'พีรวิชญ์' หนุนตั้ง ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพนักเรียน เปลี่ยนโรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย สอดคล้อง ร่าง พ.ร.บ.การศึกษา เพื่อไทย
พีรวิชญ์ ขันติศุข ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย วันนี้ (18 มีนาคม 2569) หลังได้อ่านข่าว ครูโรงเรียนดัง จ.ชลบุรี ปิดห้องซ้อม นักเรียน ป.6 ใช้วาจาไม่สุภาพ เตะ-ต่อย ไม่ยั้ง นักเรียนร่ำไห้ขอกราบเท้าขอโทษ ยังไม่หยุด และมีคลิปเผยแพร่ทางออนไลน์
โดย 'พีรวิชญ์' ระบุว่า “มึงเคยโดนพ่อมึงซ้อมอย่างนี้ไหม” นี่คือคำพูดที่ครูพูดกับเด็กครับ ผมรู้สึกโกรธมากครับ สำหรับผมมันไม่ใช่แค่ว่าครูทำเกินไป แต่เป็นการที่เด็กคนหนึ่งถูกละเมิดในสถานที่ที่ควรจะ “ปลอดภัยที่สุด” อย่างโรงเรียนครับ ข่าวเช่นนี้วนซ้ำตลอดในช่วงที่เราร่างกฎหมายฉบับนี้ และทุกครั้งที่เห็น กลับทำให้ผมยิ่งอยากผลักดันให้มีการปกป้องสิทธิเสรีภาพของเด็กทุกคน
ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจึงผลักดัน ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพนักเรียน เพื่อให้โรงเรียนเป็นที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียนทุกคน
ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับพรรคเพื่อไทย กำหนดให้กระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่ในการจัดตั้ง ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพนักเรียน ที่มีการทำงานร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย จิตวิทยา สิทธิมนุษยชน เพื่อเป็นกลไกตรวจสอบและระงับเหตุละเมิดสิทธิในสถานศึกษา
แล้วทำไมเราต้องมีศูนย์นี้? จะซ้ำซ้อนกับที่มีอยู่แล้วหรือเปล่า? คำตอบสั้น ๆ คือ "ระบบการตรวจสอบกันเองภายใน" มักล้มเหลว เมื่อเกิดเหตุครูทำร้ายนักเรียน บ่อยครั้งที่สถานศึกษามักเลือก "ไกล่เกลี่ย" เพื่อรักษาชื่อเสียงโรงเรียน ความล่าช้าและลำเอียงในอดีตทำให้เด็กจำนวนมากต้องตกอยู่ในสภาวะจำยอมและบอบช้ำทางจิตใจ ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายกำแพงนี้ โดยกำหนดกรอบเวลาสอบสวนที่ชัดเจนและมีบทลงโทษถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตวิชาชีพ
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องในโรงเรียน แต่คือ "สิทธิมนุษยชน" เราต้องหยุดมองว่าการตีหรือการด่าทอเป็น "เรื่องในโรงเรียน" เพราะนักเรียนคือมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีติดตัวมาแต่กำเนิด การทำร้ายร่างกายและข่มขู่ (ดังเช่นกรณีครูตบตีเด็ก ป.5) ไม่ใช่การอบรมสั่งสอน แต่คือ "อาชญากรรม" และการละเมิดสิทธิมนุษยชน การมีกฎหมายคุ้มครองสิทธิผู้เรียนจึงเป็นการประกาศว่า รัฐจะไม่ยอมให้พื้นฐานความเป็นมนุษย์ถูกลิดรอนเพียงเพราะสถานะ "ครู" หรือ "นักเรียน"
ในประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านสิทธิมนุษยชนอย่างฟินแลนด์ ออสเตรเลีย กรณีครูทำร้ายนักเรียนถือเป็นเรื่องร้ายแรงระดับประเทศ ที่มีมาตรการเหล่านี้
1) การพักงานทันทีเมื่อมีข้อกล่าวหา ครูจะถูกสั่งพักงานโดยไม่มีข้อยกเว้นจนกว่ากระบวนการสอบสวนจะเสร็จสิ้น
2) การสอบสวนโดยหน่วยงานอิสระตรวจสอบจะไม่ทำโดยคนในโรงเรียน แต่เป็นหน่วยงานกลางที่เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็กโดยเฉพาะ
3) การเพิกถอนสิทธิถาวร: หากผิดจริง ครูจะถูกแบนจากวิชาชีพตลอดชีวิต และถูกดำเนินคดีอาญาอย่างเข้มงวดเสมือนทำร้ายร่างกายประชาชนทั่วไป
การจัดตั้ง « ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพนักเรียน » คือการวางรากฐาน เปลี่ยนโรงเรียนจากพื้นที่อำนาจนิยมให้กลายเป็น พื้นที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้าง ทุนมนุษย์ เมื่อเด็กไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงว่าจะถูกละเมิดหรือถูกทำร้าย เด็กจะสามารถคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ กล้าที่จะตั้งคำถามและสร้างนวัตกรรม อันเป็นหัวใจของการขับเคลื่อน เศรษฐกิจมูลค่าสูงต่อไปครับ