โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สุกี้ตี๋น้อย” เป้ารายได้ปี 69 โต 42 % แตะ 1.3 หมื่นล้าน กำไร 1,000 ล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 17.16 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 10.16 น.

“สุกี้ตี๋น้อย” รุกขยายสาขา แตกแบรนด์ใหม่ ยกระดับเมนู “ตี๋น้อย PLUS+” ดันเป้ารายได้ปี 69 ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท โต 42 % กำไร 1,000 ล้านบาท ยังไม่ขึ้นราคาท่ามกลางแรงกดดันต้นทุน

วันที่ 20 มีนาคม 2569นางสาวนัทธมน พิศาลกิจวนิช ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้าน “สุกี้ตี๋น้อย” เปิดเผยว่า แผนธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 42% แตะระดับ 13,000 ล้านบาท และมีกำไรแตะ 1,000 ล้านบาท พร้อมวางงบลงทุน 1,200–1,300 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รองรับการเติบโตในระยะยาว

บริษัทเร่งขยายสาขาใหม่ 60 แห่งทั่วประเทศ ผ่านหลายแบรนด์ ได้แก่ Suki Teenoi, Teenoi PLUS+, Teenoi BBQ และ Teenoi Gold จากปัจจุบันมีสาขาครอบคลุม 35 จังหวัด และมีแผนขยายเพิ่มอีก 22 จังหวัด ส่งผลให้สิ้นปี 2569 จะมีสาขารวม 133 แห่ง ครอบคลุม 57 จังหวัด

นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดตัวแบรนด์ร้านอาหารใหม่ คาดเห็นความชัดเจนภายในไตรมาส 2/2569 ควบคู่กับการลงทุนสร้างครัวกลางและศูนย์กระจายสินค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ และรองรับการขยายสาขาเชิงรุกในภูมิภาคดังกล่าว

บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ “ขยายสาขา–แตกแบรนด์–เพิ่มความคุ้มค่า” โดยยังคงจุดแข็งด้านราคาที่เข้าถึงง่าย ควบคู่กับการยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภค ผ่านโมเดล “ตี๋น้อย PLUS+” ราคา 299 บาท ที่เพิ่มความหลากหลายของเมนู และหม้อน้ำซุป 3 ช่อง พร้อมตัวเลือกซุปพรีเมียม เช่น หม่าล่าและหม่าล่านม ซึ่งพัฒนาโดยเชฟโฮ (Mr. Kwok Hing Ho)

ในด้านสินค้า บริษัทได้เพิ่มไลน์อาหารพรีเมียม เช่น เมนูซูชิรูปแบบโอมากาเสะ ภายใต้การดูแลของ “เชฟน้อย” รวมถึงเมนูของหวาน Soft Serve และอาหารทานเล่น เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้กับลูกค้า

ท่ามกลางภาวะต้นทุนวัตถุดิบผันผวน บริษัทระบุว่ายังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาในระยะใกล้ โดยใช้กลยุทธ์บริหารต้นทุนผ่านการทำสัญญาล็อกราคาวัตถุดิบล่วงหน้า 6–12 เดือน โดยเฉพาะเนื้อสัตว์นำเข้า ขณะที่ราคาเนื้อหมูในปีนี้มีแนวโน้มลดลง ช่วยหนุนความสามารถในการทำกำไร

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมร้านสุกี้ในปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 31,000 ล้านบาท โดย “สุกี้ตี๋น้อย” ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 2 ที่ราว 30% และตั้งเป้าขยับขึ้นเป็นผู้นำตลาดในอนาคต

ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยจะพิจารณาจังหวะที่เหมาะสมและการเติบโตที่มั่นคง คาดเห็นความชัดเจนในปี 2570

ด้านผลการดำเนินงาน บริษัทมีรายได้ปี 2568 อยู่ที่ 9,147 ล้านบาท เติบโต 31% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 864 ล้านบาท ลดลง 26% จากการทำกิจกรรมการตลาดและโปรโมชั่นในช่วงปลายปี ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นแตะ 36.04 ล้านคน เติบโต 34%

ส่วนไตรมาส 1/2569 มีจำนวนลูกค้า 10.28 ล้านคน เพิ่มขึ้น 36% ขณะที่คาดรายได้เติบโต 34% และยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เติบโต 3.5% สะท้อนการเติบโตทั้งจากสาขาใหม่และสาขาเดิม

ทั้งนี้ ระบบสมาชิก“TN FAMILY” มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีสมาชิกกว่า 3.1 ล้านราย และมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยราว 40,000 คนต่อวัน

นายกิติพัฒน์ ชลวุฒิ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลด์ดิ้งส์ กล่าวว่า กลุ่มเจมาร์ทยังคงสนับสนุนการเติบโตของสุกี้ตี๋น้อย ผ่านการนำเทคโนโลยี AI มาเสริมศักยภาพธุรกิจ รวมถึงการสร้าง Synergy ร่วมกับบริษัทในเครือ เช่น JAS Asset, Jaymart Mobile และ J Ventures เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ลูกค้าและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...