โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดพอร์ตลับผู้นำใหม่อิหร่าน เศรษฐีอสังหาฯ แห่งลอนดอน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 14 มี.ค. เวลา 05.39 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 12.26 น.

บนถนนสายหนึ่งในย่านตอนเหนือของกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อว่า “Billionaire’s Row” บ้านในย่านนี้เต็มไปด้วยคฤหาสน์หรูขนาดใหญ่ที่หลายหลังแทบไม่มีผู้อยู่อาศัย ตัวบ้านตั้งอยู่หลังแนวพุ่มไม้สูงและประตูสีดำทึบ พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยส่วนตัวในรถเอสยูวีสีเข้มคอยลาดตระเวนอยู่ด้านนอก

เบื้องหลังคฤหาสน์หรูเหล่านี้บนถนน The Bishops Avenue มีเครือข่ายทรัพย์สินที่เชื่อมโยงจาก "เตหะราน" ไปยัง "ดูไบและแฟรงก์เฟิร์ต" โดยความเป็นเจ้าของสุดท้ายของอสังหาริมทรัพย์จำนวนหนึ่งสามารถสืบย้อนกลับผ่านบริษัทเปลือกหอยหลายชั้น ไปถึงหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในตะวันออกกลางขณะนี้ นั่นคือ"มอจตาบา คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเชิงสืบสวนเกี่ยวกับเส้นทางสินทรัพย์ของผู้นำอิหร่านรายนี้ ซึ่งใช้เวลาติดตามข้อมูลนานเกือบหนึ่งปี โดยอาศัยทั้งเอกสารอสังหาริมทรัพย์ เอกสารธุรกิจ และการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลจากองค์กรด้านความโปร่งใสอย่าง Transparency International UK

รายงานดังกล่าวพบว่า แม้บรรดาชนชั้นนำของอิหร่านจะถูกสหรัฐและชาติตะวันตกใช้"มาตรการคว่ำบาตร" มาอย่างต่อเนื่อง แต่ช่องโหว่ของระบบการเงินโลก ตั้งแต่โครงสร้างบริษัทนอกอาณาเขต ไปจนถึงการตรวจสอบผู้ถือผลประโยชน์ที่แท้จริงของบริษัทที่ยังไม่เข้มงวดนัก ยังคงเปิดทางให้เครือข่ายทุนเหล่านี้สามารถเคลื่อนย้ายเงินออกนอกประเทศและนำไปลงทุนในตลาดตะวันตกได้

นอมินีนักธุรกิจอิหร่าน ตัวเชื่อมสำคัญ

จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องอ้างว่า มอจตาบา คาเมเนอี วัย 56 ปี ดูแลเครือข่ายการลงทุนขนาดใหญ่ผ่านบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศซึ่งรวมภึงในยุโรปและตะวันออกกลาง เพื่อเคลื่อนย้ายเงินทุนและลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม แม้จะไม่ได้ถือครองทรัพย์สินในชื่อของตนเองโดยตรง แต่เขาก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมเหล่านั้น โดยข้อตกลงบางรายการมีมาตั้งแต่ปี 2011

อำนาจทางการเงินของเขาครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจขนส่งในอ่าวเปอร์เซีย บัญชีธนาคารในสวิตเซอร์แลนด์ ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์หรูในสหราชอาณาจักร รวมมูลค่ามากกว่า 100 ล้านปอนด์ (เกือบ 4,500 ล้านบาท) เครือข่ายบริษัทดังกล่าวช่วยให้สามารถนำเงินทุนจำนวนมหาศาล ซึ่งบางการประเมินระบุว่ามีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์เข้าสู่ตลาดตะวันตกได้ แม้เขาจะถูกสหรัฐคว่ำบาตรตั้งแต่ปี 2019

กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้เครือข่ายการลงทุนนี้อยู่มาได้นานก็คือ การไม่ใส่ชื่อเป็นเจ้าของในเอกสาร แต่อาศัยนายหน้าและบริษัทหน้าฉากหลายชั้นแทน โดยหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สุดในเครือข่ายนี้ก็คือ "อาลี อันซารี" นักธุรกิจอิหร่านวัย 57 ปี ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีด้านอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างที่มีบทบาทเป็น "ท่อน้ำเลี้ยง" ในต่างประเทศ

