โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MPJ ต้นทุนขนส่งเอาอยู่ เกมโลจิสติกส์ยังแกร่ง

ทันหุ้น

อัพเดต 14 มี.ค. เวลา 14.53 น. • เผยแพร่ 15 มี.ค. เวลา 18.30 น.

#MPJ #ทันหุ้น – MPJ รับศึกตะวันออกกลางเดือด บอสใหญ่ “จีระศักดิ์ มานะตระกูล” ลั่นต้นทุนขนส่งเอาอยู่ ชี้สัดส่วนลูกค้าตะวันออกกลางมีเพียง 2% กระทบจำกัด ลุ้นเส้นทางทะเลแดงกลับมาเปิดเต็มสูบ ปลายไตรมาส 2/2569 เชื่อออเดอร์ทะลัก

นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ ผู้นำโลจิสติกส์แบบครบวงจรและผู้นำด้านบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์เปิดเผยถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง จนส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงานผ่าน “ช่องแคบฮอร์มุซ” ว่า แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะมีความเสี่ยงทำให้ราคาน้ำมันในประเทศไทยพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากการพึ่งพาการนำเข้าจากภูมิภาคดังกล่าว แต่สำหรับMPJ เตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว เนื่องจากบริษัทมีข้อกำหนดในสัญญาการให้บริการขนส่งที่สามารถปรับราคาค่าบริการตามความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาด ส่งผลให้ช่วยลดผลกระทบด้านต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขณะเดียวกันการปิดช่องแคบฮอร์มุซ กระทบต่อธุรกิจลานตู้คอนเทนเนอร์ และ Freight Forwarder ไม่มาก เนื่องจาก MPJ มีสัดส่วนของลูกค้าตะวันออกกลางเพียง 2% จากลูกค้าทั้งหมดเท่านั้นเมื่อเทียบกับมูลค่าการส่งออกไปยังภูมิภาคอื่น

จับตาสงคราม

“ต้องยอมรับว่าการขนส่งของสินค้านำเข้าส่งออกหลักของโลกยังคงเป็นการขนส่งทางเรือ ฃเนื่องจากมีต้นทุนในการขนส่งต่ำ ดังนั้นหากสถานะการสงครามยังยืดเยื้ออยู่ ทำให้มองว่าอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ในแต่ละภูมิภาคอาจมีการขยายการขนส่งทางรางเพิ่มขึ้น เพื่อให้การขนส่งสินค้าในแต่ละภูมิภาคมีความยืดหยุ่นสามารถรองรับการเกิดสถานะการณ์การปิดเส้นทางเดินเรือ” นายจีระศักดิ์ กล่าว

สำหรับด้านอัตราแลกเปลี่ยน ทาง MPJ มีสัดส่วนรายได้ที่เป็นสกุลเงินบาทประมาณ 95% ส่วนอีก5% เป็น USD โดยบริษัทมีการบริหารจัดการให้มีบัญชีสำหรับ USD เพื่อใช้รับรายได้ที่เป็น USD และจ่ายค่าใช้จ่ายเป็น USD เพื่อลดความเสี่ยงด้านความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

มองโอกาสโต

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการเติบโตของรายได้ของ MPJ หรือไม่นั้น นายจีระศักดิ์ ทิ้งท้ายว่า บริษัทคาดว่าจะส่งผลกระทบในวงจำกัด แต่ทั้งนี้หากมีการขึ้นค่าระวางเรืออาจส่งผลกระทบเชิงบวกต่อธุรกิจ Freight Forwarder ขณะเดียวกันหากสถานะการณ์ไม่ยืดเยื้อ และหากสายเรือมีกลยุทธ์ในการรับมือจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก็คาดการณ์ว่าเส้นทางทะเลแดง(Red Sea) กลับมาใช้งานได้อย่างเต็มที่ปลายไตรมาส 2/2569 ซึ่งก็จะมียอด Order ขนส่งไปยังประเทศตะวันออกกลางเข้ามาจำนวนมาก ดังนั้นจากปัจจัยดังกล่าวจะเป็นโอกาสในการทำกำไรในช่วงครึ่งปีหลังในปี 2569 นี้ เนื่องจากจะเกิดความต้องการอย่างมากในการส่งออกสินค้าเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อไปบูรณะซ่อมแซมประเทศในแถบตะวันออกกลาง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...