“ธนาคารกลางอังกฤษ” ลดค่าธรรมเนียมเงินกู้ฉุกเฉิน หลังถูกใช้เพียงครั้งเดียวในรอบ 15 ปี
"ธนาคารกลางอังกฤษ" ลดค่าธรรมเนียมเงินกู้ฉุกเฉิน ให้ธนาคารเข้าถึงสภาพคล่องง่ายขึ้น หลังถูกใช้เพียงครั้งเดียวนับตั้งแต่วิกฤตซับไพรม์ เดินหน้าปรับนโยบายตลาดเงิน-ลดสภาพคล่องส่วนเกิน
วันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 16.15 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ได้ปรับลดค่าธรรมเนียมของเครื่องมือทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธนาคารสามารถรับมือกับภาวะขาดสภาพคล่องระยะสั้น โดยมาตรการดังกล่าวอาจทำให้เครื่องมือนี้ถูกใช้งานมากขึ้น หลังจากที่ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2551 แต่ถูกใช้เพียงครั้งเดียว
ธนาคารกลางประกาศปรับลดและกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมแบบคงที่สำหรับการกู้เงินผ่าน Discount Window Facility (DWF) ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงวิกฤตการเงินโลกเพื่อช่วยพยุงตลาดการเงิน โดย DWF เปิดโอกาสให้ธนาคาร โบรกเกอร์ และสำนักหักบัญชีที่มีสิทธิ์ สามารถกู้พันธบัตรรัฐบาลอังกฤษหรือเงินสด โดยใช้สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำเป็นหลักประกัน
ธนาคารกลางอังกฤษระบุว่า การปรับลดและทำให้โครงสร้างค่าธรรมเนียมของ DWF ง่ายขึ้น จะช่วยให้เครื่องมือนี้ใช้งานได้สะดวกขึ้น ขณะเดียวกันยังคงสร้างแรงจูงใจให้ธนาคารบริหารสภาพคล่องอย่างรอบคอบ และไม่กระทบต่อกลไกตลาดการเงินเอกชน
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลทันที และแทนที่ระบบเดิมซึ่งมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ซับซ้อนและผันแปรมากกว่า โดยมาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างนโยบายตลาดเงินของ BOE เพื่อค่อย ๆ ลดสภาพคล่องส่วนเกินในระบบธนาคาร หลังจากที่ธนาคารกลางอัดฉีดเงินจำนวนมากผ่านโครงการซื้อพันธบัตรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เป้าหมายคือเพื่อให้สถาบันการเงินยังสามารถหาเงินสดหรือสินทรัพย์สภาพคล่องได้ แม้ในช่วงที่ตลาดการเงินตึงตัว
จนถึงปัจจุบัน มีรายงานว่ามีการใช้ DWF เพียงครั้งเดียว คือในไตรมาสสุดท้ายของปี 2566 โดยมีการกู้เงินเฉลี่ยวันละประมาณ 1.125 พันล้านปอนด์
โครงสร้างค่าธรรมเนียมใหม่จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของสินทรัพย์ค้ำประกัน โดยกำหนดไว้ที่
- 15 basis points สำหรับสินทรัพย์คุณภาพสูง (Level A)
- สูงสุด 50 basis points สำหรับสินทรัพย์คุณภาพต่ำกว่า (Level C)
เจ้าหน้าที่ BOE ต้องการให้เครื่องมืออย่าง DWF มีความพร้อมใช้งาน ขณะที่ธนาคารกลางกำลังลดสภาพคล่องออกจากระบบการเงิน ก่อนหน้านี้ในเดือนธันวาคม BOE ก็ได้ปรับปรุง Operational Standing Facilities ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยธนาคารจัดการปัญหาสภาพคล่องระยะสั้นเช่นกัน
ปัจจุบัน ธนาคารกลางอังกฤษยังปล่อยเงินเข้าสู่ระบบผ่านธุรกรรม repo ตามกำหนดเวลา โดยมีเงินกู้คงค้างมากกว่า 70,000 ล้านปอนด์ในโครงการ Indexed Long-Term Repo Facility ระยะ 6 เดือน และในโครงการ Short-Term Repo ระยะ 1 สัปดาห์ ธนาคารพาณิชย์ได้กู้เงินรวมประมาณ 100,000 ล้านปอนด์
อย่างไรก็ตาม DWF แตกต่างจาก repo ตรงที่เป็นเครื่องมือที่สามารถขอใช้ได้ตลอดเวลา ไม่ต้องรอรอบการประมูล repo ของธนาคารกลาง
แม้การใช้ DWF จะยังมีน้อยมาก แต่หน่วยงานกำกับดูแลต้องการให้ธนาคารเปลี่ยนมุมมองต่อการใช้เครื่องมือนี้ โดยหน่วยงานกำกับดูแลธนาคารของ BOE กำลังพิจารณากฎใหม่เพื่อสนับสนุนให้ธนาคารใช้ DWF และ Operational Standing Facilities มากขึ้นในสถานการณ์ต่าง ๆ
ข้อมูลการใช้ DWF จะถูกเปิดเผยค่อนข้างจำกัด เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างภาพลักษณ์เชิงลบต่อธนาคารที่ต้องขอความช่วยเหลือ โดยข้อมูลจะถูกเผยแพร่ในรูปแบบรวมและมีความล่าช้าถึง 5 ไตรมาส ซึ่งนานกว่าการเปิดเผยข้อมูลของเครื่องมืออื่น ๆ ของ BOE
ธนาคารกลางอังกฤษระบุว่า แนวทางการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างสมดุลระหว่างความโปร่งใสกับการรักษาความลับของสถาบันการเงิน และเพื่อลดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินจากการเปิดเผยข้อมูลเร็วเกินไป
อ้างอิง : bloomberg.com