โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ม.หอการค้าไทย เปิดเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคมี.ค. 69 ปรับตัวลดลงสูงสุดในรอบ 6 เดือน รับราคาน้ำมันกระทบจีดีพี-ค่าครองชีพ

efinanceThai

เผยแพร่ 09 เม.ย. เวลา 05.36 น.

ม.หอการค้าไทย เปิดเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคมี.ค. 69 ปรับตัวลดลงสูงสุดในรอบ 6 เดือน รับราคาน้ำมันกระทบจีดีพี-ค่าครองชีพ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 เม.ย. 69 12:36 น.

ม.หอการค้าไทย เผยความเชื่อมั่นของผู้บริโภคมี.ค. 69 ปรับตัวลดลงอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน นับตั้งแต่เดือนต.ค. 68 รับกังวลสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และ อิหร่าน ดันราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย และ ค่าครองชีพ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และ ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึง ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และ ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ประจำเดือนมีนาคม ปี 2569 ว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เดือนมีนาคม ปี 2569 ปรับตัวลดลงอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และ อิหร่าน และ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย และ ค่าครองชีพของประชาชน

โดยดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 45.5 49.8 และ 60.2 ตามลำดับ ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนมกราคม ที่อยู่ในระดับ 47.3 51.5 และ 62.4 ตามลำดับ

ซึ่งการที่ดัชนีทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และ รายได้ในอนาคต เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงคราม ราคาน้ำมัน และ ค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทย และ การจ้างงานมีโอกาสฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) ปรับตัวลดลงจากระดับ 53.7 เป็น 51.8 โดยการที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้า และ ค่าครองชีพสูง ตลอดจนปัญหาสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะคลี่คลายลงเมื่อไร และ ยังคงมีโอกาสบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบัน และ ในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้

ทางด้านความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวลดลง จากระดับ 37.4 เป็น 35.9 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตปรับตัวลดลง จากระดับ 61.7 มาอยู่ที่ระดับ 59.7 การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความเชื่อมั่นในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่า บริโภคยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เนื่องจากรอดูความชัดเจนของสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และ อิหร่าน ว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างไร รุนแรงมากน้อยเพียงใด และ จะยุติเร็วแค่ไหน ตลอดจนมาตรการของรัฐบาลในการบรรเทาผลกระทบจากภาวะสงคราม และ ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นและมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลว่าจะเป็นอย่างไร

"ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค. 69 ยังไม่มีความรุนแรง เพราะสถานการณ์ราคาน้ำมันเกิดขึ้นต้นเดือนเม.ย. จึงยังไม่ส่งผลต่อผู้บริโภค ภาคธุรกิจ ที่ชัดเจนมากนัก แต่ตอนนี้ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้กระทบต่อผู้บริโภค และ อาจทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย. 69 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องได้"

โดยการที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะปรับตัวลดลง มาจาก 3 สาเหตุ อย่างแรก คือ ราคาน้ำมัน เนื่องจากกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง อย่างที่สอง คือ ภาวะเศรษฐกิจโดยทั่วไป ทั้งเศรษฐกิจโลก และ เศรษฐกิจไทย และ อย่างที่สาม คือ เสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งการที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น แต่การเมืองยังมีความเข้มแข็ง ถือว่าเป็นสัญญาณในเชิงบวก โดยหากการเมืองนิ่งก็จะมีการดำเนินนโยบายได้อย่างเต็มที่ ซึ่งตอนนี้ทางศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้น้ำหนักไปที่สงคราม หรือ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

"ถ้าการเจรจาวันศุกร์ เสาร์ นี้ ผ่านไปได้ด้วยดี ก็จะหยุดการทรุดตัวของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคได้ แต่หากล่ม ก็จะยืดเยื้อต่อไป โดยเรามองไว้ 3 แนวทาง หากจบใน 1 เดือน จีดีพีก็จะลดลง 0.4% มาอยู่ที่ 1.6% หากยืดเยื้อมากกว่า 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน จีดีพีอยู่ในกรอบ 1-1.5% แต่หากยืดเยื้อมากกว่า 6 เดือน ก็จะเห็นจีดีพี 0% หรือ ติดลบ ซึ่งปีนี้เดิมเรามองไว้ที่ 2% แต่ตอนนี้ยังมองว่าอาจโตแค่ 1% โดยขอติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และ นำข้อมูลจากธปท. สภาพัฒน์ มาประมวลอีกครั้ง ซึ่งคาดว่า การปรับตัวเลขน่าจะเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย. นี้"

เรียบเรียง โดย กรณัช พลอยสวาท
อีเมล์. koranat@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...