โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สหรัฐฯ ยกระดับคว่ำบาตรโรงกลั่นจีนตัดวงจรรายได้น้ำมันอิหร่านท่ามกลางวิกฤตสงคราม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

กระทรวงการคลัง สหรัฐฯ สั่งแบนโรงกลั่นจีนและบริษัทขนส่งกว่า 40 แห่ง ฐานพัวพันเครือข่าย "กองเรือเงา" มุ่งเป้าตัดแหล่งงบประมาณสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธ หลังความขัดแย้งในภูมิภาคยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 2 จับตาแรงกดดันทางการทูตก่อน "ทรัมป์" เดินทางเยือนจีนเพื่อเจรจายุติสงครามในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม

25 เมษายน 2569 - รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่เมื่อวันศุกร์ (24 เม.ย.) โดยมุ่งเป้าไปที่โรงกลั่นน้ำมันในประเทศจีนและเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งน้ำมันของอิหร่าน การเคลื่อนไหวในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสกัดกั้นกระแสเงินสดที่ไหลเข้าสู่รัฐบาลอิหร่าน ซึ่งถูกระบุว่านำไปใช้สนับสนุนปฏิบัติการของกองกำลังติดอาวุธในภูมิภาค โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอล และอิหร่าน ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนเกือบครบระยะเวลา 2 เดือน

การคว่ำบาตรในรอบนี้ครอบคลุมถึงบริษัทขนส่งและเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนประมาณ 40 ลำ ซึ่ง กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของ "กองเรือเงา" (Shadow Fleet) ที่ดำเนินการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรสากล เพื่อทำหน้าที่ขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีจากอิหร่านออกสู่ตลาดโลก

ตัดเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินอิหร่าน

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ให้เหตุผลในการดำเนินการครั้งนี้อย่างชัดเจน โดยมองว่าเครือข่ายการขนส่งน้ำมันและโรงกลั่นคู่ค้ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงทางการคลังของรัฐบาลอิหร่าน

"กลุ่มดังกล่าวทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดทางการเงินให้กับรัฐบาลอิหร่าน ด้วยการขนส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีของอิหร่าน"

การระบุสถานะของบริษัทเหล่านี้ในฐานะ "เส้นเลือดทางการเงิน" สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของสหรัฐฯ ในการใช้มาตรการทางเศรษฐกิจขั้นสูงสุดเพื่อบีบบังคับให้ประเทศคู่สงครามลดขีดความสามารถในการดำเนินกลยุทธ์ทางการทหารลง

บริบททางการเมืองระหว่างประเทศและยุทธศาสตร์ของ "ทรัมป์"

สำนักข่าวเกียวโดวิเคราะห์ว่า การบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อโรงกลั่นน้ำมันของจีนในครั้งนี้ เกิดขึ้นภายใต้แนวนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านและพันธมิตรทางการค้าอย่างเข้มงวด โดยไม่ได้จำกัดวงอยู่เพียงแค่คู่ขัดแย้งโดยตรง แต่ยังขยายผลไปยังประเทศที่ยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดกับอิหร่านด้วย

ยุทธศาสตร์การกดดันดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับความท้าทายในการเจรจาเพื่อหาข้อตกลงยุติสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งการตัดรายได้หลักจากการขายน้ำมันถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างอำนาจต่อรองบนโต๊ะเจรจา

การเดิมพันครั้งสำคัญในการเยือนกรุงปักกิ่ง

ประเด็นการคว่ำบาตรครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง เนื่องจากจีนถูกระบุว่าเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของอิหร่านในปัจจุบัน การดำเนินมาตรการต่อภาคธุรกิจของจีนจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ มาตรการคว่ำบาตรล่าสุดมีขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะมีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ซึ่งคาดการณ์ว่าประเด็นเรื่องการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการค้าพลังงานจะเป็นวาระสำคัญในการหารือครั้งนี้

"สหรัฐฯ มีเป้าหมายเพื่อลดรายได้ที่สนับสนุนกองกำลังติดอาวุธของอิหร่าน ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่านใกล้เข้าสู่เดือนที่ 2"

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...