สงครามตะวันออกกลาง ฉุดการท่องเที่ยวไทย รายได้ส่อหาย 8 หมื่นล้าน นทท.หด 18% ฟาก ททท.ลดเป้าเหลือ 30–34 ล้านคน
สงครามตะวันออกกลาง ฉุดการท่องเที่ยวไทย รายได้ส่อหาย 8 หมื่นล้าน นทท.หด 18% ฟาก ททท.ลดเป้าเหลือ 30–34 ล้านคน
วันที่ 15 เม.ย. 2569 สงครามตะวันออกกลาง กระทบกับการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ต้องปรับลดเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติท่ีจะเข้ามาเที่ยวเมืองไทยในปี 2569 เหลือ 30-34 ล้านคน จากเดิม 40 ล้านคน ไตรมาสแรกที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวไทย 9.13 ล้านคน ในจำนวนนี้ นักท่องเที่ยวชาวจีน มากที่สุดจำนวน 1.49ล้านคน มาเลเซีย9.6 แสนคน รัสเซีย 7.26 แสนคน อินเดีย 6.26 แสนคน และเกาหลีใต้ 4.12 แสนคน
จะสังเกตได้ว่า เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศเดิมๆไม่มีตลาดใหม่อย่างที่ ททท.ตั้งเป้าเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นยุโรปหรือตะวันออกกลาง ซึ่ง เป็นกลุ่มประเทศที่มีคุณภาพและททท. พยายามที่จะไปลงทุนเชิญชวนนักเที่ยวในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพการใช้จ่ายสูงเหล่านี้ เข้ามาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ อังกฤษ เยอรมนี ยุโรป รวมทั้งญี่ปุ่น ที่สร้างรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อทริปในระดับสูง ต่างจากนักท่องเที่ยวที่มีแต่ปริมาณ ที่ส่วนหนึ่งจะได้อานิสงจากการเปิดฟรีวีซ่า ซึ่งมีท้ังบวกและลบ เพราะไม่สามารถคัดกรองนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพได้ ดังนั้น การท่องเที่ยวฯและรัฐบาล จะต้องไปทบทวนนโยบายการท่องเที่ยวและเปิดฟรีวีซ่าว่า มีเป้าหมายที่คุณภาพหรือปริมาณจากการตั้งข้อสังเกตที่ว่า ญี่ปุ่นมีมาตรการที่เข้มงวดกับนักท่องเที่ยวมากขึ้น มีการขึ้นภาษีกับนักท่องเที่ยวเป็นคนละ600บาทในการเดินทางไปเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น แต่จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวก็ยังเป็นญี่ปุ่นที่มาเป็นอันดับต้นๆอยู่ดี
การที่นักท่องเที่ยว ลดจำนวนการเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยมีด้วยหลายสาเหตุและมีจำนวนลดลงต้ังแต่ก่อนที่จะเกิดสงครามในตะวันออกกลาง เพราะฉะนั้นททท.จะมามั่วอ้างว่า จำนวนนักท่องเที่ยวปีนี้ต่ำกว่าเป้าเพราะสงครามตะวันออกกลาง ก็ไม่ถูกต้องนัก นักท่องเที่ยวที่ลดลงไปจากเป้าถึง 18% มาจากหลายสาเหตุเช่นความปลอดภัย การเดินทางที่ไม่สะดวก เงื่อนไขต่างๆไม่จูงใจในการท่องเทียวไม่มีแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยวใหม่ ขายแต่ของเก่าๆเหมือนเดิมทุกปี ก็จะได้นักท่องเที่ยวกลุ่มเดิม กรณีที่ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการททท. ระบุว่า ททท.ได้มีการปรับกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก โดยมุ่งเน้นกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ อาทิจีน มาเลเซีย อินเดีย ดูแล้วก็ไม่น่าจะใช่กลยุทธ์เชิงรุก เพราะนักท่องเที่ยวชาติเหล่านี้เดินทางเข้าออกประเทศไทยเป็นประจำอยู่แล้ว ก็เหมือนคนไทยไปเที่ยว ญี่ปุ่น ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ ถึงไม่มีการโปรโมทนักท่องเที่ยวชาติเหล่านี้ก็เดินทางเข้าออกไทยอยู่ดี
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดลงจาก 34.1 ล้านคน เหลือ 33.2ล้านคนสาเหตุจากวิกฤติตะวันออกกลาง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินรายได้จากท่องเที่ยวปีนี้จะหายไปประมาณ 8หมื่นล้านบาท รายได้เข้าประเทศลดลงฮวบฮาบ ดังนั้น รัฐควรจะคิดใหม่ทำใหม่ ควรเน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพมากกว่าปริมาณ เพราะแทนที่จะสร้่างรายได้จากการท่องเที่ยว จะกลายเป็นภาระของรัฐบาลในการสร้างปัญหาจากนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม ที่เข้ามากระทำผิดกฎหมายในประเทศไทย