“ธนาคารกลางเกาหลีใต้” ตรึงดอกเบี้ยที่ 2.5% เตือนเงินเฟ้อพุ่งจากสงคราม กดดันเศรษฐกิจ
"ธนาคารกลางเกาหลีใต้" ตรึงดอกเบี้ยที่ 2.5% เตือนเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงกว่าที่ประเมินไว้ จากแรงกดดันราคาพลังงานพุ่งจากสงคราม ขณะที่ความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัวยังเพิ่มขึ้น
วันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 09.10 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (7-day repurchase rate) ไว้ที่ระดับ 2.5% ในการประชุมล่าสุด โดยเป็นการตัดสินใจแบบเอกฉันท์ และสอดคล้องกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ ซึ่งการคงอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ถือเป็นการพักการปรับนโยบายต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง
BOK ระบุในแถลงการณ์ว่า เศรษฐกิจเกาหลีใต้กำลังเผชิญแรงกดดันสองด้านพร้อมกัน คือ ความเสี่ยงเงินเฟ้อขาขึ้นจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง และความเสี่ยงเศรษฐกิจขาลงจากผลกระทบของสงคราม
โดยธนาคารกลางคาดว่า อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวสูงกว่าประมาณการเดิมที่ 2.2% ในปี 2569 และอาจขยับเข้าสู่ช่วงกลางถึงปลาย 2% ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่ 2%
เกาหลีใต้ ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางเป็นหลัก กำลังเผชิญต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งขึ้น โดยการซื้อขายพลังงานส่วนใหญ่ใช้สกุลดอลลาร์ ทำให้ค่าเงินวอนเผชิญแรงกดดันอ่อนค่า และยิ่งซ้ำเติมเงินเฟ้อในประเทศ
หลังการประกาศนโยบาย ค่าเงินวอนเคลื่อนไหวที่ระดับประมาณ 1,478.95 วอนต่อดอลลาร์ โดยอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ขณะที่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินวอนเผชิญแรงกดดันจากเงินทุนต่างชาติไหลออกและราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
นักเศรษฐศาสตร์มองว่า BOK จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และใช้แนวทาง ขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจ (data-dependent) มากกว่าการปรับดอกเบี้ยล่วงหน้า โดยสมมติฐานราคาน้ำมันของธนาคารกลางอาจต้องปรับขึ้นจากเดิมที่ระดับกลาง 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไปสู่ช่วงกลาง 80 ดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น
แม้เผชิญแรงกดดันจากภายนอก แต่เศรษฐกิจเกาหลีใต้ยังแสดงความแข็งแกร่งในบางภาคส่วน โดยเฉพาะการส่งออกที่เติบโตอย่างโดดเด่นในเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้นเกือบ 42% เมื่อเทียบรายปี (ปรับตามจำนวนวันทำการ) จากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ที่พุ่งสูงตามกระแส AI และการส่งออกไปจีนที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้เกาหลีใต้ยังมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนกุมภาพันธ์
อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงินยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญ โดยราคาที่อยู่อาศัยในกรุงโซลปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 62 สะท้อนความไม่สมดุลในตลาดอสังหาริมทรัพย์
การประชุมครั้งนี้ยังเป็นครั้งสุดท้ายภายใต้การกำกับของ Rhee Chang Yong ซึ่งกำลังจะหมดวาระในเดือนนี้ หลังดำรงตำแหน่งมา 4 ปี โดยเขามีบทบาทสำคัญในการดำเนินนโยบายการเงินทั้งช่วงขึ้นดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้เงินเฟ้อหลังโควิด และการผ่อนคลายนโยบายเมื่อเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว
อ้างอิง : bloomberg.com