โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กินทุเรียนให้ปลอดภัย 5 เรื่องต้องระวัง ทานถูกวิธีดีต่อสุขภา

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 06.00 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 12.57 น.

เช็กด่วน 5 ข้อควรระวังก่อน กินทุเรียน ทานไม่ถูกวิธีอันตรายถึงชีวิต กรมอนามัยเตือนห้ามทานคู่เหล้า-เครื่องดื่มชูกำลัง ผู้ป่วยโรคไตและเบาหวานต้องจำกัดปริมาณเพื่อความปลอดภัย พร้อมวิธีทานคู่มังคุดช่วยลดอาการร้อนในและรักษาสมดุลร่างกาย

  • กินทุเรียนให้ปลอดภัย 5 เรื่องต้องระวัง ทานถูกวิธีดีต่อสุขภาพ
กินทุเรียนให้ปลอดภัย 5 เรื่องต้องระวัง ทานถูกวิธีดีต่อสุขภาพ

5 ข้อควรรู้ก่อนทาน "ทุเรียน" ทานไม่ระวังเสี่ยงเสียชีวิต

1. ห้ามทานคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด

นี่คือข้อห้ามที่อันตรายที่สุด! ทุเรียนมีสารกำมะถัน (Sulfur) สูง ซึ่งจะไปยับยั้งเอนไซม์ที่ช่วยทำลายสารพิษจากแอลกอฮอล์ในตับ ทำให้ร่างกายเกิดอาการร้อนรุนแรง ขาดน้ำ หน้าแดง ตัวสั่น และอาจทำให้ช็อกหรือหัวใจล้มเหลวเสียชีวิตได้

2. ผู้ป่วย "โรคไต" ต้องระวังเป็นพิเศษ

ทุเรียนมีโพแทสเซียมสูงมาก สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ร่างกายไม่สามารถขับโพแทสเซียมส่วนเกินออกได้ตามปกติ อาจทำให้เกิดภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหัวใจหยุดเต้นฉับพลัน

3. จำกัดปริมาณในผู้ป่วยเบาหวานและความดัน

ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีทั้งน้ำตาลและไขมันสูง การทานมากเกินไปจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (High Glycemic Index) ซึ่งอันตรายต่อผู้ป่วยเบาหวาน และยังทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้อีกด้วย

กินทุเรียนให้ปลอดภัย 5 เรื่องต้องระวัง ทานถูกวิธีดีต่อสุขภาพ

4. ปริมาณที่เหมาะสมคือ "2 พูต่อวัน"

กรมอนามัยแนะนำว่าคนปกติไม่ควรทานทุเรียนเกิน 2 พูต่อวัน และไม่ควรทานทุกวัน เพราะทุเรียน 2 พูให้พลังงานสูงถึง 300 - 400 กิโลแคลอรี (เทียบเท่าข้าวสวย 2 ทัพพีหรือน้ำอัดลม 2 กระป๋อง) หากทานแล้วควรลดการทานข้าวหรือแป้งในมื้อหลักลง

5. เคล็ดลับลดอาการ "ร้อนใน"

หลังทานทุเรียนควรดื่มน้ำเปล่าตามมากๆ หรือทานผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น เช่น มังคุด ซึ่งมีสารแซนโทน (Xanthones) ช่วยลดการอักเสบและดับร้อนในร่างกายได้ตามภูมิปัญญาไทยที่เรียกว่า "คู่แท้หยินหยาง"

การทานทุเรียนให้ปลอดภัยคือ "ทานแต่พอดี" และหลีกเลี่ยงหากคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยง (โรคไต, เบาหวาน, โรคหัวใจ) ที่สำคัญที่สุดคือ "ไม่ทานร่วมกับเหล้า เบียร์ หรือเครื่องดื่มชูกำลัง" เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเฉียบพลัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...