โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อรรถกร” เผย “ราเชน” ขอเลื่อนคุย ปมลาออกอธิบดีฝนหลวง ชี้สังคมต้องรู้ความจริง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 30 เม.ย. เวลา 07.13 น.

“อรรถกร” เผย “ราเชน” ขอเลื่อนคุย ปมลาออกอธิบดีฝนหลวง หลังถูกย้าย ชี้สังคมต้องรู้ความจริง - รับเสียดายคนทำงาน หวั่นกระทบขวัญข้าราชการ - ชี้หากโยกย้ายไม่โปร่งใส อาจใช้สภาตรวจสอบ

วันที่ 30 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส. ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม และโฆษก ชี้แจงถึงกรณีที่นายราเชน ศิลปะรายะ อดีตอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ยื่นหนังสือลาออกหลังถูกสั่งย้าย ซึ่งจะเข้าพูดคุยกับนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค ว่า เมื่อวานได้รับการประสานจากนายราเชน ซึ่งตนได้คุยกับนายไผ่ ลิกค์ ในการที่จะเข้ามาพูดคุยกันในเรื่องของความไม่สบายใจของเจ้าตัว ที่อาจจะอยากมาพูดคุยกับคนที่เคยรู้จักในฐานะพี่น้อง แต่ในเรื่องของรายละเอียดตนเข้าใจว่าได้คุยกับนายราเชน ในระดับนึง แต่ยังไม่ได้คุยในรายละเอียดลึก ซึ่งเชื่อว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นที่สังคมอยากรับรู้ว่าในความเป็นจริงแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ตนได้รับการแจ้งมาว่าขอเลื่อนการพูดคุยออกไปก่อน เนื่องจากขณะนี้มีหลายมิติที่ต้องให้ทางนายราเชน ไปเตรียมตัวเพื่อจะพูดถึงความรู้สึกที่เขาอาจจะรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

เมื่อถามว่าเบื้องต้นนายราเชน ให้เหตุผลหรือไม่ว่าทำไมถึงอยากคุยกับพรรคกล้าธรรม นายอรรถกร ระบุว่า จากประสบการณ์โดยตรงของตน คิดว่าการโยกย้ายนอกฤดูกาลแบบนี้อาจเป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก และการโยกย้ายก็รวดเร็วพอสมควร สิ่งหนึ่งที่ตนคิดว่าไม่เคยเกิดขึ้นในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรัฐบาลก่อนหน้านี้ ตั้งแต่สมัยที่ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็น รมว.ต่อเนื่องมาจน ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ และในช่วงสั้นๆ ที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการก็ไม่ค่อยมีประเด็นในการโยกย้ายอธิบดี โดยที่คำนึงถึงในเรื่องของอายุราชการ และเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะจากการที่ตนได้พบปะและทำงานร่วมกันในฐานะเพื่อนร่วมงาน ตนคิดว่าผลงานของนายราเชน เป็นที่ประจักษ์สามารถจับต้องได้ นายราเชน พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญในกรมฝนหลวงเป็นคนกล้าที่จะเสนอ กล้าที่จะพูด กล้าที่จะทำ ในการที่จะใช้แนวความคิดไปขจัดแผ่นบรรยากาศความร้อน เพื่อเจาะช่องบรรยากาศ เพื่อให้บรรยากาศข้างบนเป็นแรงหมุนดูดฝุ่นขึ้นไปช่วยบรรเทาภาวะฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นช่วงปลายเดือนกันยายน 2567 ปีนั้นตนก็ติดตามและได้เห็นรายงานมาโดยตลอด พบว่าจำนวนฝุ่นก็ลดลงอย่างสามารถจับต้องได้ นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์อื่นๆ ที่เขาเคยดำรงตำแหน่งในกรมชลประทานจึงรู้สึกเสียดาย คนที่เป็นหนึ่งในมือทำงาน คนที่พูดเยอะและทำเยอะของกระทรวงเกษตรฯ แต่ในเชิงบริหารตนก็คงไม่สามารถไปก้าวก่ายได้ว่าการทำงานของบุคคลใดบุคคลหนึ่งจะดีหรือไม่ดี แต่เท่าที่ตนดูเห็นว่านายราเชน ยื่นใบลาออกจากราชการแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายกับการที่ประเทศไทยของเราโดยเฉพาะกรมฝนหลวง ถือเป็นกรมที่มีความสำคัญ ภารกิจไม่ใช่เฉพาะเรื่องของการปัดเป่าภัยแล้งเท่านั้น แต่ยังมีภารกิจในการช่วยเหลือหรือลดฝุ่นต่างๆ รวมถึงภารกิจเสริมอย่างอื่น ทั้งการทำลายลูกเห็บที่เป็นน้ำแข็ง เรื่องนี้ตนมองว่าเรากำลังสูญเสียบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถประสบการณ์ไป แต่อย่างไรก็ดีจากการติดตามข่าวก็เห็นบุคคลที่จะมาทำหน้าที่เป็นอธิบดีคนใหม่ ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์ ส่วนจะดีกว่าหรือไม่ดีกว่านั้นก็เป็นเรื่องของอนาคต ตนไม่สามารถตอบแทนได้

