โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสื้อผ้าเปลี่ยนจาก ใส่ครั้งเดียวทิ้ง สู่การส่งต่อ ลดการใช้ทรัพยากรแบบสิ้นเปลือง

the Opener

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • The Opener

The Opener x KTC

ในตู้เสื้อผ้าของหลายคน อาจมีเสื้อที่ยังสภาพดี ถูกใส่เพียงครั้งเดียวในโอกาสพิเศษ หรือบางตัวยังไม่ได้แกะป้ายราคา แต่กลับไม่เคยถูกหยิบขึ้นมาใช้อีกเลย เสื้อผ้าเหล่านี้ จำนวนไม่น้อยจบลงที่ถังขยะ ทั้งที่แทบไม่ได้ผ่านการใช้งานจริง

ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ปี 2567 ระบุว่า กว่าร้อยละ 40 ของคนไทย ทิ้งเสื้อผ้าหลังสวมใส่เพียงครั้งเดียว โดย 1 ใน 4 ทิ้งอย่างน้อย 3 ชิ้น ขณะที่ อุตสาหกรรมแฟชั่นทั่วโลกผลิตเสื้อผ้ามากกว่า 100,000 ล้านชิ้นต่อปี และก่อให้เกิดขยะสิ่งทอกว่า 92 ล้านตันต่อปี โดยมีเพียงราวร้อยละ 1 เท่านั้น ที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลเป็นเสื้อผ้าใหม่ได้ ตัวเลขเหล่านี้ ไม่ได้สะท้อนเพียงปริมาณเสื้อผ้าที่เพิ่มขึ้น แต่กำลังบอกว่า “อายุการใช้งานของเสื้อผ้า” สั้นลงกว่าที่เคยเป็นอย่างมาก

ยิ่งเสื้อผ้าถูกผลิตและถูกทิ้งเร็วเท่าไร ทรัพยากรที่โลกต้องจ่ายก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

สภาพัฒน์ฯ ระบุว่า การผลิตเสื้อเชิ้ตฝ้ายหนึ่งตัวต้องใช้น้ำถึง 2,700 ลิตร หรือเทียบเท่าปริมาณน้ำดื่มที่คนหนึ่งคนใช้ดื่มได้เป็นเวลาถึง 2 ปีครึ่ง และเมื่อคูณกับจำนวนการผลิตในระดับแสนล้านชิ้นต่อปี ตัวเลขดังกล่าวจึงไม่ใช่แค่ต้นทุนของสินค้า แต่คือ การใช้ทรัพยากร พลังงาน และสารเคมีในปริมาณมหาศาล

ปัจจัยสำคัญที่เร่งวงจรนี้ คือ โมเดลธุรกิจแบบFast Fashion ที่ทำให้เทรนด์หมุนเร็ว คอลเลกชันใหม่ถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง การตัดสินใจซื้อจึงเกิดถี่ขึ้นโดยไม่รู้ตัว เสื้อผ้าหลายชิ้นไม่ได้หมดอายุเพราะชำรุด แต่หมดอายุเพราะ “ไม่ทันจังหวะตลาด” หรือไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

จากใช้แล้วทิ้ง สู่ Circular Fashion Economy

ท่ามกลางบริบทนี้ แนวคิดCircular Fashion Economy จึงเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น ในฐานะทางเลือกของอุตสาหกรรมแฟชั่น แนวคิดดังกล่าว มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าสูงสุด ผ่านการยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้าแต่ละชิ้น จากเส้นทางเดิมแบบ“ผลิต–ใช้–ทิ้ง” ไปสู่การ“ใช้–หมุนเวียน–ใช้ต่อ” เพื่อให้เสื้อผ้ายังคงสร้างคุณค่าได้มากกว่าหนึ่งครั้ง

อย่างไรก็ตาม Circular Fashion ไม่ได้เป็นเรื่องของโรงงานหรือผู้ผลิตเท่านั้น แต่สามารถเริ่มต้นได้จากชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ตั้งแต่ การเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสอง การส่งต่อเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้งาน ไปจนถึงการตั้งคำถามง่าย ๆ ก่อนซื้อว่า “เสื้อผ้าชิ้นนี้จะมีโอกาสใส่ซ้ำได้กี่ครั้ง”

เคทีซี มองว่า การเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น หากผู้บริโภคมีทางเลือกที่เข้าถึงได้จริง ปัจจุบันแพลตฟอร์มเสื้อผ้ามือสองอย่าง Loopers เปิดพื้นที่ให้เสื้อผ้าแต่ละชิ้นสามารถหมุนเวียนต่อในระบบได้อย่างสะดวก โดยสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีสามารถใช้คะแนน KTC FOREVER แลกรับเครดิตเงินคืน 10% เท่ากับยอดซื้อ ซึ่งช่วยสนับสนุนให้การเลือกซื้ออย่างมีความหมายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น

นอกจากนี้ เสื้อผ้ามือสองยังต่อยอดโดยการนำไปเป็นวัตถุดิบสำหรับผู้ที่เรียนหรือฝึกทักษะด้านการตัดเย็บ เพื่อพัฒนาฝีมือจากของจริง และทำให้ “ลูปของการใช้งาน” ไม่จบลงเพียงการสวมใส่ครั้งแรก แต่ต่อเนื่องไปสู่การสร้างคุณค่าในรูปแบบใหม่ได้อีกครั้ง

แม้การตัดสินใจส่งต่อหรือเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองจะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ทุกครั้งที่เสื้อผ้าชิ้นหนึ่งได้ถูกใช้งานต่อ เท่ากับทรัพยากรถูกใช้คุ้มค่าขึ้นอีกครั้ง และในวันที่การผลิตเสื้อยืดหนึ่งตัวต้องใช้น้ำมากถึง 2,700 ลิตร ผู้บริโภคจึงไม่ได้เป็นเพียงผู้ซื้อ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการลดการใช้ทรัพยากรของโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...