โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด่วน! ราเชน ศิลปะรายะ ตัดสินใจลาออกทันที หลังมีคำสั่งเด้งฟ้าผ่า เผยสาเหตุชัดเจน

สยามนิวส์

อัพเดต 29 เม.ย. เวลา 11.33 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. เวลา 11.33 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 เมษายน 2569 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เดินทางเข้ายื่นหนังสือลาออกจากราชการอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดเผยถึงเหตุผลของการตัดสินใจลาออกก่อนเกษียณอายุราชการ

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เดินทางเข้ายื่นหนังสือลาออกจากราชการอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดเผยถึงเหตุผลของการตัดสินใจลาออกก่อนเกษียณอายุราชการ ทั้งที่เดิมวางแผนจะยุติบทบาทในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่มีอายุครบ 60 ปี

นายราเชน ระบุว่า เดิมตั้งใจลาออกในช่วงเวลาดังกล่าวเพื่อให้มีคุณสมบัติครบถ้วนในการรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตข้าราชการ อย่างไรก็ตาม ภายหลังได้หารือร่วมกับครอบครัว จึงตัดสินใจยื่นลาออกทันที โดยให้มีผลในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ทั้งนี้ เจ้าตัวยอมรับว่า การตัดสินใจดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ เรื่องของผู้ใหญ่ แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบเป็นวงกว้าง

ประเด็นที่ถูกจับตามองคือ การเปิดเผยว่ามีบุคคลพยายามติดต่อเข้าพบในลักษณะผิดปกติ โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาถึง 5-6 ครั้ง แต่เมื่อมีการนัดหมายกลับไม่ปรากฏตัวตามนัด และมีบุคคลอื่นอ้างตัวเข้ามาแทน พร้อมระบุว่าจะเข้าหารือเกี่ยวกับการซ่อมอากาศยานของหน่วยงาน ทั้งที่ไม่ใช่บุคคลเดียวกับผู้ที่นัดหมายไว้ โดยนายราเชนยืนยันว่ามีการบันทึกข้อมูลการติดต่อและหลักฐานครบถ้วน

สำหรับประเด็นงบประมาณซ่อมบำรุงอากาศยานประจำปี 2570 นายราเชน ชี้แจงว่าเป็นขั้นตอนปกติของหน่วยงานภาครัฐ ที่ต้องเสนอของบประมาณตามภารกิจ โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีอากาศยานมากกว่า 30 ลำ และใช้งบประมาณซ่อมบำรุงปีละประมาณ 300 ล้านบาท บางรายการมีมูลค่าสูงถึง 30-40 ล้านบาท ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตของผู้ปฏิบัติงาน พร้อมกันนี้ยังยืนยันว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมดดำเนินการอย่างโปร่งใส และเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ

ในส่วนของกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการโยกย้ายตำแหน่งก่อนเกษียณ นายราเชน ระบุว่า เป็นนโยบายของผู้บริหารที่ต้องการปรับเปลี่ยนตำแหน่งให้เหมาะสมในช่วงใกล้เกษียณ โดยยืนยันว่าไม่ได้ติดใจ และพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งในฐานะข้าราชการมืออาชีพ หากเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

อย่างไรก็ตาม นายราเชน ย้ำชัดว่า การลาออกครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการกระทำความผิดหรือมีมลทินในชีวิตราชการ แต่เป็นการตัดสินใจส่วนตัว เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน และต้องการกลับไปใช้เวลากับครอบครัว หลังจากรับราชการมาอย่างยาวนาน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง และยังคงรักษาศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการ

ทั้งนี้ การลาออกอย่างกะทันหันดังกล่าว ทำให้เกิดกระแสตั้งข้อสังเกตในสังคมว่า อาจมีปัจจัยเบื้องหลังมากกว่าที่เปิดเผย ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันภายในหน่วยงาน หรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณที่มีความอ่อนไหว ซึ่งยังต้องติดตามข้อเท็จจริงกันต่อไป

สำหรับประเด็นที่มีการตั้งคำถามว่าไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารชุดใหม่ นายราเชน ยอมรับว่า เส้นทางการทำงานที่ผ่านมาเติบโตมาจากสายงานที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมือง โดยเริ่มจากการเป็นหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี ก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรองอธิบดี และทำงานใกล้ชิดผู้บริหารหลายยุค แม้จะเคยถูกมองว่าเป็น คนของนักการเมือง แต่ยืนยันว่า ในฐานะข้าราชการมืออาชีพ มีหน้าที่สนองนโยบายของผู้บริหารทุกฝ่าย ภายใต้กรอบของความถูกต้องและกฎหมาย

ทั้งนี้ นายราเชน ย้ำชัดว่า แม้จะทำงานกับฝ่ายการเมือง แต่มีเส้นแดงที่ไม่ก้าวข้าม คือ การไม่ทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือไม่ถูกต้อง อย่ามาให้ทำในสิ่งที่ผิด มีจุดยืนของตัวเอง หากมีข้อสงสัยหรือข้อกล่าวหาใด ๆ ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทันที เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ ถ้าผิด ให้ตรวจสอบได้เลย รับได้เสมอ แต่ในทางกลับกัน หากต้องอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันหรือไม่สามารถยืนอยู่บนหลักการได้ ก็ยืนยันว่าการลาออกคือทางเลือกที่ชัดเจนที่สุด ไม่ผิดแล้วอยู่ไม่ได้ ก็ลาออก

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...