โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โคโม่ กับภารกิจล่าตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 11.47 น.
เรื่องราวของสโมสรโคโม่ จากทีมลีกรองอิตาลี สู่การเลื่อนชั้นและกำลังทำภารกิจล่าตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลที่ 2 ขนกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

ศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ฤดูกาล 2025-26 เดินทางเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายกันแล้ว ถึงตรงนี้การแข่งขันเหลืออีกเพียงแค่ 9 นัด ภาพรวมในตารางคะแนนในแต่ละโซนยังคงเต็มไปด้วยความเข้มข้น

ไม่ว่าจะเป็นการลุ้นแย่งตำแหน่งแชมป์ การดิ้นรนหนีตาย หรือแม้กระทั่งการไล่ล่าพื้นที่โควต้าแชมเปี้ยนส์ลีก ที่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างสนุก และมีลุ้นกันยันอันดับ7 กับทีมอย่าง อตาลันต้า ที่ตามหลังโคโม่ อันดับ4 อยู่เพียงแค่ 7 คะแนน

ประเด็นที่เราจะหยิบยกมาพูดคุยกันในครั้งนี้คือเรื่องราวของสโมสรโคโม่ กับภารกิจล่าตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จากฝันที่ไกลเกินเอื้อมกลับเป็นฝันที่กำลังจะกลายเป็นจริง

ย้อนกลับไปในปี 2022 สโมสรโคโม่ ภายใต้เจ้าของที่เป็นกลุ่มทุนจากประเทศอินโดนีเซีย ได้สิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นมาโลดแล่นบนเซเรีย บี พวกเขาจึงตัดสินใจขายหุ้นบางส่วนของสโมสรเพื่อระดมทุนมาต่อยอดสโมสรแห่งนี้ให้แข็งแกร่งขึ้นกับการเล่นในลีกรองของอิตาลี

เดนนิส ไวส์ ตำนานนักเตะของสโมสรเชลซี คืออดีตนักฟุตบอลคนแรกที่เข้ามาเป็น 1 ในผู้ถื้อหุ้น ก่อนจะได้ทำหน้าที่เป็นซีอีโอฝ่ายบริหารด้านฟุตบอล จากนั้นเขาชักชวนเพื่อนในวงการมาลงเรือลำเดียวกัน ซึ่งหวยไปออกที่ เธียร์รี่ อองรี ตำนานนักเตะชาวฝรั่งเศส

ไม่นานจากนั้นก็ถึงการมาของ เชส ฟาเบรกาส ที่เวลานั้นอยู่ในช่วงบั้นปลายอาชีพค้าแข้ง ฟาเบรกาส ตัดสินใจย้ายมาปิดฉากอาชีพที่นี่ และนอกจากบทบาทนักเตะของทีมแล้ว เขายังซื้อหุ้นบางส่วนของสโมสรเอาไว้ ทำให้มีสถานะเป็น 1 ในเจ้าของร่วม

หลังลงสนามให้ โคโม่ 1 ฤดูกาล เชส ฟาเบรกาส ตัดสินใจแขวนสตั๊ดในวัย 36 ปี ก่อนจะผันตัวไปทำงานโค้ชเต็มตัว ซึ่งก็เป็นการเริ่มต้นจับงานกับทีมเยาวชนของสโมสรโคโม่

ผ่านไปไม่นานสโมสรที่กำลังดิ้นรนหนีตายในเวทีลีกรอง ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงกุนซือ โดยผลักดัน เชส ฟาเบรกาส ขึ้นมารับบทบาทนี้ แม้ว่าเขาจะยังไม่มียูฟ่า โปรไลเซนส์ แต่ลีกอิตาลีก็มีกฎที่สามารถให้คุมทีมได้ชั่วคราว ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด จากนั้นก็สลับให้ โอเซียน โรเบิร์ตส์ ที่มีโปรไลเซนส์มาเสียบแทน โดยที่ เชส ขยับไปทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย

เชส ฟาเบรกาส ใช้ประสบการณ์ตรงในสมัยเป็นนักเตะของตัวเองที่ผ่านการขัดเกลา รับการฝึกสอนจากกุนซือระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อาร์แซน เวนเกอร์, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, อันโตนิโอ คอนเต้,โจเซ่ มูรินโญ่ ,หลุยส์ อราโกเนส, บิเซนเต้ เดล บอสเก้ และอีกหลายๆคน

รายชื่อโค้ชแต่ละคนที่เขาได้เรียนรู้มันเต็มไปด้วยความหลากหลาย บางคนมีจุดเด่นเรื่องเกมรุก บางคนเด่นเกมรับ บางคนมีสกิลในการปลุกปั้นเยาวชนอายุน้อยให้กลายมาเป็นนักเตะแถวหน้าของโลก เขาจึงค่อยๆรวบรวมจุดเด่นของกุนซือแต่ละคนมาปรุงแต่งให้ออกมาเป็นแนวทางของตัวเอง

จากสโมสรที่เน้นเกมรับเพราะมองว่าตัวเองเป็นรองมาตลอด จากทีมที่หวังแค่เอาตัวรอดในลีกรอง เชส เข้ามารื้อระบบและเปลี่ยนแนวทางการเล่นของสโมสรใหม่ให้มีชีวิตชีวามากขึ้น กล้าที่จะต่อบอล กล้าที่จะบุกเพื่อชัยชนะ กล้าที่จะตั้งเป้าหมายให้ใหญ่กว่าเดิม

ฤดูกาล 2023-24 โคโม่ กลายเป็นทีมที่จากจะต้องดิ้นรนหนีตาย พุ่งทะยานมาจบอันดับ2 ของตาราง คว้าตั๋วเลื่อนชั้นไปลุยศึกกัลโช่ เซเรีย อา ได้แบบหักปากกาเซียน และเป็นการกลับลีกสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี ของสโมสร

หลังประสบความสำเร็จกับการขึ้นไปเล่นบนลีกสูงสุด เชส ควักเงินตัวเองเช่าเครื่องบินส่วนตัวและทุ่มงบจัดเต็มให้ลูกทีมได้พักผ่อนเต็มที่บนหมู่เกาะอิบิซ่า สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศสเปน ตามสัญญาที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้

ผ่านช่วงของการเฉลิมฉลอง ถึงเวลาที่ต้องเข้าสู่โหมดจริงจัง เขารู้ดีว่าแม้ทีมจะประสบความสำเร็จกับการเลื่อนชั้น แต่นี่เพิ่งจะเป็นก้าวเล็กๆ จึงไม่ปล่อยให้ทุกคนหลงระเริงอยู่นาน เพราะถ้าได้ขึ้นไปแล้ว แต่ไม่สามารถพัฒนาต่อยอดได้ ก็มีโอกาสถูกส่งกลับมาอยู่ที่เดิม เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากให้สิ่งที่ทำมาต้องสูญเปล่า ทุกคนต้องช่วยกันทำงานให้หนักขึ้น

เมื่อแนวทางมีความชัดเจนขึ้น และ เชส ก็ไม่ได้มีดีแค่พูดเพียงอย่างเดียว เขาลงมือทำให้เห็นมาแล้ว สโมสรตัดสินใจทุ่มงบประมาณก้อนโตเพื่อดึงนักเตะฝีเท้าดีเข้ามายกระดับทีม แม้จะไม่ได้เป็นการทุ่มเงินซื้อนักเตะชื่อดัง แต่เป็นการใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่าที่สุด

สโมสรเดินหน้ารวบรวมดาวรุ่งฝีเท้าดีจากทีมยักษ์ใหญ่เข้ามาสู่ทีม เพราะต้องยอมรับว่าบรรดานักเตะเหล่านี้มีโอกาสลงสนามกับต้นสังกัดน้อย การได้มาเล่นกับโคโม่ จะทำให้เขาได้โอกาสโชว์ผลงานมากขึ้นในระดับสูง เพื่อเป็นบันไดต่อยอดในอาชีพได้อย่างดี ในขณะที่โคโม่ ก็ได้นักเตะฝีเท้าดีไว้ใช้งาน เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นดีลที่วิน-วินกันทั้งสองฝ่าย

การมาของ นิโก้ ปาซ นักเตะเยาวชนของเรอัล มาดริด รวมถึง มักซิม แปร์โรเน่ ของดีจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ล้วนเป็นดีลการยืมตัวที่ชาญฉลาดทั้งสิ้น เพราะนักเตะเหล่านี้ต่างก็มีความสามารถและรอวันประสบความสำเร็จในอนาคตอันใกล้

