Ayala Land บิ๊กอสังหาฯ ฟิลิปปินส์ ระงับก่อสร้างอาคารหรู พิษสงครามอิหร่าน
Ayala Land บิ๊กอสังหาฯ ฟิลิปปินส์ ระงับก่อสร้างอาคารหรู หลังความขัดแย้งตะวันออกกลางดันต้นทุนพุ่ง กดดีมานด์อสังหาฯ ซบ
วันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 15.47 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าAyala Land Inc. บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของฟิลิปปินส์ ประกาศชะลอการพัฒนาและการขายโครงการคอนโดมิเนียมหรูใจกลางย่านธุรกิจหลักของประเทศ จากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
บริษัทระบุว่า การชะลอโครงการ “Laurean Residences” สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เน้นสร้างมูลค่าในระยะยาวและบริหารเงินลงทุนอย่างมีวินัย โดยราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลง 1.4% ในวันจันทร์ สวนทางกับดัชนีตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ที่ปรับตัวขึ้น
โครงการดังกล่าวมีความสูง 65 ชั้น ประกอบด้วยยูนิตตั้งแต่ขนาด 72 ตารางเมตร ไปจนถึงห้อง 4 ห้องนอนขนาด 402 ตารางเมตร โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 650,000 เปโซ หรือประมาณ 10,838 ดอลลาร์สหรัฐต่อตารางเมตร ทั้งนี้ ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โครงการสามารถทำยอดขายล่วงหน้าได้เกือบ 8,000 ล้านเปโซ
การตัดสินใจของAyala Land สะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจกำลังเผชิญแรงกดดันจากผลกระทบทางเศรษฐกิจของสงครามอิหร่าน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น และส่งผลต่อต้นทุนในหลายภาคส่วน เช่น โลจิสติกส์และการขนส่ง นอกจากนี้ยังอาจกระทบต่อโอกาสการจ้างงานของแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศ และรายได้จากเงินโอนกลับประเทศ
บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า จะใช้แนวทางจัดสรรเงินลงทุนอย่างรอบคอบมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่มีความชัดเจนด้านการดำเนินงาน พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ เช่น ศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน และอยู่ระหว่างติดต่อกับลูกค้าเพื่อหารือทางเลือกต่าง ๆ
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น หลังโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า กองทัพเรือสหรัฐได้ยิงและเข้ายึดเรือสินค้าชักธงอิหร่านในอ่าวโอมาน ซึ่งถือเป็นการยึดเรือครั้งแรกภายใต้มาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ
ก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ Ayala Landระบุว่ายอดขายคอนโดมิเนียมหรูและระดับพรีเมียมชะลอตัวลง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เติบโตช้าลง ส่วนหนึ่งมาจากประเด็นอื้อฉาวด้านคอร์รัปชันในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ
สำหรับปีนี้ บริษัทมีแผนลดการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมและระดับกลางลงครึ่งหนึ่ง เหลือมูลค่ารวมประมาณ 30,000 ล้านเปโซ เนื่องจากภาวะอุปทานคอนโดมิเนียมล้นตลาดที่กดดันยอดขาย โดยต่างจากปีก่อน ๆ ที่ผ่านมา บริษัทหันมาเน้นธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำเป็นหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไป
อ้างอิง : bloomberg.com