เพิ่มขึ้น โดยขาออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 ขาเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 เมื่อเทียบกับสงกรานต์ปี 68
ในกลุ่มสูญเสีย 1 ใน 3 หรือร้อยละ 38 เป็นหัวหน้าครอบครัว ส่งผลกระทบตรงโครงสร้างพื้นฐานของครอบครัว รองมาเป็นกลุ่มวัยทำงาน (24-40 ปี) ขณะที่กลุ่มวัยเรียน ( 1-24 ปี) ก็มีจำนวนไม่น้อย คือ 54 ราย เทียบได้กับการหายไปของนักเรียน 1 ห้อง
ผู้จัดการ ศวปถ. ชี้โจทย์ที่ยังแก้ไม่ได้คือ ความสูญเสียไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะช่วง 7 วันอันตราย แต่ก่อนและหลัง 7 วัน พบการสูญเสียจำนวนไม่น้อยจากการทยอยเดินทาง ยกตัวอย่าง 2 วันก่อนเทศกาล มีผู้เสียชีวิตถึง 102 ราย ประเด็นที่ต้องเพิ่มเติมโจทย์นี้คือมาตรการกำกับความเสี่ยงที่ต้องเข้มข้นทั้งก่อนและหลังเทศกาล
ทั้งนี้ แม้ยอดผู้เสียชีวิตรอบนี้จะลดลงจากปี 68 ที่มี 253 ราย เหลือ 242 ราย แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ “ระดับความรุนแรง” ที่พุ่งสูงขึ้น สังเกตได้จากในอุบัติเหตุ 100 ครั้ง สงกรานต์ปี 68 จะมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 16 ราย แต่ปี 69 เฉลี่ยเพิ่มเป็น 19 ราย
ประเด็นดังกล่าวสัมพันธ์กับการพบเคสอุบัติเหตุใหญ่ (กรณีเสียชีวิตพร้อมกัน 2 คนขึ้นไป หรือบาดเจ็บรวมกัน 4 คนขึ้นไป) กรณีการเสียชีวิตพบเพิ่มขึ้นร้อยละ 39.5 จากปี 68 มี 29 ราย ปี 69 เพิ่มเป็น 48 ราย
สำหรับเคสใหญ่ประเด็นที่น่าหยิบยกให้เห็นภาพคือ เหตุที่เกิดกับ “รถใหญ่” ที่ช่วงเทศกาลมักถูกหยุดวิ่ง จึงต้อง “เร่งทำรอบ” ส่งสินค้าก่อน ผลที่ตามมาคือ อาการอ่อนล้า ที่นำไปสู่การหลับใน
ตัวอย่างอุบัติเหตุคนขับรถเทรเลอร์หลับใน ทำให้เบรกไม่ทันพุ่งชนรถยนต์ 7 คันรวด เหตุเกิดในพื้นที่ จ.ลำปาง และอีกรายในพื้นที่ จ.สุโขทัย คนขับรถยนต์เกิดอาการหลับในชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิต ก่อนตรวจสอบพบเป็นคนขับรถเทรเลอร์และเร่งทำรอบมาก่อน จึงพักผ่อนไม่พอ
นอกจากนี้ ยังมีปัญหา“รถกระบะ” ขนเด็กเล่นน้ำเกิดอุบัติเหตุเทกระจาดในพื้นที่ จ.อุทัยธานี และ จ.เชียงราย นอกจากการบรรทุกคนที่มีความเสี่ยง ทั้งสองเหตุการณ์นี้พบว่าคนขับมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกฎหมายกำหนด หรือเมาแล้วขับ ชวนให้ตั้งคำถามถึงสมรรถะคนขับ เนื่องจากมาตรการห้ามขึ้นกระบะเล่นน้ำเป็นเรื่องไม่ง่าย จำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดไปที่ตัวคนขับ และผู้ปกครองที่ต้องไม่ปล่อยเดินทางกับคนเมาแล้วขับ
ปีนี้ความปลอดภัยของรถตุ๊ก ๆ เป็นอีกคดีที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง จากการสูญเสียนิสิตจุฬาฯ อนาคตไกล เพราะอุบัติเหตุระหว่างโดยสารไปเล่นน้ำ สารพัดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างกำลังถูกตั้งคำถาม ทั้งตัวรถที่ไม่ป้องกันการกระแทก ไม่จำกัดความเร็ว และการนั่งของผู้โดยสาร ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีความเคลื่อนไหวถึงข้อเสนอเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง พร้อมชี้ประเด็นความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในคำแถลงนโยบายรัฐบาลก็ควรมีรูปธรรมที่ชัดเจน
ทั้งนี้ มองท่าทีน่าจับตากรณี นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ยื่นหนังสือถึงประธานสภา เสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษา จัดทำ และติดตามข้อเสนอในการยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน ซึ่งน่าจะกระตุ้นความใส่ใจต่อปัญหาความปลอดภัยที่ควรแก้ไขเชิงโครงสร้างจากรัฐบาลได้
ผู้จัดการ ศวปถ. ย้ำถึงปัญหาอีกโจทย์เดิมเรื่องใบขับขี่ สงกรานต์นี้“กว่าครึ่ง” ยังเป็นกลุ่มไม่มีใบขับขี่ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่ประสบอุบัติเหตุ ร้อยละ 59.6 ไม่มีใบขับขี่ และเป็นแบบนี้แทบทุกเทศกาล ในเรื่องนี้จากการหารือ ลำพังการใช้อำนาจของตำรวจอาจไม่เพียงพอ จึงมีข้อเสนอใก้กรมการขนส่งทางบก ปรับปรุง พ.ร.บ.รถยนต์ฯ เพิ่มโทษไม่มีใบขับขี่ให้สูงกว่าลหุโทษ เช่น โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 5,000 บาท
สุดท้ายแม้จะยังแก้ไขโจทย์เดิม ๆ แต่สิ่งที่อาจทำให้เห็นสัญญาณเล็ก ๆ ดีขึ้น ซึ่งยังไม่ใช่นโยบายหรือกลไก แต่เป็นผู้จัดงานบางส่วนที่ทำให้พื้นที่เล่นน้ำปลอดแอลกอฮอล์ ยกตัวอย่าง พื้นที่ย่านสยามสแควร์ ที่ควรได้รับการสนับสนุนและยกย่องที่มีส่วนสร้างความปลอดภัยมากขึ้น.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน