โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สงครามสะเทือนเศรษฐกิจโลก! ศรีลังกาคิวน้ำมันยาว เวียดนามจ่อหั่นเที่ยวบิน พันธมิตรสหรัฐยังไม่ส่งเรือคุมฮอร์มุซ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 13.27 น.

สงครามสะเทือนเศรษฐกิจโลก! ศรีลังกาคิวน้ำมันยาว เวียดนามจ่อหั่นเที่ยวบิน พันธมิตรสหรัฐยังไม่ส่งเรือคุมฮอร์มุซ

วันที่ 17 มี.ค. 2569 รายงานระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. เป็นต้นมา ศรีลังกาได้เริ่มจำกัดปริมาณน้ำมันที่สามารถเติมได้ต่อคัน โดยรถยนต์และรถสามล้อสามารถเติมน้ำมันได้ไม่เกิน 15 ลิตร รถโดยสารประจำทางไม่เกิน 60 ลิตร และรถบรรทุกไม่เกิน 200 ลิตร ตามมาตรการโควตาประจำสัปดาห์ของรัฐบาล

พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังได้นำระบบคิวอาร์โค้ดกลับมาใช้ในการควบคุมการจำหน่ายเชื้อเพลิง โดยสถานีบริการน้ำมันจะไม่ขายน้ำมันให้กับยานพาหนะที่ไม่มีรหัสคิวอาร์โค้ด ซึ่งระบบดังกล่าวเคยถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี 2022 ช่วงที่ประเทศเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ เพื่อป้องกันการซื้อน้ำมันเกินปริมาณที่กฎหมายกำหนด

บรรยากาศที่สถานีบริการน้ำมันในกรุงโคลัมโบ เมื่อวันที่ 15 มี.ค. พบว่ามีผู้ขับขี่จำนวนมากนำรถมาต่อคิวเติมน้ำมันยาวเหยียด หลายคนเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลนำระบบคิวอาร์โค้ดกลับมาใช้ เพื่อป้องกันการกักตุนน้ำมัน แต่ก็ยอมรับว่ามาตรการดังกล่าวทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่กำลังเผชิญค่าครองชีพสูงอยู่แล้ว ยิ่งลำบากมากขึ้น

ประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องใช้เวลารอต่อคิวเติมน้ำมันตลอดทั้งวัน เพื่อให้ได้ตามโควตาที่กำหนด ซึ่งหลายคนมองว่าปริมาณน้ำมันที่อนุญาตให้เติมนั้นยังไม่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

คนขับรถสามล้อรายหนึ่งกล่าวว่า “แม้คนอื่นจะเป็นฝ่ายก่อสงครามโลก แต่คนที่ต้องรับเคราะห์กลับเป็นพวกเรา การดำรงชีวิตตอนนี้ยากมาก ผมมาต่อคิวตั้งแต่เช้า ระบบคิวอาร์โค้ดถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ปริมาณน้ำมันที่จัดสรรให้รถสามล้อยังไม่เพียงพอ หากเพิ่มเป็น 25 ลิตรต่อสัปดาห์ หรือเฉลี่ยวันละ 5 ลิตร เป็นเวลา 5 วัน ก็น่าจะช่วยได้มากกว่านี้”

ก่อนหน้านี้ เมื่อต้นเดือนมีนาคม ประธานาธิบดีศรีลังกา อนุระ กุมาระ ทิสานายกะ ได้แจ้งต่อที่ประชุมรัฐสภาว่า ปัจจุบันประเทศยังมีปริมาณเชื้อเพลิงสำรองเพียงพอสำหรับการใช้งานต่อเนื่องอีกประมาณ 33 วัน ภายใต้ระดับการบริโภคในปัจจุบัน

ขณะที่กระทรวงพลังงานของศรีลังกาออกแถลงการณ์เมื่อเช้าวันที่ 15 มี.ค. ระบุว่า รัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการบริหารจัดการเชื้อเพลิงสำรองอย่างรอบคอบ เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนสามารถดำเนินต่อไปได้

“ออสเตรเลีย-ญี่ปุ่น” ปฏิเสธส่งเรือรบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลัง "ทรัมป์" กดดันพันธมิตร

วันที่ 16 มี.ค. 2569 ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้พันธมิตรของสหรัฐฯ ร่วมกันดูแลความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ ด้วยการส่งเรือรบเข้ามาควบคุมสถานการณ์ ล่าสุดมีรายงานว่า ออสเตรเลียและญี่ปุ่นประกาศยังไม่ส่งเรือรบเข้าร่วมภารกิจดังกล่าว

แคทเธอรีน คิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของออสเตรเลีย กล่าวเมื่อวันที่ 16 มี.ค. ว่า ออสเตรเลียจะไม่ส่งเรือไปยังช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมระบุว่ารัฐบาลออสเตรเลียไม่ได้รับการร้องขอให้ส่งเรือไปยังพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งถูกอิหร่านปิดกั้นมาตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่า 2 สัปดาห์ก่อน

คิงกล่าวว่า ออสเตรเลียได้ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วว่าจะให้ความช่วยเหลือในรูปแบบใดบ้างตามคำร้องขอ โดยขณะนี้เป็นการให้ความช่วยเหลือแก่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้วยการจัดหาเครื่องบินเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการป้องกัน โดยเฉพาะเนื่องจากมีชาวออสเตรเลียจำนวนมากอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ยืนยันว่าจะไม่ส่งเรือไปยังช่องแคบฮอร์มุซ

“เราทราบดีว่าช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญอย่างมาก แต่จนถึงขณะนี้เราไม่ได้รับคำร้องขอ และไม่ใช่สิ่งที่เราจะให้ความช่วยเหลือ” คิงกล่าว

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้เพิ่มแรงกดดันต่อพันธมิตรของสหรัฐฯ ให้ร่วมส่งเรือไปดูแลความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ แม้จะไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากออสเตรเลียโดยตรงก็ตาม โดยเขากล่าวเมื่อวันที่ 15 มี.ค. ว่า “เป็นเรื่องเหมาะสมที่ประเทศซึ่งได้รับประโยชน์จากช่องแคบนี้ จะต้องช่วยกันดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้น หากไม่มีการตอบสนอง หรือมีการตอบสนองในเชิงลบ ผมคิดว่านั่นจะส่งผลเสียอย่างมากต่ออนาคตของนาโต”

ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ทรัมป์เอ่ยชื่อให้เข้าร่วมภารกิจดังกล่าว ก็แสดงท่าทีในทำนองเดียวกัน โดยเมื่อวันที่ 16 มี.ค. ระบุว่า “ในขณะนี้” ยังไม่มีแผนส่งเรือรบไปช่วยเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

โคอิซูมิ ชินจิโร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่น กล่าวต่อรัฐสภาว่า ในสถานการณ์อิหร่านที่ยังตึงเครียด ญี่ปุ่นยังไม่ได้พิจารณาเริ่มปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยทางทะเลในขณะนี้

ด้านนายกรัฐมนตรี ทาคาอิจิ ซานาเอะ กล่าวต่อรัฐสภาว่า ญี่ปุ่นยังไม่มีแผนส่งเรือรบไปคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า รัฐบาลยังไม่ได้ตัดสินใจเกี่ยวกับการส่งเรือคุ้มกัน และกำลังพิจารณาอย่างต่อเนื่องว่าญี่ปุ่นสามารถดำเนินการอะไรได้บ้าง ทั้งในฐานะการตัดสินใจของประเทศเอง และภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่

ทาคาอิจิกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณามาตรการตอบโต้ที่จำเป็น โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองเรือที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น รวมถึงความปลอดภัยของลูกเรือเป็นหลัก

วิกฤตเชื้อเพลิงลาม! เวียดนามจ่อลดเที่ยวบิน เม.ย.นี้ หลังจีน-ไทย หยุดส่งออกน้ำมันเครื่องบิน

