โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ส่งออก ‘ญี่ปุ่น’ ก.พ.โต 4.2% แต่ตลาด 'จีน-สหรัฐ' ซบเซาหนัก

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 18.43 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 01.34 น.

ซีเอ็นบีซีรายงานว่า ตัวเลขการส่งออกญี่ปุ่น ในเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นการชะลอตัวอย่างมากหลังจากแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปีในเดือนม.ค. แต่ยังคงสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 1.6%

การส่งออกจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ลดลง 10.9% ขณะที่การส่งออกสหรัฐอเมริกา ลดลง 8% รวมทั้งมูลค่ารวมของการส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นลดลง 14.8%

ตัวเลขการส่งออกของญี่ปุ่นไปยังสหรัฐอ่อนตัวลงหลังจากที่สหรัฐประกาศการสอบสวนตามมาตรา 301 เกิดขึ้นหลังจากที่ศาลฎีกาได้เพิกถอนมาตรการภาษีตอบโต้ ของทรัมป์ในเดือนก.พ. ซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกเก็บภาษีศุลกากรอีกครั้ง

แม้ว่าการส่งออกไปยังคู่ค้าหลักจะลดลง แต่เศรษฐกิจเอเชียอื่นๆ ก็ช่วยชดเชยส่วนที่ขาดหายไป โดยสินค้าส่งออกไปยังฮ่องกงเพิ่มขึ้นถึง 32.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

รวมทั้งการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 11 ประเทศ ซึ่งรวมถึงอินโดนีเซียและไทย เพิ่มขึ้น 5.1% อีกทั้งมูลค่ารวมของสินค้าส่งออกไปยังกลุ่มประเทศดังกล่าวสูงกว่าจีน ส่วนยอดการส่งออกไปยังยุโรปตะวันตกก็เพิ่มขึ้น 17.5%

การเติบโตของการส่งออกของญี่ปุ่นในเดือนก.พ.ได้รับแรงหนุนจากการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มขึ้น 25.1% และการส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ข้อมูลการส่งออกได้เปิดเผยก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันพฤหัสบดี รวมถึงการพบปะระหว่างนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐในวันเดียวกันด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...