ทางการสหราชอาณาจักรได้ประกาศคว่ำบาตรอันซารี เมื่อเดือนต.ค. 2025 โดยระบุว่าเขาเป็น "นักธุรกิจและนายธนาคารอิหร่านที่มีพฤติกรรมทุจริต" และให้การสนับสนุนทางการเงินแก่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน อันซารีปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดผ่านทนายความ โดยยืนยันว่า "ไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางการเงินหรือความสัมพันธ์ส่วนตัวใดๆ กับมอจตาบา คาเมเนอี" และแสดงเจตนาที่จะต่อสู้คดีในชั้นศาล

อาณาจักรอสังหาฯ กระจายทั่วยุโรป

รายงานอ้างว่ามอจตาบาได้สั่งสมอาณาจักรการลงทุนระหว่างประเทศมูลค่ารวมกว่า 138 ล้านดอลลาร์ ครอบคลุมตั้งแต่บัญชีธนาคารในสวิตเซอร์แลนด์ อสังหาริมทรัพย์หรูในลอนดอน ไปจนถึงโรงแรมระดับห้าดาวในยุโรป

หนึ่งในทรัพย์สินที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ บ้านหรูราคา 33.7 ล้านปอนด์บนถนน The Bishops Avenue ซึ่งเป็นย่านที่มีคฤหาสน์มูลค่าหลายสิบล้านปอนด์และเป็นที่อยู่อาศัยหรือลงทุนของมหาเศรษฐีจากทั่วโลก รวมถึงวิลลาหรูในดูไบที่ถูกเรียกว่า "เบเวอร์ลีฮิลส์แห่งดูไบ"

รายงานยังระบุว่าเครือข่ายเดียวกันมีความเชื่อมโยงกับโรงแรมระดับ 5 ดาวในเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ของเยอรมนี รวมถึงรีสอร์ตและอสังหาริมทรัพย์ในยุโรปตอนใต้ เช่น มายอร์กา ในสเปน

ทรัพย์สินบางส่วนยังรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ในกรุงปารีส และเพนต์เฮาส์ในโตรอนโต โดยเงินลงทุนซื้อขายอสังหาฯ เหล่านี้ถูกโอนผ่านบัญชีธนาคารในสหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทรัพย์สินบางส่วนปรากฏในนามของอันซารี และบางส่วนอยู่ภายใต้บริษัทที่จดทะเบียนใน Isle of Man โดยมีอันซารีเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงเพียงคนเดียว

มรดกอำนาจของผู้นำสูงสุด

การขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของคาเมเนอีไม่ได้หมายถึงเพียงการสืบทอดอำนาจทางการเมือง แต่ยังหมายถึงการควบคุมอาณาจักรเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของอิหร่านด้วย เช่น องค์กรขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Execution of Imam Khomeini’s Order (SETAD) ซึ่งก่อตั้งขึ้นหลังการปฏิวัติอิสลามในปี 1979 และทำหน้าที่บริหารทรัพย์สินและกิจการเชิงพาณิชย์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ ผู้นำสูงสุดยังมีอำนาจเหนือ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงกองกำลังกึ่งทหาร แต่ยังขยายตัวกลายเป็นจักรวรรดิทางธุรกิจขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมน้ำมัน คมนาคม ธนาคาร เกษตรกรรม การแพทย์ และอสังหาริมทรัพย์ บริษัทวิศวกรรมคาทัม อัล อันบิยา ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ IRGC ได้สร้างทั้งโรงกลั่นน้ำมัน เส้นทางรถไฟ เขื่อน และท่อส่งก๊าซธรรมชาติ และยังเป็นผู้บริหารสนามบินนานาชาติเตหะราน

สถาบันวิจัย Clingendael ระบุในรายงานเมื่อเดือนต.ค. ว่า แม้ "มูลนิธิ" ต่างๆ ในเครือ IRGC จะก่อตั้งขึ้นด้วยเป้าหมายทางศาสนาและการปฏิวัติในตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป การสะสมความมั่งคั่งได้กลายเป็นเป้าหมายในตัวเอง กลายเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในรูปแบบบรรษัทที่หลุดพ้นจากการตรวจสอบ แต่กลับอยู่ใจกลางฐานอำนาจของรัฐปฏิวัติ

ทั้งนี้ กระทรวงต่างประเทศของอิหร่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กระทรวงการคลังสหรัฐ และสหภาพยุโรป ไม่ได้ตอบคำถามในการขอความคิดเห็นต่อบทความนี่ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรระบุว่าไม่เปิดเผยข้อมูลในคดีเฉพาะราย

ที่มา: Bloomberg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...