โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

UAE แชมป์กวาดเศรษฐี "ย้ายประเทศ" ปี 2025 ส่วนไทยติด TOP 14 แต่ทำไมเป็นได้แค่ “บ้านพักชั่วคราว”

Thairath Money

อัพเดต 20 เม.ย. เวลา 04.20 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. เวลา 04.19 น.
ภาพไฮไลต์

ในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนเชิงโครงสร้าง "เงิน" ได้กลายเป็นปัจจัยสูงสุด ที่จะสามารถพาเรา “อพยพ" ไปยังพื้นที่แห่งโอกาสและมีความปลอดภัยได้กว่าเสมอ

จนเกิดปรากฏการณ์ที่นักวิเคราะห์เรียกว่า นี่คือ “ยุคแห่งความผันผวนขั้นสูงสุด" โดยประเมินว่า ในช่วงปี 2025-2026 โลกกำลังขับเคลื่อนการเคลื่อนย้ายความมั่งคั่งส่วนบุคคล (Private Wealth Migration) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ซึ่งมหาเศรษฐี (HNWIs) ไม่ได้มองหาแค่ไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา แต่กำลังทำสิ่งที่เรียกว่า "การเก็งกำไรทางภูมิรัฐศาสตร์" (Geopolitical Arbitrage) เพื่อกระจายความเสี่ยงจากนโยบายภาษี สงคราม และความไม่สงบในบ้านเกิดของตัวเองด้วย

ถอดรหัส UAE "แม่เหล็ก" ดูดเงินโลก

ข้อมูลสถิติของ New World Wealth โดย Henley & Partners ระบุว่าในปี 2025 มีเศรษฐีโยกย้ายฐานที่พำนักสูงถึง 142,000 ราย และผู้ชนะที่ยืนหนึ่งมาตลอด 3 ปีซ้อนคือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)

  • อันดับ 2 : USA จำนวน 7,500 คน
  • อันดับ 3 : Italy จำนวน 3,600 คน
  • อันดับ4 : Switzerland จำนวน 3,000 คน
  • อันดับ 5 : Saudi Arabia จำนวน 2,400 คน

ทั้งนี้ ความสำเร็จของ UAE ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการ "ดีไซน์" ประเทศให้เป็นสวรรค์ของทุนอพยพ ทั้งระบบภาษีที่เป็นมิตร โครงสร้างพื้นฐานระดับโลก และการวางตัวเป็นกลางท่ามกลางความขัดแย้ง

ขณะที่อันดับรองลงมาอย่าง USA แม้จะยังขลังแต่ก็เริ่มถูกท้าทาย ส่วน อิตาลี และ สวิตเซอร์แลนด์ กลายเป็นเป้าหมายหลักของเศรษฐีฝั่งยุโรปที่ต้องการหนีภาษีและความแออัดทางการเมือง

ไทยติด TOP 14 ปลายทางยอดฮิต หรือแค่ "หลุมหลบภัยชั่วคราว"?

ขณะที่ ประเทศไทย เราขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 14 ของโลก เป็นรองสิงคโปร์ โดยมีเศรษฐีย้ายเข้าประมาณ 450 คน หอบเงินมาด้วยกว่า 1.5 แสนล้านบาท แม้อัตราการเติบโตในช่วง 10 ปีจะสูงถึง 50% แต่ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญกลับมองว่า "อย่าเพิ่งดีใจเกินไป"

“สุรเชษฐ กองชีพ” หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ให้ทัศนะที่น่าสนใจว่า ไทยอาจไม่ใช่ "บ้านถาวร" ของกลุ่มมหาเศรษฐีระดับโลก แต่เป็นเพียง "Safe Zone ชั่วคราว" ในยามเกิดวิกฤติ เช่น สงครามในตะวันออกกลางหรือโรคระบาด

"ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเป้าหมายที่คนรวยมากๆ ต้องการเข้ามาใช้ชีวิตถาวร แต่อาจเป็นสถานที่หลบภัยสั้นๆ เพราะเรามีการจัดการวิกฤติที่ดีและมีความปลอดภัยสูงในสายตาชาวโลก"

