โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ออริจิ้น ปรับทัพรุกอสังหาฯ มัลติฟังก์ชั่น ดัน Backlog ทะลุ 3.4 หมื่นล้าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 เม.ย. เวลา 13.02 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. เวลา 06.02 น.

ออริจิ้น ปรับพอร์ตโฟลิโอเน้น "Unique Product" เจาะนิชมาร์เก็ตและตลาดภูเก็ตที่เติบโตสวนกระแส ปั้นโมเดล Brilliant Business Park พื้นที่ธุรกิจอัจฉริยะแบบ Built-to-Suit กระจายความเสี่ยงสู่ธุรกิจรายได้ประจำ ชูความสำเร็จกลุ่ม Ready to move ครองสัดส่วนยอดขาย 61% สะท้อนกลยุทธ์สินค้าพร้อมโอนที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย

16 เมษายน 2569—ท่ามกลางความท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ได้ปรับหันมาเน้นกลยุทธ์ Diversification หรือการสร้างความหลากหลายทางธุรกิจเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว โดยล่าสุดได้เปิดตัวโปรเจกต์เชิงกลยุทธ์อย่าง “BRILLIANT BUSINESS PARK” ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจพื้นที่ทำงานอัจฉริยะ (Business Space) ในรูปแบบ Built-to-Suit

ยุทธศาสตร์กระจายความเสี่ยง: จากที่อยู่อาศัยสู่ "พื้นที่ธุรกิจมัลติฟังก์ชั่น"

ยุทธศาสตร์นี้มุ่งเน้นการตอบโจทย์เจ้าของธุรกิจและ SMEs ผ่านการรวมพื้นที่โชว์รูม สตูดิโอ ออฟฟิศ และที่พักอาศัยไว้ในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งนับเป็นการขยายอาณาจักรจากเพียงผู้พัฒนาที่อยู่อาศัย สู่การเป็นผู้พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ตอบสนองต่อระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยในเฟสแรกมีมูลค่าโครงการสูงถึง 1,200 ล้านบาท

“โปรดักส์รูปแบบใหม่อย่าง Brilliant Business Park เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จหลักของเครือออริจิ้นในปี 2569 รวมทั้งการ Diversify ธุรกิจ เพื่อสร้างรายได้หลากหลายธุรกิจ วันนี้ผลสำเร็จเริ่มเกิดขึ้นแล้ว และจะส่งผลต่อเนื่องที่นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท” นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ORI กล่าวย้ำ

กลยุทธ์สินค้าเฉพาะตัว (Unique Product) เจาะตลาด High-End และภูเก็ต

อีกหนึ่งแกนหลักของกลยุทธ์ออริจิ้นคือการพัฒนาโครงการที่มีความเฉพาะตัวสูง เพื่อเลี่ยงการแข่งขันในตลาดที่มีอุปทานส่วนเกิน โดยเฉพาะในทำเลศักยภาพอย่างภูเก็ต ซึ่งบริษัทได้ส่ง "Origin Residences Phuket Bangtao" คอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมในรูปแบบเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ (Pet-Friendly) เข้าสู่ตลาด

ผลจากการวางเซกเมนต์ที่ชัดเจนทำให้โครงการนี้สามารถกวาดส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 60% ภายในเวลาเพียง 2 เดือน ซึ่งบริษัทมองว่าความสำเร็จนี้ไม่ได้มาจากปัจจัยด้านราคาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากกลยุทธ์การออกแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคในแต่ละทำเล ปัจจุบันบริษัทขยายพอร์ตในภูเก็ตไปแล้วกว่า 8 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 16,700 ล้านบาท

บริหารจัดการกระแสเงินทุนผ่านกลุ่มโครงการพร้อมอยู่ (Ready to move)

ในเชิงการจัดการพอร์ตโฟลิโอ ออริจิ้นให้ความสำคัญกับการหมุนเวียนกระแสเงินทุนอย่างรวดเร็ว (Inventory Turnover) โดยเน้นการระบายสต็อกในกลุ่มโครงการพร้อมอยู่ (Ready to move) ซึ่งในไตรมาส 1/2569 สินค้ากลุ่มนี้คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 61% ของยอดขายรวม 4,511 ล้านบาท

กลยุทธ์นี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการเก็งกำไรและมุ่งเน้นไปที่กลุ่ม Real Demand ที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ทันที ส่งผลให้บริษัทมีอัตราความมั่นคงสูง โดยในไตรมาส 2 นี้ เตรียมรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหม่ที่มียอด Backlog รองรับแล้วเกือบเต็มจำนวน (98%) อย่างโครงการโซ ออริจิ้น ศิริราช และ ออริจิ้น เพลส เพชรเกษม

Backlog 34,476 ล้านบาท สร้าง "เสถียรภาพทางการเงิน" ยิงยาว 4 ปี

จากการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ข้างต้น ส่งผลให้บริษัทมียอด Backlog สะสมแข็งแกร่งกว่า 34,476 ล้านบาท ซึ่งความสำคัญของตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของเม็ดเงิน แต่คือการสร้าง "เสถียรภาพทางการเงิน" ให้กับบริษัทในอีก 4 ปีข้างหน้า (ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2572)

การมี Backlog ที่หนาแน่นช่วยให้ออริจิ้นสามารถรักษาระดับการเติบโตและมีฐานเงินทุนที่มั่นคงเพียงพอในการต่อยอดไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคต ตามเป้าหมายการกระจายความเสี่ยงเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนมากกว่าการพึ่งพาเพียงรายได้จากการขายที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...