โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ผัวติดคุก เมียพากิ๊กเข้าบ้าน พ้นโทษได้2วัน ผัวยิงกิ๊กเมียดับสลด

สยามนิวส์

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Nick
วันที่ 9 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา มีรายงานว่า ร.ต.อ.วิโรจน์ ปราบปรี ร้อยเวร สภ.ป่าบอน จ.พัทลุง รับแจ้งเหตุยิงกั

วันที่ 9 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา มีรายงานว่า ร.ต.อ.วิโรจน์ ปราบปรี ร้อยเวร สภ.ป่าบอน จ.พัทลุง รับแจ้งเหตุยิงกันภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 4 ต.หนองธง อ.ป่าบอน จึงเข้าตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ทราบว่าหน่วยกู้ชีพได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลป่าบอนไปก่อนแล้ว ผู้บาดเจ็บคือ นายสมชาติ อายุ 36 ปี ถูกยิงบริเวณหน้าอก 1 นัด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายอารมณ์ อายุ 34 ปี เจ้าของบ้าน ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุ พร้อมอาวุธปืนขนาด .38 ที่ใช้ก่อเหตุ นอกจากนี้ บริเวณหน้าบ้านยังพบมีดพร้าหัวตัดตกอยู่ 1 เล่ม เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายอารมณ์ให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่ภายในบ้านกับภรรยา คือ นางสาวกาน อายุ 41 ปี จากนั้นนายสมชาติได้ถือมีดพร้าบุกเข้ามาในบ้าน คล้ายจะเข้าทำร้าย ตนจึงใช้อาวุธปืนยิงเพื่อป้องกันตัว 1 นัด ก่อนจะประสานกู้ชีพนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า นายอารมณ์เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำในคดีอาวุธปืนและยาเสพติดเมื่อ 2 วันก่อน และกลับมาอยู่กับภรรยา โดยในช่วงที่เขาถูกคุมขัง นางสาวกานได้คบหากับนายสมชาติ จึงคาดว่าเป็นชนวนเหตุของความขัดแย้ง จนนำไปสู่เหตุการณ์ดังกล่าว

ด้านเพื่อนของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลว่า นายสมชาติมีอาชีพรับจ้างทั่วไป โดยเฉพาะการแบกไม้ยางพารา ก่อนเกิดเหตุทราบว่านายอารมณ์พ้นโทษออกมา ผู้เสียชีวิตจึงขนของออกจากบ้านฝ่ายหญิงไปแล้ว และในวันเกิดเหตุยังไปทำงานตามปกติ แต่ไม่ทราบสาเหตุที่กลับมาบ้านดังกล่าวอีก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นแก่ผู้ก่อเหตุ แม้อาวุธปืนที่ใช้จะมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...