MPJ ต้นทุนขนส่งเอาอยู่ เกมโลจิสติกส์ยังแกร่ง
#MPJ #ทันหุ้น – MPJ รับศึกตะวันออกกลางเดือด บอสใหญ่ “จีระศักดิ์ มานะตระกูล” ลั่นต้นทุนขนส่งเอาอยู่ ชี้สัดส่วนลูกค้าตะวันออกกลางมีเพียง 2% กระทบจำกัด ลุ้นเส้นทางทะเลแดงกลับมาเปิดเต็มสูบ ปลายไตรมาส 2/2569 เชื่อออเดอร์ทะลัก
นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ ผู้นำโลจิสติกส์แบบครบวงจรและผู้นำด้านบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์เปิดเผยถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง จนส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงานผ่าน “ช่องแคบฮอร์มุซ” ว่า แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะมีความเสี่ยงทำให้ราคาน้ำมันในประเทศไทยพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากการพึ่งพาการนำเข้าจากภูมิภาคดังกล่าว แต่สำหรับMPJ เตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว เนื่องจากบริษัทมีข้อกำหนดในสัญญาการให้บริการขนส่งที่สามารถปรับราคาค่าบริการตามความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาด ส่งผลให้ช่วยลดผลกระทบด้านต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขณะเดียวกันการปิดช่องแคบฮอร์มุซ กระทบต่อธุรกิจลานตู้คอนเทนเนอร์ และ Freight Forwarder ไม่มาก เนื่องจาก MPJ มีสัดส่วนของลูกค้าตะวันออกกลางเพียง 2% จากลูกค้าทั้งหมดเท่านั้นเมื่อเทียบกับมูลค่าการส่งออกไปยังภูมิภาคอื่น
จับตาสงคราม
“ต้องยอมรับว่าการขนส่งของสินค้านำเข้าส่งออกหลักของโลกยังคงเป็นการขนส่งทางเรือ ฃเนื่องจากมีต้นทุนในการขนส่งต่ำ ดังนั้นหากสถานะการสงครามยังยืดเยื้ออยู่ ทำให้มองว่าอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ในแต่ละภูมิภาคอาจมีการขยายการขนส่งทางรางเพิ่มขึ้น เพื่อให้การขนส่งสินค้าในแต่ละภูมิภาคมีความยืดหยุ่นสามารถรองรับการเกิดสถานะการณ์การปิดเส้นทางเดินเรือ” นายจีระศักดิ์ กล่าว
สำหรับด้านอัตราแลกเปลี่ยน ทาง MPJ มีสัดส่วนรายได้ที่เป็นสกุลเงินบาทประมาณ 95% ส่วนอีก5% เป็น USD โดยบริษัทมีการบริหารจัดการให้มีบัญชีสำหรับ USD เพื่อใช้รับรายได้ที่เป็น USD และจ่ายค่าใช้จ่ายเป็น USD เพื่อลดความเสี่ยงด้านความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
มองโอกาสโต
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการเติบโตของรายได้ของ MPJ หรือไม่นั้น นายจีระศักดิ์ ทิ้งท้ายว่า บริษัทคาดว่าจะส่งผลกระทบในวงจำกัด แต่ทั้งนี้หากมีการขึ้นค่าระวางเรืออาจส่งผลกระทบเชิงบวกต่อธุรกิจ Freight Forwarder ขณะเดียวกันหากสถานะการณ์ไม่ยืดเยื้อ และหากสายเรือมีกลยุทธ์ในการรับมือจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก็คาดการณ์ว่าเส้นทางทะเลแดง(Red Sea) กลับมาใช้งานได้อย่างเต็มที่ปลายไตรมาส 2/2569 ซึ่งก็จะมียอด Order ขนส่งไปยังประเทศตะวันออกกลางเข้ามาจำนวนมาก ดังนั้นจากปัจจัยดังกล่าวจะเป็นโอกาสในการทำกำไรในช่วงครึ่งปีหลังในปี 2569 นี้ เนื่องจากจะเกิดความต้องการอย่างมากในการส่งออกสินค้าเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อไปบูรณะซ่อมแซมประเทศในแถบตะวันออกกลาง