คำจำกัดความว่าประเทศไทยเป็น "บ้านพัก" เกิดจากสัดส่วนการลงทุนของเศรษฐีต่างชาติที่ไหลเข้ามา โดยเกือบทั้งหมดมุ่งเน้นไปที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ระดับหรูและไลฟ์สไตล์การบริโภค แทนที่จะเป็นการจัดตั้งฐานการผลิตเทคโนโลยีระดับสูงหรือศูนย์กลางการบริหารจัดการทรัพย์สินข้ามชาติ

เปิดแผนที่ทุนใหม่ "เมียนมา-รัสเซีย" หนีสงครามลงคอนโดฯ ไทย

อย่างไรก็ดี หากประเมินจาก สถิติเศรษฐี 450 คน ในชุดข้อมูลดังกล่าว อาจดูไกลตัวเกินไป Thairath Money ชวนลองมาดูข้อมูลจริงจากการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในปี 2568 ของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC ซึ่งสะท้อนภาพ "แผนที่ทุนใหม่" ได้ชัดเจนที่สุด

โดยพบว่า ม.ค.- ธ.ค. 2025 แม้มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ของกลุ่มคนต่างชาติ ภาพรวมจะลดลง 10.7% (มูลค่า 60,921 ล้านบาท) แต่จำนวนหน่วยกลับเพิ่มขึ้น 2.2% (14,899 หน่วย) สะท้อนว่าดีมานด์ยังมี แต่คนซื้อเลือกห้องที่ "เล็กลง" หรือ "ราคาถูกลง"

Top 5 สัญชาติที่ช็อปคอนโดไทย

  • จีน: ยังครองแชมป์ จำนวน 4,940 หน่วย แต่กำลังซื้อแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด (-30% ในเชิงมูลค่า)
  • เมียนมา: คือกลุ่มที่ต้องจับตา! ยอดโอนพุ่งขึ้นถึง 41.8% จากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศ ทำให้กลุ่มชนชั้นกลางและคนมีเงินเลือกซื้อคอนโดฯ ไทยในราคาเฉลี่ย 3.1 ล้านบาท เพื่อเป็น "บ้านหลังที่สอง" จากจำนวนทั้งหมด 1,968 หน่วย
  • รัสเซีย: เติบโตทั้งจำนวนและมูลค่า (+30.3%) จากปัจจัยสงครามที่ยืดเยื้อ ทำให้ไทยกลายเป็นบ้านพักตากอากาศระยะยาวที่ปลอดภัย รวมทั้งสิ้น 1,172 หน่วย มูลค่ารวม 4,773 ล้านบาท
  • ไต้หวัน: กลุ่มทุนที่ยังเติบโตต่อเนื่องด้วยกำลังซื้อที่สม่ำเสมอ ที่ 4,699 ล้านบาท
  • สหรัฐอเมริกา: เน้น "น้อยแต่แพง" มีราคาเฉลี่ยต่อหน่วยสูงสุดที่ 5.2 ล้านบาท

ส่วนคำถามที่ว่า ตัวเลขเศรษฐี 450 คนที่ย้ายเข้าประเทศไทย และยอดโอนฯคอนโดฯของชาวเมียนมา-รัสเซีย กำลังบอกอะไรเรา ? อาจสรุปได้ว่าไทยคือ "เบอร์ 1 ในใจ" เมื่อโลกมีปัญหา แต่คำถามสำคัญที่ทิ้งไว้ให้เราต้องขบคิด คือ …

  • เราพอใจจะเป็นเพียง "หลุมหลบภัย" ที่รอรับเงินชั่วคราวจากผู้หนีร้อนมาพึ่งเย็นหรือไม่?
  • เราจะยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและกฎหมายอย่างไร ให้เปลี่ยนจาก "บ้านพักชั่วคราว" เป็น "ศูนย์กลางการลงทุน" ที่ยั่งยืนเหมือนที่ UAE ทำได้?

ซึ่งในวันที่เงินโลกกำลังย้ายที่อยู่ หากเราไม่ปรับตัวให้เป็นมากกว่า "ที่พักพิง" สุดท้ายเงินเหล่านี้ก็อาจจะอพยพต่อไปยังแห่งใหม่ เมื่อสงครามในบ้านเขาเงียบลงก็เป็นได้.

ที่มา : REIC ,Henley & Partners

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : UAE แชมป์กวาดเศรษฐี "ย้ายประเทศ" ปี 2025 ส่วนไทยติด TOP 14 แต่ทำไมเป็นได้แค่ “บ้านพักชั่วคราว”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...