ซีอีโอน้ำมันโลก เตือน “สงครามอิหร่าน” เปลี่ยนโครงสร้างพลังงานโลกครั้งใหญ่ ชี้ยุคใหม่เน้นความมั่นคงมากกว่าต้นทุน
ซีอีโอน้ำมันโลก เตือน “สงครามอิหร่าน” เปลี่ยนโครงสร้างพลังงานโลกครั้งใหญ่ ชี้ยุคใหม่เน้นความมั่นคงมากกว่าต้นทุน หลังตลาดสูญเสียน้ำมันเกือบ 1 พันล้านบาร์เรล และเผชิญภาวะอุปทานตึงตัวหนักที่สุดในรอบหลายปี
วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.43 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ผู้บริหารบริษัทพลังงานและบริการด้านน้ำมันรายใหญ่ของโลกออกมาเตือนว่า สงครามอิหร่านกำลังเปลี่ยนโครงสร้างระบบพลังงานโลกครั้งใหญ่ หลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันและก๊าซทั่วโลกอย่างรุนแรง
รายงานระบุว่า การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกหายไปเกือบ 1 พันล้านบาร์เรล และสถานการณ์ขาดแคลนยังเลวร้ายลงทุกวันที่เส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ยังไม่กลับมาเปิดใช้งาน
Olivier Le Peuch ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SLB บริษัทผู้ให้บริการด้านแหล่งน้ำมันรายใหญ่ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบพลังงานโลกอย่างชัดเจน
ขณะที่ Lorenzo Simonelli ซีอีโอของ Baker Hughes ระบุว่า วิกฤตครั้งนี้จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ในภูมิทัศน์พลังงานโลก
ด้าน Jeffrey Miller ซีอีโอของ Halliburton กล่าวว่า ประเด็นความมั่นคงทางพลังงานจะไม่ใช่เพียงคำพูดเชิงนโยบายอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นวาระสำคัญของทั้งภาครัฐและอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลก
ผู้บริหารหลายบริษัทมองว่า หลังจากนี้รัฐบาลทั่วโลกจะเร่งลงทุนด้านการสำรวจและผลิตน้ำมันมากขึ้น ขณะเดียวกันการลงทุนในพลังงานคาร์บอนต่ำ เช่น พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานนิวเคลียร์ และการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Modernization) ก็จะยังเดินหน้าต่อ
Simonelli ระบุว่า เป้าหมายในอนาคตจะไม่ใช่แค่เพิ่มปริมาณพลังงาน แต่ต้องสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และมีทางเลือกสำรองมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง
รายงานระบุว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ตอกย้ำถึงการพึ่งพาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากตะวันออกกลางของหลายประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจเอเชีย
Darren Woods ซีอีโอของ Exxon Mobil กล่าวว่า หลายประเทศจะเริ่มประเมินใหม่เกี่ยวกับความมั่นคงทางพลังงาน และหาทางลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งพลังงานเดียวมากเกินไป
นอกจากนี้ ผู้บริหารยังมองว่า หลายประเทศจำเป็นต้องเร่งสร้างคลังสำรองน้ำมันขึ้นใหม่ หลังสต๊อกน้ำมันทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสงครามครั้งนี้
Simonelli ระบุว่า โลกอาจเข้าสู่ยุคของการสะสมสต๊อกน้ำมันในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เพื่อรับประกันความมั่นคงด้านพลังงาน
ด้าน Kaes Van’t Hof ซีอีโอของ Diamondback Energy กล่าวว่า น้ำมันดิบจากสหรัฐจะมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงานของโลกมากกว่าที่เคย โดยการส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ระหว่างสงคราม
ขณะที่ Miller มองว่า ตลาดน้ำมันโลกกำลังเข้าสู่ภาวะตึงตัวอย่างมีนัยสำคัญจากปัญหาด้านอุปทาน โดยตลาดที่เคยคาดว่าจะมีน้ำมันล้นตลาดในปีนี้ อาจพลิกกลับไปสู่ภาวะขาดแคลนครั้งใหญ่แทน
Le Peuch กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นหลังสงครามจะช่วยกระตุ้นการลงทุนในโครงการน้ำมันนอกชายฝั่งและแหล่งน้ำมันน้ำลึกในแอฟริกา อเมริกา และเอเชีย
เขายังระบุว่า แอฟริกาอาจกลายเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีโอกาสเติบโตด้านพลังงานมากที่สุดในระยะยาว เนื่องจากยังมีทรัพยากรน้ำมันและก๊าซจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา และคาดว่าเม็ดเงินลงทุนทั่วโลกจะทยอยไหลเข้าสู่ภูมิภาคมากขึ้นในอนาคต
อ้างอิง : cnbc.com