โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ศุภจี” ยัน 11 เม.ย. ครม.เคาะแพ็กเกจลดค่าครองชีพ รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ แจงสภา ครม.เตรียมออกมาตรการลดค่าครองชีพ 11 เม.ย. รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง คุมสินค้า ปุ๋ย ปาล์ม และพลังงาน

ในการประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 9 เมษายน ระหว่างการแถลงนโยบายรัฐบาล ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ชี้แจงต่อที่ประชุม ภายหลังสมาชิกแสดงความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและค่าครองชีพจากวิกฤตตะวันออกกลาง

ศุภจีระบุว่า รัฐบาลตระหนักถึงผลกระทบจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเชื่อมโยงทั้งด้านพลังงานและเศรษฐกิจ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลเดินหน้ามาตรการดูแลประชาชนควบคู่กันหลายด้าน ทั้งการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และกระจายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นอย่างทั่วถึง

รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจเปิดเผยว่า มาตรการสำคัญจะอยู่ภายใต้นโยบาย “ไทยช่วยไทย” โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการรายใหญ่กระจายสินค้าไปยังรายย่อย ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าในราคาลดลงสูงสุดถึง 58% ผ่านช่องทางธงฟ้าทั่วประเทศ รถพุ่มพวง และตลาดกว่า 1,000 แห่ง พร้อมย้ำว่า

“วันที่ 11 เมษายนนี้ คณะรัฐมนตรีจะมีการพิจารณาแพ็กเกจลดค่าครองชีพเพิ่มเติม”

ในด้านการกำกับดูแลสินค้า ศุภจีชี้แจงว่า ปัจจุบันมีสินค้าควบคุม 59 รายการ ภายใต้กฎหมายควบคุมสินค้าและบริการ ซึ่งครอบคลุมสินค้าจำเป็นหลายประเภท เช่น น้ำมัน ปุ๋ย และสินค้าอุปโภคบริโภค โดยการปรับราคาสินค้าบางรายการต้องขออนุญาตหรือแจ้งล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม การดูแลราคาจะต้องพิจารณาความสมดุลของตลาด ไม่สามารถควบคุมได้ทุกสินค้า

ในประเด็นน้ำมันปาล์ม รัฐบาลไม่ได้ห้ามส่งออก แต่กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องขออนุญาตก่อน เพื่อป้องกันการขาดแคลนในประเทศ เนื่องจากเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตไบโอดีเซล

“รัฐบาลไม่ได้ห้ามส่งออก แต่ต้องขออนุญาต เพื่อให้สต็อกในประเทศเพียงพอ”

ศุภจีระบุว่า ราคาผลปาล์มปัจจุบันอยู่ที่ 8.10 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 5.56 บาท และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยรัฐบาลเน้นดูแลสมดุลปริมาณมากกว่าการแทรกแซงราคา

สำหรับสินค้าอย่างน้ำมัน ยาเวชภัณฑ์ และขนส่ง ศุภจีชี้แจงว่า มีกฎหมายเฉพาะดูแลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพลังงานและกระทรวงสาธารณสุข ขณะที่กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่กำกับการค้าขาย เช่น การขายเกินราคา หรือการเอาเปรียบผู้บริโภค

ในส่วนของวัตถุดิบสำคัญอย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งถูกเพิ่มเป็นสินค้าควบคุม ศุภจีย้ำว่า เป้าหมายคือดูแลปริมาณไม่ให้ขาดแคลน เนื่องจากเป็นต้นทางของอาหารสัตว์ และมีผลต่อราคาสินค้าอาหารในภาพรวม

ด้านสถานการณ์ปุ๋ย ศุภจีระบุว่า ปุ๋ยส่วนใหญ่ยังมีเพียงพอ แต่ “ปุ๋ยยูเรีย” เป็นกลุ่มที่ต้องจับตา เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าจากตะวันออกกลาง โดยปัจจุบันมีสต็อกเพียงพอถึงกลางเดือนพฤษภาคม

“ปุ๋ยยูเรียยังอยู่ได้ถึงกลางเดือนพฤษภาคม แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด”

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีสต็อกปุ๋ยรวมประมาณ 300,000 ตัน หลังหักการใช้ในเดือนเมษายนแล้ว และยังมีแผนจัดหาปุ๋ยทดแทนเพิ่มเติม รวมถึงเร่งเจรจานำเข้าสินค้าที่ติดค้างในเส้นทางขนส่ง

ศุภจียังเปิดเผยว่า ขณะนี้มีการดำเนินคดีผู้จำหน่ายปุ๋ยเกินราคาแล้ว 48 คดี พร้อมย้ำว่า

“หากพบการขึ้นราคาโดยไม่อนุญาต กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินคดีทันที”

พร้อมขอให้ประชาชนแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1569

ในส่วนของเม็ดพลาสติก รัฐบาลได้กำหนดเป็นสินค้าควบคุมแล้ว เพื่อดูแลปริมาณและป้องกันการขาดแคลน โดยยืนยันว่า ปัจจุบันยังมีเพียงพอ

“ยังไม่กังวลว่าจะขาดแคลน แต่กังวลเรื่องราคา”

ศุภจีระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการ เพื่อหามาตรการรองรับทั้งด้านวัตถุดิบและต้นทุน พร้อมขอความร่วมมือทุกภาคส่วนช่วยกันประคองราคาในช่วงที่สถานการณ์ยังไม่แน่นอน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...