โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ซีอีโอน้ำมันโลก เตือน “สงครามอิหร่าน” เปลี่ยนโครงสร้างพลังงานโลกครั้งใหญ่ ชี้ยุคใหม่เน้นความมั่นคงมากกว่าต้นทุน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 พ.ค. เวลา 08.59 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. เวลา 01.59 น.

ซีอีโอน้ำมันโลก เตือน “สงครามอิหร่าน” เปลี่ยนโครงสร้างพลังงานโลกครั้งใหญ่ ชี้ยุคใหม่เน้นความมั่นคงมากกว่าต้นทุน หลังตลาดสูญเสียน้ำมันเกือบ 1 พันล้านบาร์เรล และเผชิญภาวะอุปทานตึงตัวหนักที่สุดในรอบหลายปี

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.43 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ผู้บริหารบริษัทพลังงานและบริการด้านน้ำมันรายใหญ่ของโลกออกมาเตือนว่า สงครามอิหร่านกำลังเปลี่ยนโครงสร้างระบบพลังงานโลกครั้งใหญ่ หลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันและก๊าซทั่วโลกอย่างรุนแรง

รายงานระบุว่า การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกหายไปเกือบ 1 พันล้านบาร์เรล และสถานการณ์ขาดแคลนยังเลวร้ายลงทุกวันที่เส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ยังไม่กลับมาเปิดใช้งาน

Olivier Le Peuch ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SLB บริษัทผู้ให้บริการด้านแหล่งน้ำมันรายใหญ่ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบพลังงานโลกอย่างชัดเจน

ขณะที่ Lorenzo Simonelli ซีอีโอของ Baker Hughes ระบุว่า วิกฤตครั้งนี้จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ในภูมิทัศน์พลังงานโลก

ด้าน Jeffrey Miller ซีอีโอของ Halliburton กล่าวว่า ประเด็นความมั่นคงทางพลังงานจะไม่ใช่เพียงคำพูดเชิงนโยบายอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นวาระสำคัญของทั้งภาครัฐและอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลก

ผู้บริหารหลายบริษัทมองว่า หลังจากนี้รัฐบาลทั่วโลกจะเร่งลงทุนด้านการสำรวจและผลิตน้ำมันมากขึ้น ขณะเดียวกันการลงทุนในพลังงานคาร์บอนต่ำ เช่น พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานนิวเคลียร์ และการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Modernization) ก็จะยังเดินหน้าต่อ

Simonelli ระบุว่า เป้าหมายในอนาคตจะไม่ใช่แค่เพิ่มปริมาณพลังงาน แต่ต้องสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และมีทางเลือกสำรองมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง

รายงานระบุว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ตอกย้ำถึงการพึ่งพาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากตะวันออกกลางของหลายประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจเอเชีย

Darren Woods ซีอีโอของ Exxon Mobil กล่าวว่า หลายประเทศจะเริ่มประเมินใหม่เกี่ยวกับความมั่นคงทางพลังงาน และหาทางลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งพลังงานเดียวมากเกินไป

นอกจากนี้ ผู้บริหารยังมองว่า หลายประเทศจำเป็นต้องเร่งสร้างคลังสำรองน้ำมันขึ้นใหม่ หลังสต๊อกน้ำมันทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสงครามครั้งนี้

Simonelli ระบุว่า โลกอาจเข้าสู่ยุคของการสะสมสต๊อกน้ำมันในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เพื่อรับประกันความมั่นคงด้านพลังงาน

ด้าน Kaes Van’t Hof ซีอีโอของ Diamondback Energy กล่าวว่า น้ำมันดิบจากสหรัฐจะมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงานของโลกมากกว่าที่เคย โดยการส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ระหว่างสงคราม

ขณะที่ Miller มองว่า ตลาดน้ำมันโลกกำลังเข้าสู่ภาวะตึงตัวอย่างมีนัยสำคัญจากปัญหาด้านอุปทาน โดยตลาดที่เคยคาดว่าจะมีน้ำมันล้นตลาดในปีนี้ อาจพลิกกลับไปสู่ภาวะขาดแคลนครั้งใหญ่แทน

Le Peuch กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นหลังสงครามจะช่วยกระตุ้นการลงทุนในโครงการน้ำมันนอกชายฝั่งและแหล่งน้ำมันน้ำลึกในแอฟริกา อเมริกา และเอเชีย

เขายังระบุว่า แอฟริกาอาจกลายเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีโอกาสเติบโตด้านพลังงานมากที่สุดในระยะยาว เนื่องจากยังมีทรัพยากรน้ำมันและก๊าซจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา และคาดว่าเม็ดเงินลงทุนทั่วโลกจะทยอยไหลเข้าสู่ภูมิภาคมากขึ้นในอนาคต

อ้างอิง : cnbc.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน ตึงเครียดสะเทือนรอบโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...