นอกจากนั้นพวกเขายังเติมความเก๋าด้วยการคว้าตัวแข้งซีเนียร์มาประคองเด็กๆในทีม กับการคว้าตัว อัลแบร์โต้ โมเรโน่, เปเป้ เรน่า, ราฟาเอล วาราน และอีกหลายๆคนเข้ามา

โคโม่ ยังคงยึดแนวทางเล่นในแบบฉบับของตัวเอง แม้จะเป็นทีมน้องใหม่ แต่ในสนามพวกเขาสู้ทุกจังหวะ สู้ทุกทีมไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เล่นแบบไม่เกรงกลัวทีมบนลีกสูงสุดเลย หากเป็นทีมอื่นคงเน้นตั้งรับเพื่อเอาตัวรอดไปในแต่ละเกม แต่ไม่ใช่กับทีมของ เชส ฟาเบรกาส

ฤดูกาลแรกบนลีกสูงสุด โคโม่ จบอันดับ10 ของตารางได้แบบเซอร์ไพรส์ ชนิดที่ไม่ต้องมาดิ้นรนลุ้นหนีตายให้เหนื่อยแฟนบอล นับเป็นผลงานที่ทำให้ทุกสายตาในโลกฟุตบอลเริ่มหันมาจับจ้องว่าสโมสรแห่งนี้มีดีอะไร

เข้าสู่ฤดูกาลที่2 บนลีกสูงสุด แน่นอนพวกเขาย่อมรู้ดีว่าจะต้องเจอกับงานที่หนักหนาสาหัสกว่าเดิม เพราะคราวนี้แต่ละทีมต่างก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเจอกับ โคโม่ มากขึ้น ทำให้โจทย์ของ เชส ในแต่ละนัดนั้นซับซ้อนมากขึ้น

พวกเขายังคงยึดแนวทางเดิม กับการคว้าตัวดาวรุ่งฝีเท้าดีที่ตอบโจทย์ทั้งผลงานในสนาม และค่าใช้จ่ายของทีมที่ไม่ต้องแบกภาระหนักเกินไป เพิ่มเติมด้วยประสบการณ์บนลีกสูงสุดที่มีมากขึ้นของทั้งโค้ชและนักเตะ

สโมสรโคโม่ ออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างเร้าใจ แพ้เพียงแค่เกมเดียวกับการลงสนาม 14 นัดในทุกรายการ ผลงานชิ้นโบว์แดงคือการบุกไปยันเสมอกับ นาโปลี ทีมแชมป์เก่าถึงถิ่นเนเปิลส์ ด้วยสกอร์ 0-0

แม้หลังจากนั้นจะมีสะดุดแพ้ในเกมใหญ่ให้กับทั้ง อินเตอร์ มิลาน, อาแอส โรม่า รวมถึง เอซี มิลาน แต่เกมที่เจอกับทีมกลางตารางหรืออันดับต่ำกว่า พวกเขาโกยแต้มได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ทำให้ผลงานภาพรวมเกาะกลุ่มบนของตารางได้อย่างยอดเยี่ยม

จากทีมน้องใหม่ที่จบกลางตารางเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เปลี่ยนสถานะมาเป็นทีมหัวตารางเต็มตัวภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปี ถึงตรงนี้แน่นอนว่าเป้าหมายของพวกเขาเริ่มใหญ่ขึ้น

เชส ฟาเบรกาส ดัดแปลงโคโม่เล็กน้อยในช่วงเลก2 จากทีมที่เดินหน้าบุกแหลกไม่สนลูกใคร ทำให้หลายๆเกมมักจะแพ้ภัยตัวเอง บางทีบุกเพลินจนโดนสวน บางเกมตามหลังคู่แข่งแค่ลูกเดียว แต่เร่งรีบเดินเครื่องบุกมากเกินไป ทำให้โดนยิงเพิ่มจนพบกับความพ่ายแพ้ในแบบที่สู้ได้

เริ่มต้นครึ่งฤดูกาลหลังมา พวกเขากลายมาเป็นทีมที่มีชั้นเชิง รู้จังหวะไหนควรลงมาตั้งรับ จังหวะไหนควรเปิดเกมบุก พูดง่ายๆคือใส่ความละเอียดเข้าไปมากขึ้น ทำให้ผลลัพท์ที่ออกมาร้อนแรงกว่าเดิม อะไรก็ฉุดไม่อยู่

นับตั้งแต่ออกสตาร์ทปี 2026 เป็นต้นมา โคโม่ พ่ายแพ้ให้กับคู่แข่งไปเพียงแค่ 2 นัด จากการลงสนาม 16 เกมรวมทุกรายการ และการพัฒนาที่เห็นได้ชัดคือเกมที่เจอกับทีมใหญ่ โคโม่ เปลี่ยนไป!