เมื่อถามว่าการโยกย้ายครั้งนี้เป็นการล้างบางโดยแก้แค้นทางการเมืองหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า ตนก็ไม่สามารถที่จะไปแก้ข้อสงสัยนี้ได้ สิ่งนี้เกิดขึ้นนอกพรรค แต่ตนก็ไม่ย้ายเป็นการแก้แค้น เพราะส่วนตัวเสียดายบุคลากรและหากเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะการแก้แค้นจริงๆ ตนคิดว่าคงไม่เป็นธรรมกับตัวข้าราชการที่เขามาทำงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาทั้งชีวิต ก็หวังเป็นหวังอย่างยิ่งว่าจะไม่ใช่การแก้แค้นและเชื่อใจอย่างบริสุทธิ์ใจ

เมื่อถามว่าในฐานะอดีตรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ การให้เหตุผลว่าใกล้เกษียณจึงย้ายถือว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ นายอรรถกร เผยว่า ตั้งแต่ปี 2567 มาจนถึงปี 2568 ข้าราชการคนที่ถือเป็นหัวกะทิของกระทรวงเกษตรก็อยู่จนครบอายุราชการ หลังจากนั้นก็จะมีการเปลี่ยนหรือสลับกรมบ้าง แต่ตนเชื่อว่าความต่อเนื่องอาจเป็นในมุมที่ฝ่ายบริหารคิด แต่ในกรมเขาไม่ได้มีคนเก่งแค่คนเดียว ดังนั้นในมุมมองตนคิดว่า ความต่อเนื่องยังไงก็ต่อเนื่องอยู่แล้ว และเราก็ทราบดีว่าภารกิจเป็นอย่างไร ดังนั้นเรื่องความต่อเนื่องสำหรับตนเชื่อว่าสามารถรออีกห้าเดือนแล้วไปแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นคนละมุมกัน จากการที่ตนเคยสัมผัสที่กระทรวงเกษตรสหกรณ์มา เข้าใจว่าแนวทางการบริหารตั้งแต่ ร้อยเอก ธรรมนัส จนถึงนางนฤมล เมื่อมีปัญหาอะไรหรือแนวทางไม่ตรงกันเราก็เรียกคุยพูดคุยกัน ปรับโจทย์ให้ตรงกัน ไม่จำเป็นต้องการเมืองจ๋า แต่จะทำอย่างไรให้สามารถปราบปรามหรือแก้ไขปัญหาหรือภารกิจที่กระทรวงเกษตรสหกรณ์และกรมต่างๆ ตั้งเป้าไว้ได้ นั่นคือสิ่งที่เราทำ มาอาจจะไม่ตรงกับผู้บริหารชุดนี้ทำ

