โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปกรณ์ เปิดใจเหตุร่วมครม. ยันชัด ขอสนองงานประเทศ ไม่สนองการเมือง คดีฮั้วสว.-เขากระโดงไม่ยุ่ง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 เม.ย. เวลา 03.56 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. เวลา 03.50 น.

‘ปกรณ์ นิลประพันธ์’ เผยเหตุรับนั่งรองนายกฯ “ครม.หนู 2“ ลั่นขอสนองงานเพื่อประเทศชาติ-ไม่ได้สนองการเมือง วางเป้าดันกฎหมายไทยให้เป็นที่ยอมรับสากล เผยไม่สังกัดพรรค ชี้ไม่ยุ่งคดีฮั้ว สว. – เขากระโดง

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาณ์เปิดเผยถึงเหตุผลการตัดสินใจร่วม “รัฐบาลอนุทิน 2“ ว่า หลังจากที่มีข่าวว่า นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ แสดงความประสงค์ไม่รับตำแหน่งในรัฐบาลชุดนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มาทาบทามให้มาช่วยทำงาน

ยอมรับว่า เมื่อถูกทาบทามตนคิดหนัก เพราะเป็นข้าราชการมา 30 กว่าปี มีอายุราชการเหลืออีก 4 ปี ดำรตำแหน่งเลขากฤษฎีกา 6 ปี และตำแหน่งเลขากฤษฎีกาก็ไม่ได้มีการกำหนดวาระด้วย

ช่วงแรกยืนยันกับนายกฯ ว่าขอช่วยในฐานะเลขากฤษฎีกา แต่ได้รับคำตอบกลับจากนายกฯว่า ควรมาช่วยลงมือทำและผลักดันงานต่างๆ ที่ยังคงต้องขับเคลื่อนอีกหลายอย่าง หากอยู่เฉพาะกฤษฎีกาคงผลักดันเรื่องต่างๆได้น้อย จากนั้นจึงมานั่งไตร่ตรองกับครอบครัวว่าหากจะผลักดันงานด้านกฎหมายของประเทศต่างๆ ก็ต้องลงมือทำเอง จึงได้ตอบตกลง

ทั้งนี้ ตนได้ยืนยันกับนายฯ อนุทิน ว่าไม่ขอเป็นสมาชิกพรรค และปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยด้วย เพราะส่วนตัวไม่อยากยุ่งเรื่องการเมือง จึงเข้ามาเป็นข้าราชการการเมืองอย่างเดียว

“ผมขอเป็นข้าราชการการเมือง ไม่ได้เป็นนักการเมือง ไม่สังกัดพรรค”

ส่วนสิ่งที่ตั้งใจอยากจะทำคือเรื่อง การพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (OECD) และการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ให้สำเร็จ เพราะจะเป็นการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้านกฎหมายของประเทศให้อยู่ในระดับสากล และเป็นที่ยอมรับเพื่อให้ประเทศไทยอยู่ในจอเรดาร์โลก

ส่วนหลักการทำงานด้านกฎหมายในตำแหน่งรองนายกฯนั้น นายปกรณ์ ระบุว่า ตนก็ยังคงทำเหมือนเดิม และตั้งใจมาผลักดันงานที่ยังค้างอยู่ รวมถึงดูแลทางด้านกฎหมายของรัฐบาลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ไม่ใช่นึกอยากจะเขียนอะไรก็เขียน หรืออยากเสนออะไรก็เสนออันนี้มันผิดหลัก แต่ก็จะพยามเท่าที่ทำได้ให้เต็มที่ไป

เมื่อถามว่า จะเป็นเนติบริกรเพื่อทำงานสนองภาคการเมืองหรือไม่ นายปกรณ์ ระบุว่า “ผมสนองอย่างเดียวคือประเทศชาติ ผมไม่ได้สนองการเมืองเพราะเป็นนักการเมือง ผมเป็นข้าราชการการเมือง คือข้าราชการประเภทหนึ่งแต่งตั้งโดยฝ่ายการเมือง และทำหน้าที่เหมือนกับข้าราชการในการผลักดัน

แต่จะมีส่วนในการกำหนดร่วมในการกำหนดนโยบายทิศทางการบริหารราชการแผ่นดิน แทนที่จะทำตามคำสั่งฝ่ายการเมืองหรือนโยบายอย่างเดียว คราวนี้ก็จะมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและทิศทางต่างๆ แต่ยืนยันว่า ผมไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง และไม่มีใบสั่ง ผมยังคงเป็นผม”

เมื่อถามถึงหลักการทำงานต่อ “คดีฮั้วเลือก สว. – คดีเขากระโดง หรือคดีที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมืองสีน้ำเงิน” นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องเหล่านี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว รัฐบาลไม่สามารถแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมได้ แม้กระทั่งตอนที่เป็นข้าราชการประจำตนก็ไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ผมตรงไปตรงมา หากเรื่องอยู่ในกระบวนการศาลก็ต้องรอคำวินิจฉัย หากไปให้สัมภาษณ์อะไรที่ไม่ถูกต้องก็จะทำให้สังคมเกิดความสับสน และจะเป็นการชี้นำสังคม ฉะนั้นเรื่องเหล่านี้ตนจะไม่ทำ “หน้าที่ผมไม่เกี่ยวกับเรื่องคดีใดๆ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปกรณ์ เปิดใจเหตุร่วมครม. ยันชัด ขอสนองงานประเทศ ไม่สนองการเมือง คดีฮั้วสว.-เขากระโดงไม่ยุ่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...