วันที่ 16 มี.ค. 2569 ทางการเวียดนามเตือนสายการบินให้เตรียมรับมือความเป็นไปได้ที่จะต้องลดจำนวนเที่ยวบินตั้งแต่เดือน เม.ย. เป็นต้นไป หลังจีนและไทยระงับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน จากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามอิหร่าน

เวียดนามต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินมากกว่า 2 ใน 3 ของความต้องการทั้งหมด โดยประมาณ 60% มาจากจีนและไทย

สำนักงานการบินพลเรือนเวียดนามระบุในเอกสารลงวันที่ 9 มี.ค. ที่ส่งถึงกระทรวงคมนาคมว่า มีความเสี่ยงที่สายการบินของเวียดนามจะเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย. และอาจต่อเนื่องไปในเดือนถัด ๆ ไป

หน่วยงานดังกล่าวจึงแนะนำให้สายการบินทบทวนแผนการบิน โดยเฉพาะเส้นทางภายในประเทศ พร้อมทั้งสั่งการให้ผู้ประกอบการสนามบินเตรียมพื้นที่จอดเครื่องบินเพิ่มเติมสำหรับสายการบินของเวียดนาม

เอกสารยังระบุด้วยว่า ปริมาณการส่งมอบน้ำมันเชื้อเพลิงจากสิงคโปร์มายังเวียดนามลดลงเช่นกัน ขณะที่ผู้นำเข้าหลักอย่าง Petrolimex และ Skypec ระบุว่าสามารถรับประกันการจัดส่งน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินได้เพียงถึงเดือน มี.ค. เท่านั้น

Skypec ยังเสนอให้หน่วยงานกำกับดูแลพิจารณาจำกัดเที่ยวบินให้เหลือเฉพาะเส้นทางภายในประเทศที่จำเป็น หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจีนเรียกร้องให้โรงกลั่นภายในประเทศระงับการส่งออกน้ำมันเพิ่มเติม ขณะที่ประเทศไทยประกาศห้ามส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป รวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน ตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค. ไปยังทุกประเทศ ยกเว้นเมียนมาและลาว

รัฐบาลเวียดนามได้หารือเรื่องนี้กับทั้งจีน ซึ่งเป็นผู้จัดหารายใหญ่ และประเทศไทย โดยเมื่อวันที่ 15 มี.ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามได้ขอให้ หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวเมื่อวันที่ 16 มี.ค. ว่า จีนพร้อมเพิ่มความร่วมมือกับเวียดนามและประเทศอื่น ๆ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาความมั่นคงด้านพลังงาน

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 มี.ค. นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ฝั่ม มิญ จิ๊ญ ได้หารือกับเอกอัครราชทูตไทยประจำเวียดนาม โดยขอให้ไทยช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

หน่วยงานการบินของเวียดนามยังเสนอให้รัฐบาลพิจารณานำเข้าน้ำมันจากแหล่งอื่น เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น บรูไน และอินเดีย แต่ยอมรับว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน การหาผู้จัดหารายใหม่ทำได้ยาก

ขณะเดียวกัน โรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่งของเวียดนามกำลังเผชิญแรงกดดันในการเพิ่มการผลิตผลิตภัณฑ์น้ำมันประเภทอื่น ทำให้ยากต่อการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน

แม้อุปทานจะยังทรงตัว แต่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้นกำลังสร้างแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมการบิน โดยมีการเตือนว่าบางเส้นทางบินอาจไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจอีกต่อไป

ทั้งนี้ Petrolimex และ Skypec ยังระบุว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้วงเงินสินเชื่อของบริษัทใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว และเรียกร้องให้ธนาคารจัดเงื่อนไขสินเชื่อที่ยืดหยุ่นมากขึ้น จนกว่าสถานการณ์ตลาดจะกลับสู่ภาวะปกติ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...