โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เปิดแนวรบสยบ ‘มะเร็งปอด’ ส่องกล้อง-ป้องกัน-สู้ฝุ่น PM2.5

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ (NCI) ระบุว่า ในปี 2568 พบคนไทยป่วยเป็นมะเร็งรายใหม่ราว 1.4 แสนรายต่อปี หรือเฉลี่ยวันละเกือบ 400 ราย และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 83,000 ราย โดยเฉพาะ "โรคมะเร็งปอด" ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในคนไทย และจัดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ในบรรดาโรคมะเร็งทั้งหมด โดยมีผู้เสียชีวิต 15,022 รายต่อปี หรือวันละ 41 ราย

สถิตินี้สะท้อนชัดเจนว่า ‘มะเร็งปอด’ คือภัยคุกคามสุขภาพอันดับหนึ่งที่ต้องเร่งคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และสถานการณ์ดังกล่าวยิ่งทวีความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ ซึ่งต้องเผชิญวิกฤตฝุ่น PM 2.5 อย่างหนักต่อเนื่องหลายปี โดยเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ที่ค่าฝุ่นมักพุ่งสูงเกินค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) หลายเท่าตัว

มลพิษเหล่านี้เปรียบเสมือนสารก่อมะเร็งขนาดจิ๋วที่กระตุ้นการอักเสบเรื้อรังและทำให้เซลล์ปอดกลายพันธุ์ ส่งผลให้แม้แต่กลุ่มผู้ไม่สูบบุหรี่ก็มีความเสี่ยงสูง และที่น่ากังวลคือ มากกว่า 85% ของผู้ป่วยมักตรวจพบเมื่อโรคเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว เนื่องจากในระยะแรกไม่มีอาการแสดงใด ๆ

เพื่อรับมือกับวิกฤตดังกล่าว กลุ่มบริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ประเทศไทย (จำกัด) จึงร่วมกับ เอไอเอ ประเทศไทย (AIA) โดยได้รับการสนับสนุนจาก ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งนับเป็นศูนย์กลางทางการรักษาที่สำคัญในเขตภาคเหนือ เดินหน้าจัดงานเสวนา “รู้ทันมะเร็งปอด ตรวจไว รักษาตรงจุด” เพื่อส่งเสริมความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับโรคมะเร็งปอด ตั้งแต่การป้องกัน การคัดกรองที่ถูกวิธี และทางเลือกการรักษายุคใหม่

โดยเน้นการดูแลแบบบูรณาการและยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง พร้อมชูความสำคัญของนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ตั้งแต่การเอกซเรย์ทรวงอกด้วยเทคโนโลยี AI และการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดรังสีต่ำ (Low Dose CT) ซึ่งหากพบรอยโรคในระยะแรก ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดผ่านกล้อง (MIS) ที่มีจุดเด่นคือ แผลเล็ก บาดเจ็บน้อย และฟื้นตัวไว รวมทั้งมีโอกาสหายสูง

นอกจากนี้ ยังเน้นความสำคัญของการรักษาด้วยยามุ่งเป้าที่สามารถช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ หากโรคเข้าสู่ระยะลุกลาม โดยเน้นย้ำว่า การตรวจพบไวและรักษาตรงจุด จะช่วยเพิ่มโอกาสการหายขาดจากโรคมะเร็งปอดได้สูง

ทั้งนี้ ศูนย์ศรีพัฒน์ได้ให้ความสำคัญกับการทำงานของ ทีมสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team) ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเส้นทางการรักษา ครอบคลุมอายุรแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ รังสีแพทย์ ศัลยแพทย์ทรวงอก และอายุรแพทย์มะเร็งวิทยา เพื่อร่วมกันวางแผนที่เหมาะสมเฉพาะรายบุคคลสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

