โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

อย.บุกโรงงานปลากระป๋องสมุทรสาคร อายัดกว่า 13,000 กระป๋อง ปมใช้วัตถุดิบไม่ตรงฉลาก

สยามรัฐ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อย.บุกตรวจโรงงานปลากระป๋องในสมุทรสาคร สั่งอายัดกว่า 13,000 กระป๋อง หลังพบใช้วัตถุดิบไม่ตรงฉลาก “ศุภมาส” เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง พร้อมดำเนินคดีหากพบผิดกฎหมาย

วันที่ 05 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น.นายปฐวี เยาวลักษณ์ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ,นายแพทย์ประกิจ สาระเทพ. นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร นายชัยวัฒน์ วิเศษการ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดสมุทรสาคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจสอบบริษัทผลิตปลากระป๋อง ที่ตั้งอยู่ใน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตปลากระป๋องตามที่มีคลิปวิดีโอจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ปรากฏในสื่อก่อนหน้านี้ โดยตามคลิปมีการตั้งข้อสังเกตว่าปลากระป๋องที่ซื้อมามีลักษณะผิดปกติ ไม่ตรงกับฉลากที่ระบุว่าเป็นปลาแมคเคอเรล แม้ล่าสุดผู้โพสต์จะลบคลิปเนื่องจากได้รับการเยียวยาจากบริษัทและมีการเรียกคืนสินค้าแล้ว แต่เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคและรักษาคุณภาพ มาตรฐาน รวมถึงความปลอดภัยด้านอาหารของประเทศ ทางเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ก็ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบในเรื่องนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจนและดำเนินการให้ถึงที่สุด หากพบการกระทำความผิด

ทั้งนี้จากการเข้าตรวจสอบ ก็ได้พบกับทางเจ้าของโรงงาน และนำเข้าไปตรวจสอบอุปกรณ์การผลิต รวมถึงวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมาแล้ว ซึ่งเบื้องต้นก็ได้มีการสั่งอายัติผลิตภัณฑ์เอาไว้พร้อมกับเรียกคืนสินค้าในตลาดจำนวน 9,500 กระป๋อง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทางคณะผู้ตรวจฯ ให้ข้อมูลว่า การเข้ามาตรวจในครั้งนี้ ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากระทำความผิดใดๆ แต่มาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบการกระทำความผิดจึงจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป หรือหากพบว่า มีส่วนใดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ก็จะสั่งการให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายทันที แต่ถ้ายังไม่ดำเนินการ ก็จะไม่สามารถผลิตสินค้าใดๆ ได้อีก และในวันพรุ่งนี้ (06 พ.ค.69) เวลา 12.00 น.นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามกระบวนการผลิตปลากระป๋อง จากที่มีกระแสข่าวในสังคมออนไลน์ที่พบวัตถุดิบไม่ตรงตามสลาก ดังนั้นจึงขอให้ทางบริษัทฯ เตรียมข้อมูลที่ชัดเจนไว้รายงานต่อรัฐมนตรีฯ ด้วย

ขณะที่ทางด้านของเลขาธิการฯ อย.ได้ให้ข้อมูลข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่า จากการตรวจสอบพบว่า สถานที่ผลิตไม่ผ่านหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP) และพบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ใช้ปลาชนิดอื่นตามที่เป็นข่าว เจ้าหน้าที่จึงได้สั่งให้บริษัทเรียกคืนสินค้าทั้งหมดออกจากท้องตลาด และดำเนินการอายัดผลิตภัณฑ์ยี่ห้อที่เป็นข่าวและยี่ห้ออื่นที่พบทั้งหมด ณ สถานที่ผลิตจำนวน 12,760 กระป๋อง และที่พบ ณ สถานที่จำหน่ายจำนวน 250 กระป๋อง แล้ว พร้อมทั้งประสานกรมประมงเพื่อตรวจยืนยันสายพันธุ์ปลาที่ใช้ให้ชัดเจนอีกครั้ง
เลขาธิการฯ อย. เน้นย้ำว่า กรณีการเปลี่ยนวัตถุดิบเป็นปลาชนิดอื่นแทนปลาแมคเคอเรลตามที่ได้รับอนุญาต และแสดงฉลากให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า ปลากระป๋องนั้นผลิตจากปลาแมคเคอเรล แม้ว่าปลานั้นจะเป็นปลาที่รับประทานได้อย่างปลอดภัย แต่ถือว่าเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ฐานผลิตอาหารปลอม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท และฐานแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญ มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท จึงขอเตือนผู้ผลิตทุกรายให้ดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม การกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นการหลอกลวงผู้บริโภคแล้ว ยังทำลายความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมอาหารไทย หากตรวจพบการกระทำผิด อย. จะดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นสูงสุด ทั้งนี้ ปลากระป๋องที่ทำจากปลาแมคเคอเรล จะมีลักษณะเป็นเกล็ดเล็กละเอียดมากจนอาจเห็นเป็นผิวเรียบ เนื้อสัมผัสจะนุ่มและแตกง่ายเมื่ออยู่ในซอสมะเขือเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...