เมื่อถามอีกว่า พอผู้บริหารกระทรวงกับข้าราชการมองต่างมุมกัน มองว่าเมื่อเกิดการโยกย้ายจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของกระทรวงมากน้อยแค่ไหน นายอรรถกร กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องนี้มีทั้งคนชอบและไม่ไม่ชอบ ส่วนคนที่ชอบคงจะตั้งใจทำงาน แต่ในส่วนของคนที่ไม่ชอบคงจะสูญเสียกำลังใจพอสมควร เพราะอย่างนายราเชน ก็ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ เป็นข้าราชการอาวุโสของกระทรวงเกษตรฯ และเป็นคนที่ทำงานร่วมกับผู้บริหารของกรมต่างๆ ได้อย่างไม่มีปัญหา ก็อาจเป็นความรู้สึกที่ต้องเดินหน้าและต้องระวังหลังบ้าง แต่อย่างที่ตนบอกไม่สามารถไปก้าวก่ายงานของคนอื่นได้

เมื่อถามว่าได้พูดคุยเรื่องนี้กับ ร้อยเอก ธรรมนัส หรือยังว่ามีความเห็นอย่างไร นายอรรถกร เผยว่า ได้พูดคุยแล้ว ซึ่งก็บอกว่าเราในฐานะพรรคฝ่ายค้านก็คงไม่สามารถหลีกเลี่ยงในประเด็นการตรวจสอบได้ เพราะในข่าวก็มีเรื่องของการไปคุยที่ชั้น4 ของพรรคการเมืองที่ถนนรัชดา ซึ่งตอนนี้น่าจะมีพรรคเดียวแค่พรรคกล้าธรรม ยืนยันว่าชั้น4 ของพรรคกล้าธรรมเป็นชั้นที่เรามีเจ้าหน้าที่ทำเรื่องเอกสาร คงจะเป็นการเข้าใจผิด ส่วนจะเป็นชั้น4 ของอาคารไหน ในถนนอื่นหรือไม่อย่างไรต้องไปตรวจสอบกัน สิ่งที่พูดคุยมาตนอาจจะยังไม่ได้พูดคุยอย่างเป็นทางการกับนายราเชน แต่สิ่งหนึ่งที่เขาติดใจคือเวลาในการนัดนั้นคุยเมื่อไหร่ ตนไม่แน่ใจว่ามีช่วงเวลาบันทึกไว้บ้างหรือไม่ว่าเป็นช่วงก่อนหรือหลังรับหน้าที่ ซึ่งขอให้เป็นในส่วนของหลักการต่อไป หากนายเชน ต้องการจะต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นข้าราชการของเขา ในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ยืนยันว่าขณะนี้เราจะทำงานควบคู่กันไปในเชิงคู่ขนาน ว่าถ้าการโยกย้ายครั้งนี้เป็นไปตามครรลองครองธรรมเราก็คงไม่ติดใจอะไร แต่ถ้าการโยกย้ายครั้งนี้เกิดจากความอคติหรือเกิดจากการแก้แค้น ซึ่งตนยังเชื่อว่าไม่น่าจะใช่ เราก็คงจะใช้กระบวนการของสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสำหรับข้าราชการชั้นผู้น้อยทุกคน ซึ่งทุกคนต้องได้รับความเป็นธรรมเท่าเทียมกัน ซึ่งส่วนใหญ่ตรวจสอบและเก็บข้อมูลไม่นาน ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวว่าจะเปิดเผยข้อมูลที่เขาบอกว่ามีข้อมูลต่างๆ ที่จะมาต่อสู้ในเรื่องของเขาต่อไป ซึ่งในอนาคตข้างหน้าอันใกล้นี้คงมีโอกาสได้มาพูดคุยกับนายราเชน อีกครั้งหนึ่ง แต่วันนี้ติดภารกิจในเรื่องของการเตรียมข้อมูลต่างๆ จึงไม่สามารถเดินทางมาได้

เมื่อถามว่าจากประเด็นตามที่นายราเชน พูดแล้ว จะสามารถดำเนินการไปถึงมาตรา 157 ได้หรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า ก็ต้องไปดูก่อน แต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดตนก็ยืนยันว่าเสียดายและไม่อยากให้เกิดการโยกย้ายแบบไม่เป็นธรรม

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...