นอกจากนี้ ทีมแพทย์เฉพาะทางยังได้จัดเสวนาโดย รศ.พญ. ภัทราพร ตาเจริญเมือง อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ ให้ความรู้ที่ครอบคลุมตั้งแต่แนวทางการรับมือมะเร็งปอดแบบครบวงจร เริ่มจากการปลดล็อกความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกลุ่มเสี่ยงที่หลายคนมองข้าม ปัจจัยเสี่ยงหลักของมะเร็งปอดยังคงเป็นบุหรี่ รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า (E-cigarette) มลภาวะทางอากาศอย่าง PM 2.5 และท้ายที่สุดยังมีงานวิจัยรองรับว่า พันธุกรรมก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดโรคได้

ที่ร้ายแรงกว่านั้นคือ มะเร็งปอดระยะแรกมักไม่แสดงอาการ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอเรื้อรัง ไอมีเลือดปน น้ำหนักลดลงโดยไม่มีสาเหตุ หรือเจ็บหน้าอกเรื้อรัง ควรรีบพบแพทย์ทันที พร้อมกันนี้ รศ.พญ. จันทิมา เอื้อตรงจิตต์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวินิจฉัยและประธานราชวิทยาลัยรังสีแพทย์ ยังได้ตอกย้ำความสำคัญของการคัดกรองเชิงรุกด้วยเทคโนโลยีรังสีวินิจฉัย และการคัดกรองมะเร็งปอดคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

เพราะการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดรังสีต่ำ (Low-dose CT) เป็นสิ่งที่ควรทำเป็นประจำทุกปี เพื่อค้นหาโรคแต่เนิ่นๆ ในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น ผู้ที่สูบบุหรี่จัด ผู้ที่มีอายุ 50-80 ปี ผู้ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยง เช่น สัมผัสฝุ่น PM 2.5 ควันธูปหรือแร่ใยหินเป็นประจำ หรือผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นโรคมะเร็งปอด

รศ.นพ.สมเจริญ แซ่เต็ง ศัลยแพทย์ทรวงอก ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดปอด กล่าวว่า การรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดระยะเริ่มต้นด้วยการผ่าตัด ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงคือการผ่าตัดปอดด้วยการส่องกล้อง ซึ่งได้รับการพัฒนาให้สามารถทำการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ช่วยให้ผู้ป่วยบาดเจ็บน้อย ฟื้นตัวได้ไว และกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น ตอบโจทย์ตรงกับความต้องการของคนไข้และสอดคล้องกับแนวทางการรักษาโรคในปัจจุบัน

นอกจากนี้ แนวทางการรักษามะเร็งปอดในปัจจุบันยังมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) ที่อาศัยผลการตรวจยีนของเซลล์มะเร็งมาใช้ประกอบการวางแผนการรักษา

ดร.พญ. ทรงภรณ์ โอฬารรัตนชัย อายุรแพทย์สาขามะเร็งวิทยา ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ป่วยมะเร็งปอดในระยะแพร่กระจาย อาจตรวจพบความผิดปกติของยีน ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาการรักษาด้วยยามุ่งเป้า การรักษาในกลุ่มนี้มุ่งทำลายเซลล์มะเร็งที่มีความผิดปกติเฉพาะจุด ส่งผลให้ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถควบคุมโรคได้ดีขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นระหว่างรับการรักษา ทั้งนี้ ผลลัพธ์ของการรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดของยีนที่ตรวจพบ ระยะของโรค และการประเมินของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นรายบุคคล

นพ. สมสกุล ศรีพิสุทธิ์ ผู้อำนวยการแพทย์ ฝ่ายบริหารจัดการด้านสุขภาพ เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า ไม่เพียงแต่นวัตกรรมทางการแพทย์ ยังบูรณาการด้านความมั่นคงทางสุขภาพ ให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับประกันสุขภาพโรคมะเร็ง เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาโดยไร้ความกังวลด้านภาระค่าใช้จ่าย พร้อมจัดกิจกรรมตรวจสุขภาพเบื้องต้น เพื่อส่งเสริมให้ชาวเชียงใหม่ตระหนักว่า "มะเร็งปอดตรวจพบไว มีโอกาสหายขาดได้"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...