โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ป้องกันรักษากรดไหลย้อน ปรับพฤติกรรมการกิน-นอน

เดลินิวส์

อัพเดต 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กรดไหลย้อนแสบร้อนกลางอก นำมาซึ่งปัญหาสุขภาพอื่น ต้องป้องกันรักษาด่วน ปรับพฤติกรรมการกินการนอน

เคยเป็นกันหรือไม่ กินอาหารก่อนนอน ปรากฏว่า เมื่อนอน เหมือนมีน้ำอะไรพุ่งพรวดออกมาจากจมูก และทำให้แสบรอนไปทั้งอก ทั้งหลอดอาหาร ยิ่งไอยิ่งแสบไปหมด ..หรือเคยมีอการแสบร้อนกลางอกหลังกินอาหารกันหรือไม่ นั่นคือภาวะกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร

ข้อมูลจากเวบไซด์ รพ.บำรุงราษฎร์ อธิบายว่า กรดไหลย้อนเกิดจากการทำงานผิดปกติของกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหาร ที่ทำหน้าที่ป้องกันกรดไหลย้อนจากกระเพาะอาหารมีความดันของหูรูดต่ำหรือเปิดบ่อยกว่าคนปกติ อาการสำคัญที่พบบ่อยในโรคกรดไหลย้อน ได้แก่ ความรู้สึกแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ กลางหน้าอก ซึ่งมักเกิดหลังรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ ความรู้สึกเปรี้ยวหรือขมในปากและคอ มีอาหารย้อนขึ้นมาในปากและคอ จุกเสียด แน่นท้องบริเวณลิ้นปี่

อาจมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น อาการเจ็บหน้าอกที่ไม่ได้เกิดจากโรคหัวใจ เสียงแหบเรื้อรัง เสียงเปลี่ยน ไอเรื้อรังโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน กลืนติดขัดเหมือนมีก้อนจุกในคอ มีอาการทางช่องปาก เช่น ฟันผุ มีกลิ่นปาก

โรคกรดไหลย้อนอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เนื่องจากฤทธิ์ของกรดทำให้หลอดอาหารระคายเคืองจนอาจเกิดการอักเสบ เป็นแผลรุนแรงจนตีบ ทำให้กลืนอาหารได้ลำบาก รู้สึกเจ็บ นอกจากนี้อาจทำให้เกิดโอกาสเสี่ยงในการเป็นมะเร็งหลอดอาหาร แต่ในปัจจุบันยังพบได้น้อยมาก

กรดไหลย้อน เกิดจากอาหารที่รับประทานเคลื่อนตัวลงช้าหรืออาหารที่ไหลย้อนขึ้นมาจากกระเพาะอาหารค้างอยู่ในหลอดอาหารนานกว่าปกติ อีกทั้งความผิดปกติของการบีบตัวของกระเพาะอาหาร อาหารค้างอยู่ในกระเพาะอาหารนานกว่าปกติ เพิ่มโอกาสการไหลย้อนของกรดจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหารมากขึ้น ซึ่งมาจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม เช่น เข้านอนทันทีหลังรับประทานอาหาร รับประทานอาหารปริมาณมากในหนึ่งมื้อ สูบบุหรี่ ดื่มน้ำอัดลมหรือแอลกอฮอล์ ความเครียด โรคประจำตัว เช่น โรคอ้วน ทำให้เพิ่มแรงกดต่อกระเพาะอาหารและทำให้กรดไหลย้อนกลับ การตั้งครรภ์ เนื่องจากฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นขณะตั้งครรภ์ทำให้หูรูดหลอดอาหารอ่อนแอลง

การรักษาโรคกรดไหลย้อน ต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต นอนเตียงที่เสริมด้านหัวเตียงให้ศีรษะสูงขึ้น 15 เซนติเมตรหรือ 6-8 นิ้วฟุต ไม่ควรใช้วิธีการหนุนหมอนหลายๆ ใบเนื่องจากอาจทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องเกร็งตัว ซึ่งจะทำให้แรงดันจากในท้องสูงขึ้นและดันให้กรดย้อนขึ้นไปในหลอดอาหารได้ง่ายขึ้น

นอนในท่าตะแคงซ้ายในผู้ที่มีอาการตอนกลางคืน เนื่องจากท่านอนตะแคงขวา กระเพาะอาหารจะอยู่เหนือหลอดอาหาร ทำให้มีแรงกดต่อหูรูดหลอดอาหารให้เปิดออกได้ง่ายขึ้นจึงเกิดการไหลย้อนกลับของกรด

ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้เหมาะสม โดยพิจารณาว่าสิ่งที่รับประทาน มีความสัมพันธ์กับอาการที่เป็นหรือไม่ เช่น หลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารมัน อาหารไขมันสูง อาหารรสจัด เผ็ดจัด หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการ เช่น กาแฟ ช็อกโกแลต อาหาร/ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม อาหารที่มีส่วนประกอบของมะเขือเทศ อาหารประเภทมิ้นต์ เป็นต้น

ไม่รับประทานอาหารจำนวนมากเกินไปในหนึ่งมื้อ ไม่นอนหลังรับประทานอาหารทันที ควรรออย่างน้อย 3 ชั่วโมงให้อาหารเคลื่อนตัวออกจากกระเพาะอาหารเสียก่อนจึงเอนตัวนอน ไม่ออกกำลังกายทันทีหลังรับประทานอาหาร งดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลดน้ำหนักหากมีภาวะอ้วน หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้ารัดรูปหรือรัดเข็มขัดแน่นจนเกินไป เพื่อลดแรงกดต่อกระเพาะอาหาร

หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือการรักษาอาการโดยใช้ยา.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...