โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฐปณีย์ยื่น กสม. ตรวจสอบปฏิบัติการ IO คุกคามสื่อและประชาชน ชี้เชื่อมโยงเครือข่ายปั่นความเกลียดชังชายแดนใต้

THE STANDARD

อัพเดต 21 เม.ย. เวลา 09.02 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. เวลา 09.02 น. • thestandard.co
ฐปณีย์ยื่น กสม. ตรวจสอบปฏิบัติการ IO คุกคามสื่อและประชาชน ชี้เชื่อมโยงเครือข่ายปั่นความเกลียดชังชายแดนใต้

ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวรายการข่าว 3 มิติ และผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) วันนี้ (21 เมษายน) กรณีถูกคุกคามทางสื่อสังคมออนไลน์โดยเครือข่ายปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) จำนวนกว่าพันบัญชี ซึ่งมีพฤติการณ์เชื่อมโยงกับการสร้างความเกลียดชังในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ฐปณีย์ได้เข้าพบ วสันต์ ภัยหลีกลี้ และ ปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนดังกล่าว โดยระบุว่า ตนเองถูกคุกคามผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 ภายหลังจากการลงพื้นที่ทำข่าวความคืบหน้าคดีลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ

ก่อนหน้านี้ ฐปณีย์ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊ก 10 เพจที่มีพฤติการณ์ใส่ร้ายป้ายสีไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลาเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 และได้ยื่นหนังสือต่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่คุกคามสื่อมวลชน นักกิจกรรม และภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ภายหลังการแจ้งความและยื่นหนังสือร้องเรียน ฐปณีย์พบว่าการโจมตีและการใส่ร้ายยังคงเพิ่มขึ้นและขยายขอบเขตไปยังบัญชีผู้ใช้งานไม่ต่ำกว่า 1,000 บัญชี โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงและยุยงให้เกิดความเกลียดชัง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเพจเหล่านี้มีชื่อและพฤติการณ์สอดคล้องกับเครือข่ายบัญชีที่บริษัทเฟซบุ๊กเคยจัดทำรายงานและสั่งลบไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 จำนวน 77 บัญชี 18 กลุ่มข่าว และ 18 กลุ่มในอินสตาแกรม

รายงานในขณะนั้นระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ข้อมูลดังกล่าวยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ รองศาสตราจารย์ เอกรินทร์ ต่วนศิริ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อันวาร์ กอมะ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ที่ศึกษาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการสร้างความเกลียดชังระหว่างปี 2563 ถึง 2564 และพบบัญชีที่มีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันกว่า 1,000 บัญชี

สำหรับเพจที่ถูกนำมาใช้โจมตีในกรณีนี้ เช่น ทันข่าวภาคใต้ เรื่องราวชายแดนใต้ ข่าวสามจังหวัดชายแดนใต้ ใต้พรมชายแดนใต้ ค้นข่าวชายแดนใต้ และเปิดโปงขบวนการ BRN พบว่า มีชื่อเพจและชุดข้อความตรงกับรายงานของเฟซบุ๊กในอดีต รวมทั้งมีเพจเคลื่อนไหวในลักษณะใส่ร้ายโจมตีอีกไม่ต่ำกว่า 30 เพจ บัญชีผู้ใช้งานที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นบัญชีนิรนามหรืออวตาร ส่งผลให้ข้อความที่เป็นข่าวปลอมกระจายไปยังผู้ใช้งานไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบัญชี

งานวิจัยของวิทยากรจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ระบุด้วยว่า ชุดคำที่เครือข่ายนี้นำมาใช้จัดอยู่ในกลุ่มถ้อยคำอันตรายที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง การแพร่กระจายข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับประชาชนและนักกิจกรรมออกไปนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เพียงกระทบต่อสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่ยังส่งผลต่อกระบวนการสันติภาพในพื้นที่ที่กำลังเผชิญกับปัญหาในรูปแบบสงครามดิจิทัล

ฐปณีย์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตนเองเคยตกเป็นเป้าหมายของปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารมาแล้วหลายครั้งเมื่อมีการนำเสนอข่าวที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสิทธิมนุษยชน เช่น การรายงานข่าวชาวโรฮีนจาในปี 2558 ข่าวการยื่นฟ้องคดีตากใบก่อนหมดอายุความในปี 2567 และข่าวการส่งกลับชาวอุยกูร์ในปี 2568

การร้องเรียนต่อ กสม. ในครั้งนี้จึงดำเนินการเพื่อขอให้ตรวจสอบระบบการคุกคามดังกล่าว เนื่องจากมีข้อความบางส่วนที่มุ่งหมายถึงความปลอดภัยในชีวิต และประเด็นนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะสื่อมวลชน แต่ครอบคลุมถึงการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้วย

ด้าน วสันต์ ภัยหลีกลี้ กสม. กล่าวภายหลังการรับเอกสารร้องเรียนว่า ตนเองเป็นตัวแทนรับเรื่องในวันนี้ และจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการ ก่อนจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...