กต.ย้ำสถานการณ์ตะวันออกกลางยังวิกฤต เร่งอพยพคนไทย
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยกล่าวถึงพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ว่ายังคงมีความตึงเครียดสูง มีการโจมตีตอบโต้ระหว่างคู่ขัดแย้งหลัก และมีการโจมตีประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับอย่างต่อเนื่อง แม้ส่วนใหญ่จะสามารถสกัดกั้นไว้ได้
เมื่อช่วงเย็นวานนี้(23 มี.ค.) ตามเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศผ่านโซเชียลมีเดีย ว่า สหรัฐและอิหร่านได้หารือกันอย่างสร้างสรรค์เพื่อยุติความเป็นปฏิปักษ์ในตะวันออกกลาง โดยฝ่ายสหรัฐได้สั่งชะลอการโจมตีโครงสร้างพลังงานของอิหร่านเป็นเวลา 5 วัน อย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานปฏิเสธการหารือดังกล่าว และยังคงมีการโจมตีตอบโต้กันในภูมิภาค ซึ่งต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมยังคงมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศ จึงขอเน้นย้ำให้คนไทยพิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด ติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงแจ้งที่อยู่และหมายเลขติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ
นายปาณิดล เผยความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ และการดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเริ่มจากประเทศอิสราเอล ตามที่ได้รายงานเมื่อวานนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ กำลังประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสายการบินแอลอัล เพื่อดำเนินการส่งร่างแรงงานไทย 1 รายที่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิดกลับประเทศไทย ในเบื้องต้นทราบว่าร่างผู้เสียชีวิตจะเดินทางถึงประเทศไทยในช่วงเช้าวันที่ 26 มี.ค. 2569
ส่วนอิหร่านและตุรกี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา และกรมการกงสุล ได้ประสานการอพยพแรงงานไทยในฟาร์มกุ้ง 4 ราย ออกจากเมืองบันดาอับบาส เมืองชายฝั่งตอนใต้ของอิหร่าน โดยทั้ง 4 รายได้เดินทางข้ามไปยังตุรกีโดยสวัสดิภาพแล้ว และมีกำหนดเดินทางกลับถึงประเทศไทยในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ (25 มี.ค.)นอกจากนี้ยังมีนักศึกษาไทย 7 ราย และแรงงานฟาร์มกุ้งอีก 1 ราย รวมทั้งสิ้น 8 ราย ซึ่งเดินทางทางบกจากอิหร่านไปยังตุรกีในวันพรุ่งนี้ และตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและฝ่ายไทย ได้ขอความร่วมมือกับประเทศและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับความปลอดภัยของการเดินเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ล่าสุดมีเรือพาณิชย์ของไทยบางส่วนสามารถเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างปลอดภัยแล้ว ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศจะยังคงให้ความสำคัญกับการเดินเรือพาณิชย์อย่างปลอดภัยต่อไป
นายปาณิดล กล่าวว่า ช่วงค่ำวานนี้ (23 มี.ค.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อขอบคุณที่อำนวยความสะดวกให้คนไทยจากประเทศในภูมิภาคสามารถเดินทางกลับประเทศไทยผ่านทางซาอุดีอาระเบีย ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางโดยแสดงจุดยืนร่วมกันที่หวังจะเห็นความขัดแย้งยุติโดยเร็ว ผ่านการดำเนินการทางการทูตและการเคารพต่อกฎบัตรสหประชาชาติ
“สำหรับคนไทยที่ยังอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าให้ติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการ เพื่อประเมินความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการโดยเคร่งครัด นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือให้ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยในตะวันออกกลางมายังประเทศไทยหรือประเทศที่สามรวมทั้งสิ้น 1,483 คนโดยรัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย” นายปาณิดล กล่าว