โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

อุบัติเหตุทุก(ข์)เทศกาลสงกรานต์ ทบทวน‘โจทย์เดิม’ต้องแก้ต่อไป

เดลินิวส์

อัพเดต 25 เมษายน 2569 เวลา 17.52 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ตรวจการบ้านหลังสงกรานต์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป จากที่หลายฝ่ายคาดการณ์เดินทางอาจ “ลด” เพราะเงื่อนไขราคาน้ำมัน และค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่ข้อเท็จจริงการเดินทางยังคง “ไม่ลด” ขณะที่โจทย์อุบัติเหตุยังเป็นเรื่องเดิม ๆ ที่ต้องนำมาทบทวนกันอีก

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) เปิดเผยผ่าน “ทีมข่าวอาชญากรรม” พร้อมประมวลโจทย์ที่ยังเป็นปัญหาสำหรับสงกรานต์ปี 69 ตามข้อมูลการเดินทางออกและเข้า กทม. เพิ่มขึ้น โดยขาออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 ขาเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 เมื่อเทียบกับสงกรานต์ปี 68

ในกลุ่มสูญเสีย 1 ใน 3 หรือร้อยละ 38 เป็นหัวหน้าครอบครัว ส่งผลกระทบตรงโครงสร้างพื้นฐานของครอบครัว รองมาเป็นกลุ่มวัยทำงาน (24-40 ปี) ขณะที่กลุ่มวัยเรียน ( 1-24 ปี) ก็มีจำนวนไม่น้อย คือ 54 ราย เทียบได้กับการหายไปของนักเรียน 1 ห้อง

ผู้จัดการ ศวปถ. ชี้โจทย์ที่ยังแก้ไม่ได้คือ ความสูญเสียไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะช่วง 7 วันอันตราย แต่ก่อนและหลัง 7 วัน พบการสูญเสียจำนวนไม่น้อยจากการทยอยเดินทาง ยกตัวอย่าง 2 วันก่อนเทศกาล มีผู้เสียชีวิตถึง 102 ราย ประเด็นที่ต้องเพิ่มเติมโจทย์นี้คือมาตรการกำกับความเสี่ยงที่ต้องเข้มข้นทั้งก่อนและหลังเทศกาล

ทั้งนี้ แม้ยอดผู้เสียชีวิตรอบนี้จะลดลงจากปี 68 ที่มี 253 ราย เหลือ 242 ราย แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ “ระดับความรุนแรง” ที่พุ่งสูงขึ้น สังเกตได้จากในอุบัติเหตุ 100 ครั้ง สงกรานต์ปี 68 จะมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 16 ราย แต่ปี 69 เฉลี่ยเพิ่มเป็น 19 ราย

ประเด็นดังกล่าวสัมพันธ์กับการพบเคสอุบัติเหตุใหญ่ (กรณีเสียชีวิตพร้อมกัน 2 คนขึ้นไป หรือบาดเจ็บรวมกัน 4 คนขึ้นไป) กรณีการเสียชีวิตพบเพิ่มขึ้นร้อยละ 39.5 จากปี 68 มี 29 ราย ปี 69 เพิ่มเป็น 48 ราย

สำหรับเคสใหญ่ประเด็นที่น่าหยิบยกให้เห็นภาพคือ เหตุที่เกิดกับ “รถใหญ่” ที่ช่วงเทศกาลมักถูกหยุดวิ่ง จึงต้อง “เร่งทำรอบ” ส่งสินค้าก่อน ผลที่ตามมาคือ อาการอ่อนล้า ที่นำไปสู่การหลับใน

ตัวอย่างอุบัติเหตุคนขับรถเทรเลอร์หลับใน ทำให้เบรกไม่ทันพุ่งชนรถยนต์ 7 คันรวด เหตุเกิดในพื้นที่ จ.ลำปาง และอีกรายในพื้นที่ จ.สุโขทัย คนขับรถยนต์เกิดอาการหลับในชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิต ก่อนตรวจสอบพบเป็นคนขับรถเทรเลอร์และเร่งทำรอบมาก่อน จึงพักผ่อนไม่พอ

นอกจากนี้ ยังมีปัญหา“รถกระบะ” ขนเด็กเล่นน้ำเกิดอุบัติเหตุเทกระจาดในพื้นที่ จ.อุทัยธานี และ จ.เชียงราย นอกจากการบรรทุกคนที่มีความเสี่ยง ทั้งสองเหตุการณ์นี้พบว่าคนขับมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกฎหมายกำหนด หรือเมาแล้วขับ ชวนให้ตั้งคำถามถึงสมรรถะคนขับ เนื่องจากมาตรการห้ามขึ้นกระบะเล่นน้ำเป็นเรื่องไม่ง่าย จำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดไปที่ตัวคนขับ และผู้ปกครองที่ต้องไม่ปล่อยเดินทางกับคนเมาแล้วขับ

ปีนี้ความปลอดภัยของรถตุ๊ก ๆ เป็นอีกคดีที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง จากการสูญเสียนิสิตจุฬาฯ อนาคตไกล เพราะอุบัติเหตุระหว่างโดยสารไปเล่นน้ำ สารพัดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างกำลังถูกตั้งคำถาม ทั้งตัวรถที่ไม่ป้องกันการกระแทก ไม่จำกัดความเร็ว และการนั่งของผู้โดยสาร ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีความเคลื่อนไหวถึงข้อเสนอเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง พร้อมชี้ประเด็นความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในคำแถลงนโยบายรัฐบาลก็ควรมีรูปธรรมที่ชัดเจน

ทั้งนี้ มองท่าทีน่าจับตากรณี นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ยื่นหนังสือถึงประธานสภา เสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษา จัดทำ และติดตามข้อเสนอในการยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน ซึ่งน่าจะกระตุ้นความใส่ใจต่อปัญหาความปลอดภัยที่ควรแก้ไขเชิงโครงสร้างจากรัฐบาลได้

ผู้จัดการ ศวปถ. ย้ำถึงปัญหาอีกโจทย์เดิมเรื่องใบขับขี่ สงกรานต์นี้“กว่าครึ่ง” ยังเป็นกลุ่มไม่มีใบขับขี่ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่ประสบอุบัติเหตุ ร้อยละ 59.6 ไม่มีใบขับขี่ และเป็นแบบนี้แทบทุกเทศกาล ในเรื่องนี้จากการหารือ ลำพังการใช้อำนาจของตำรวจอาจไม่เพียงพอ จึงมีข้อเสนอใก้กรมการขนส่งทางบก ปรับปรุง พ.ร.บ.รถยนต์ฯ เพิ่มโทษไม่มีใบขับขี่ให้สูงกว่าลหุโทษ เช่น โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 5,000 บาท

สุดท้ายแม้จะยังแก้ไขโจทย์เดิม ๆ แต่สิ่งที่อาจทำให้เห็นสัญญาณเล็ก ๆ ดีขึ้น ซึ่งยังไม่ใช่นโยบายหรือกลไก แต่เป็นผู้จัดงานบางส่วนที่ทำให้พื้นที่เล่นน้ำปลอดแอลกอฮอล์ ยกตัวอย่าง พื้นที่ย่านสยามสแควร์ ที่ควรได้รับการสนับสนุนและยกย่องที่มีส่วนสร้างความปลอดภัยมากขึ้น.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...