โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จับตา “เฟด” เริ่มเปิดทางขึ้นดอกเบี้ย หลังเงินเฟ้อเสี่ยงพุ่งจากสงครามอิหร่าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 เม.ย. เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. เวลา 03.29 น.

รายงานประชุม "เฟด" เริ่มเปิดทางขึ้นดอกเบี้ย สะท้อนแรงกดดันสองด้าน ทั้งเงินเฟ้อจากพลังงานและความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย

วันที่ 9 เมษายน 2569 เวลา 03.12 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่าเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายการเงินจำนวนเพิ่มขึ้นเริ่มมองว่า อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงเกินเป้าหมาย 2% โดยเฉพาะภายใต้แรงกดดันจากสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านที่ส่งผลต่อราคาพลังงาน

รายงานการประชุมเมื่อวันที่ 17–18 มีนาคม ระบุว่า เจ้าหน้าที่บางส่วนเห็นว่าควรเปิดทางเลือกสองด้านสำหรับนโยบายดอกเบี้ยในอนาคต คืออาจปรับขึ้นหรือปรับลดได้ ขึ้นอยู่กับทิศทางเงินเฟ้อที่ยังไม่แน่นอน

แม้ว่าเฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาตั้งแต่ปี 2567 และยังคงส่งสัญญาณเอนเอียงไปทางการลดดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุด แต่จำนวนเจ้าหน้าที่ที่เปิดรับแนวคิดขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากการประชุมเดือนมกราคม

หลังเกิดสงครามเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่จำนวนมากแสดงความกังวลว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง อาจทำให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาด ขณะเดียวกันยังมีความเสี่ยงที่ความคาดหวังเงินเฟ้อของประชาชนจะเพิ่มขึ้น และดันเงินเฟ้อพื้นฐานให้สูงขึ้นตาม

เฟดระบุว่า หากราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูง ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นมีแนวโน้มจะถูกส่งผ่านไปยังผู้บริโภค และอาจทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานปรับตัวสูงขึ้นในระยะถัดไป

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่บางส่วนยังกังวลว่า หลังจากเงินเฟ้อสูงต่อเนื่องมาหลายปี ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะยาวอาจมีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงานมากขึ้น ซึ่งจะทำให้การควบคุมเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมาย 2% เป็นไปได้ช้ากว่าที่คาด

อย่างไรก็ตามตลาดการเงินไม่ได้ตอบสนองเชิงลบต่อรายงานดังกล่าว โดยตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นจากความหวังว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะคลี่คลาย ขณะที่นักลงทุนในตลาดฟิวเจอร์สดอกเบี้ยปรับลดคาดการณ์การลดดอกเบี้ยลงเล็กน้อย แต่ยังไม่ให้น้ำหนักกับโอกาสการขึ้นดอกเบี้ย

ในการประชุมเดือนมีนาคม เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% พร้อมยอมรับว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้เพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ

แม้จะมีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ แต่เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ยังคงมองว่าการลดดอกเบี้ยเป็นแนวโน้มหลักในระยะต่อไป โดยเฉพาะหากความขัดแย้งยืดเยื้อจนกระทบการเติบโตเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน

รายงานยังระบุว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจกระทบกำลังซื้อของครัวเรือน ทำให้ภาวะการเงินตึงตัวขึ้น และกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เฟดต้องลดดอกเบี้ยมากกว่าที่คาด

ทั้งนี้รายงานการประชุมถูกเผยแพร่หลังจากสหรัฐและอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงมากกว่า 15% มาอยู่ใกล้ระดับ 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...