โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เสียงถึงร่องรอยที่หลงเหลือ บรรยากาศผลพวงตึก’สตง.ถล่ม’ครบ 1 ปี

เดลินิวส์

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 16.09 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. เวลา 04.00 น. • เดลินิวส์
ผ่านมา 1 ปี แต่ภาพจำ“นาทีเกิดเหตุ” อาคารระหว่างก่อสร้าง ความสูง 30 ชั้น มูลค่ากว่า 2,100 ล้านบาท พังถล่มกลับยังชัดเจน

ข้างต้นนี้สะท้อนความรู้สึกที่ตรงกัน หลัง“ทีมข่าวอาชญากรรม”ลงพื้นที่สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ถล่มลงมาหลังแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มี.ค.68 ซากปรักหักพังสามารถเก็บกู้ออกไปได้ แต่ร่องรอยที่ยังเหลือไว้ คือความเงียบเหงาจวบจนวันนี้

นายประสิทธิ์ ประวรรณโก วินรถจักรยานยนต์(จยย.)รับจ้าง หน้าศูนย์การค้าเจเจมอลล์ เล่าย้อนเหตุการณ์ว่า ช่วงประมาณเที่ยงวันตนนั่งอยู่ที่วินรถจยย.รับจ้างกับเพื่อนอีก 2 คน สักพักรู้สึกหน้ามืด ดีขึ้นแล้วจึงเงยหน้าขึ้นไปดูสายไฟจึงเห็นว่าสั่นแรงมาก ก่อนเห็นเครนของอาคารฝั่งตรงข้ามสั่นอย่างรุนแรง และได้ยินเสียงระเบิดดังออกมา

จากนั้นอาคารที่กำลังก่อสร้างฝั่งตรงข้ามถล่มลง ใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที หลังตึกถล่มลงมา ฝุ่นในพื้นที่หนามาก ในช่วงเกิดเหตุคนงานก่อสร้างวิ่งกรูกันออกมา เป็นช่วงที่ชุลมุนมาก

“ยืนยันว่าภาพเหตุการณ์ในวันนั้นมันชัดเจนมาก จากปีก่อนหน้าจนมาถึงวันนี้จะครบรอบ 1 ปีที่ตึกถล่ม ตนเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างยังคงปกติ หน่วยงานก็ไม่ได้เข้ามายุ่งกับตึก จะเห็นว่ามีคนมาเซ่นไหว้ที่ตึกบ้าง”

อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์นี้ยอมรับว่าส่งผลกระทบกับตนเอง เพราะจำนวนลูกค้าที่หายไปเกือบ 90 % พร้อมฝากรัฐบาลหากจะทำตึกใหม่ก็ไม่ต้องทำให้สูงมาก

ด้านนายอรรถกร สังข์ทอง พ่อค้าหน้าตลาดเจเจมอลล์ เปิดเผยว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุตนอยู่ที่ร้านและขายของอยู่ ตอนแรกคิดว่าเวียนหัวแต่มารู้ตัวอีกทีคือแผ่นดินไหว ก่อนจะเห็นเงาสะท้อนตึกฝั่งตรงข้ามว่า เครนด้านบนกำลังสั่นอย่างรุนแรงก่อนมีเสียงระเบิดและมีคนงานเริ่มวิ่งออกมา

หลังจากนั้นเพียงเสี้ยววินาทีตึกได้ถล่มลงมา ก็เห็นคนวิ่งออกมาเยอะมากขึ้น ในวันนั้นข้าวของของตนเสียหายจากฝุ่นที่คลุ้งไปทั่ว และจากเหตุการณ์นั้นก็ได้รับผลกระทบเนื่องจากคนงานที่ปกติจะมาซื้อของก็หายไป ย้ำว่าหายไปเยอะมาก รวมถึงนักท่องเที่ยวที่บางตาลง

“เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ได้เรียนรู้ว่าทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และจะเกิดขึ้นในเวลาไหนก็บอกไม่ได้”

ส่วนการป้องกันที่รัฐออกมาตรการ ยอมรับว่าปัจจุบันน่าจะดีกว่าเพราะมีสัญญาณเตือนจากโทรศัพท์มือถือ ทำให้สามารถระวังตัวได้มากขึ้น ต่างจากเดิมไม่มีสัญญาณเตือน ทำให้ไม่รู้ว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้

ขณะที่นายอวยพร จันทรรังสรรค์ คนขับรถตุ๊กตุ๊ก หนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนเองจอดรถอยู่ฝั่งเดียวกับตึกที่ถล่ม ก่อนจะเห็นว่าตึกเริ่มเอียงและยุบตัวลงมาอย่างรวดเร็ว หลังตึกถล่มลงมาเป็นช่วงที่ชุลมุนมาก ผู้คนกรูกันออกมาจากไซด์งานก่อสร้าง ร้านขายของข้างทางไม่สามารถขายได้ เพราะฝุ่นที่หนา และภาพที่จำได้แม่นที่สุดคือตอนที่ยุบตัวลงมา

ช่วง 1 ปีมานี้ เห็นว่าบริเวณนี้เงียบเหงามากขึ้น เพราะตอนที่คนงานทำงานอยู่ก็มีคนมาใช้บริการบ้าง ไม่ได้เงียบเหงาแบบนี้ จากเหตุการณ์ครั้งนั้นสะท้อนว่าตึกสมัยก่อนที่คนไทยเป็นคนทำไม่เคยเกิดเหตุการณ์ถล่มแบบนี้ พร้อมตั้งข้อสังเกตสิ่งที่รัฐดำเนินการในตอนนี้ไม่ได้เป็นการป้องกันที่เห็นเป็นรูปธรรม

“ตอนนี้ทุกอย่างเหมือนสุภาษิตที่ว่า มือใครสาวได้สาวเอา ตนเกิดมา 50 ปี ยังไม่เคยเห็นตึกที่ไหนถล่มลงมา ถ้าป้องกันได้ก็อยากให้รัฐใช้บริษัทผู้รับเหมาที่เป็นคนไทยดีกว่า”

ชัดเจนว่า ณ จุดเกิดเหตุ จะไม่มีการก่อสร้างอาคารสตง.แห่งใหม่ขึ้นอีก เรื่องนี้แม้ลดกระแสความหวาดกลัวลงได้ แต่เชื่อว่า“บาดแผล”ที่เกิดขึ้นแล้ว คงอยู่เป็นบทเรียนไปตลอดกาล.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...