ฮอร์มุซแทบร้าง! เรือสินค้านับร้อยลำเปลี่ยนเส้นทางไปจอดใกล้ดูไบ หลังอิหร่านขยายอำนาจคุมทะเล
ฮอร์มุซแทบร้าง! เรือสินค้านับร้อยลำเปลี่ยนเส้นทางไปจอดใกล้ดูไบ หลังอิหร่านขยายอำนาจคุมทะเล ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังปะทุไม่หยุด
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.49 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เรือสินค้านับร้อยลำรวมตัวกันบริเวณนอกชายฝั่งดูไบในวันอังคาร ขณะที่การจราจรในช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดนิ่ง หลังอิหร่านขยายพื้นที่ควบคุมทางทะเล ส่งผลให้ผู้ประกอบการเดินเรือเร่งหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว ท่ามกลางสถานการณ์หยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ยังเปราะบาง และมีการปะทะกันเป็นระยะ แม้สหรัฐจะระบุว่าได้เปิดทางเดินเรือบางส่วนแล้วก็ตาม
ลูกเรือหลายลำรายงานว่าได้รับสัญญาณวิทยุแจ้งเตือนถึงเขตควบคุมใหม่ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ขณะเดียวกัน การโจมตีท่าเรือฟูไจราห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยิ่งตอกย้ำว่าอิหร่านกำลังขยายอำนาจควบคุมในพื้นที่ ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซแทบไม่มีเรือสัญจรในช่วงเช้า โดยจำนวนเรือผ่านช่องแคบลดลงเกือบเป็นศูนย์ จากเดิมราว 135 ลำต่อวันก่อนเกิดสงคราม
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินเรือระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนการยกระดับความตึงเครียด โดยสหรัฐฯ พยายามสร้างสมดุลอำนาจในพื้นที่ ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการขยายอิทธิพล ทำให้โอกาสที่การเดินเรือจะกลับมาเป็นปกติในเร็ววันยังมีจำกัด
การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อตลาดขนส่งสินค้าและพลังงานทั่วโลก โดยราคาค่าระวางและดัชนีชี้วัดต่าง ๆ ผันผวนอย่างรุนแรง ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันและเคมีภัณฑ์จำนวนมากยังติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย
เหตุการณ์ล่าสุดยิ่งเพิ่มความระมัดระวังในอุตสาหกรรมเดินเรือ หลังบริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี (Abu Dhabi National Oil Company) ยืนยันว่าเรือซูเปอร์แท็งเกอร์ของบริษัทถูกโดรนโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ และเกาหลีใต้รายงานว่าเรือของตนถูกโจมตีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น สะท้อนความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง
อ้างอิง : bloomberg.com