โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อียูงัดแผนลดค่าไฟ-เติมก๊าซ สู้วิกฤติพลังงานแพง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 22 เม.ย. เวลา 00.59 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. เวลา 07.30 น.

ท่ามกลางราคาพลังงานขยับขึ้นไม่หยุด คณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมประกาศแผน “ลดค่าไฟ” ผ่านการลดภาษี และร่วมมือกันเติมก๊าซสำรองในช่วงฤดูร้อน หวังลดแรงกระแทกด้านพลังงานจากสงครามอิหร่าน

ร่างข้อเสนอที่สำนักข่าวรอยเตอร์สเห็น ระบุว่า อียูจะยังไม่ใช้มาตรการแรงในตอนนี้ เช่น การตั้งเพดานราคาก๊าซ หรือเก็บภาษีกำไรพิเศษจากบริษัทพลังงาน ซึ่งเคยใช้มาแล้วในปี 2022 ตอนรัสเซียลดการส่งก๊าซจนราคาพุ่งสูงมาก

แทนที่จะใช้มาตรการรุนแรง คณะกรรมาธิการมีแผนปรับกฎภาษีของสหภาพยุโรปเพื่อ “เอื้อไฟฟ้ามากกว่าน้ำมันและก๊าซ” และทำให้รัฐบาลสามารถลดภาษีไฟฟ้าของภาคอุตสาหกรรมลงเหลือศูนย์ได้ง่ายขึ้น ตามร่างเอกสารที่ยังอาจมีการแก้ไขก่อนเผยแพร่

นอกจากนี้ EU จะเข้ามาประสานความพยายามของประเทศสมาชิกในการเติมก๊าซสำรองในช่วงหลายเดือนข้างหน้า พร้อมให้แนวทางว่า รัฐบาลควรรับมือกับความเสี่ยงขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานอย่างไร

จากการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซในระดับสูง ทำให้ยุโรปเปราะบางต่อราคาที่พุ่งขึ้น หลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดใช้งานโดยพฤตินัย และอิหร่านเริ่มโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง

ราคาก๊าซอ้างอิงของยุโรปในวันอังคาร อยู่สูงกว่าก่อนสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ราวหนึ่งในสาม

อย่างไรก็ตาม ซัพพลายเออร์น้ำมันและก๊าซรายใหญ่ของอียู ได้แก่ สหรัฐและนอร์เวย์ ไม่ได้อยู่ในตะวันออกกลาง และวิกฤติอิหร่านยังไม่ทำให้เกิดการขาดแคลนเชื้อเพลิงในยุโรปในขณะนี้ แม้สายการบินจะเตือนว่า ปัญหาขาดแคลนน้ำมันเครื่องบิน อาจเกิดขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์

เจ้าหน้าที่อียูระบุว่า การตอบสนองที่ค่อนข้างจำกัดของสหภาพ สะท้อนความจริงที่ว่า “รัฐบาลประเทศสมาชิก” ไม่ใช่บรัสเซลส์ เป็นผู้ควบคุมเครื่องมือสำคัญในการจัดการวิกฤต เช่น เงินอุดหนุน การลดภาษีและค่าธรรมเนียมภายในประเทศ

แผนของคณะกรรมาธิการจึงเน้นแนวทาง “ไม่ผูกพัน” เพื่อให้รัฐบาลสามารถบรรเทาผลกระทบได้ทันที เช่น การกำหนดให้ภาคธุรกิจหลีกเลี่ยงการเดินทางทางอากาศเท่าที่เป็นไปได้

เอลิซาเบตตา คอร์นาโก รองผู้อำนวยการจากสถาบันวิจัย Centre for European Reform กล่าวว่า หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดต่อไป อาจทำให้เกิดแรงกระแทกด้านน้ำมันที่ “รุนแรงกว่าปี 2022” โดยก๊าซอาจกระทบในระดับใกล้เคียงกัน แต่ไฟฟ้าน่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า”

เธออธิบายว่า เป็นเพราะประเทศต่าง ๆ ได้ขยายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ปี 2022

ข้อมูลจากสถาบัน Ember ระบุว่า เมื่อปีที่ผ่านมา EU ผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำ รวมถึงพลังงานหมุนเวียนและนิวเคลียร์ คิดเป็น “71% ของทั้งหมด” เพิ่มขึ้นจากราว 60% ในปี 2022
อ้างอิง: reuters

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...