พวกเขาเก็บแต้มกลับมาได้จากเกมเยือนถิ่นซาน ซีโร่ ของ เอซี มิลาน ตามด้วยการบุกชนะ ยูเวนตุส ทำให้สามารถเก็บทีมอย่างยูเว่ได้แบบไป-กลับ รวมถึงผลงานล่าสุดกับการเปิดบ้านแแซงเอาชนะ โรม่า 2-1 ทำให้พวกเขาทะยานขึ้นไปรั้งอันดับ4 ของตาราง ซึ่งเป็นโควต้าได้สิทธิ์ไปลุยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

ในขณะที่บอลถ้วยโคปปา อิตาเลีย ก็ยังอยู่ในเส้นทางรอบรองชนะเลิศ โดยเกมแรกเปิดบ้านเสมอกับคู่แข่งอย่าง อินเตอร์ มิลาน 0-0 ก่อนที่นัด2 จะต้องบุกไปเล่นที่บ้านของทีมจ่าฝูง เพื่อแย่งตั๋วนัดชิงชนะเลิศ

ส่วนการแข่งขันในลีก จากนี้เข้าสู่โปรแกรมเลขหลักเดียว อีก 9 นัดสุดท้าย นั่นหมายความว่าฤดูกาลของโคโม่ เหลืออีก 10 เกมสุดท้ายรวมทุกรายการ หรืออาจจะเพิ่มมาอีก 1 นัดในกรณีที่ผ่านเข้าชิงชนะเลิศบอลถ้วยในประเทศ

นี่คือจุดวัดใจของสโมสรอย่างแท้จริง ว่าพวกเขาจะมีความนิ่งได้มากน้อยขนาดไหนเมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญที่จะพลาดไม่ได้ เพราะถ้าว่ากันเรื่องคุณภาพของทีมที่กำลังไปได้สวย นี่คือทีมที่มีองค์ประกอบครบทุกอย่างกับการได้สิทธิ์ไปลุยถ้วยใบใหญ่ของสโมสร

แต่นอกเหนือจากฝีเท้า สิ่งสำคัญคือเรื่องสภาพจิตใจ เชส ฟาเบรกาส จะนำพาสโมสรแห่งนี้ก้าวไปสู่ความสำเร็จครั้งใหญ่ได้หรือไม่

เชื่อเหลือเกินว่าบรรดาแฟนบอลยุค 2000 ที่ได้เห็นการเติบโตของเด็กหนุ่มจากสเปนผู้นี้มาตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะดาวรุ่ง ขยับมาเป็นซุปเปอร์สตาร์ของวงการฟุตบอลกับความสำเร็จที่คว้าแชมป์มากแทบทุกรายการที่ลงเล่น จนถึงวันที่เขาผันตัวมาเป็นโค้ช ต่างก็อยากจะเอาใจช่วยให้ทีมของเขาประสบความสำเร็จ

ซึ่งถ้าหากทำได้ นี่จะเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่มีเรื่องราวให้เล่าขานกันไปอีกนาน เพราะใครจะคิดว่าจากระยะเวลาแค่ไม่นาน สโมสรแห่งนี้กำลังจะกลายเป็นทีมที่ได้ไปวาดลวดลายในถ้วยใบใหญ่ของยุโรป

ไม่น่าแปลกใจที่แม้แต่ตัวของ เชส ฟาเบรกาส เองก็เคยออกมายอมรับว่า ถ้าให้ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้ เขาเองก็ไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่าทีมจะมาได้ไกลขนาดนี้ เพราะมันเป็นเรื่องจริงที่ราวกับความฝัน หรือการนั่งอ่านนิยายเล่มหนึ่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...