น้ำมันพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ คาดฉุด SET ร่วงสู่ 1,100 จุด
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 16.04 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 09.04 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ หรือ INVX ประเมินความเป็นไปได้ของสงครามในตะวันออกกลาง แบ่งเป็น 3 สถานการณ์หลัก ดังนี้
1. (หยุดยิงใน 2 สัปดาห์) โดยมีสมมติฐานหลังจากที่ผู้นำระดับสูงอิหร่านถูกสังหารไปพร้อมกัน ทำให้ผู้นำระดับรองอาจยอมเจรจาแทน ส่งผลให้ Brent อาจ Overshoot ในระยะสั้น ก่อนจะกลับมาทรงตัวที่ 65-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล, GDP ไทยอยู่ที่ 7% และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังลดดอกเบี้ยสู่ 0.75% ได้ตามแผน
2. (สงครามยืดเยื้อ 3 เดือน) ซึ่งกำลังเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในขณะนี้ เพราะผู้นำระดับรองของอิหร่านน่าจะปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้าโดยอัตโนมัติ รวมถึงการรบกวนเส้นทางเดินเรือในฮอร์มุซ ส่งผลให้ Brent เฉลี่ยที่ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล, GDP ไทยลดเหลือ 5% และ กนง. ต้องชะลอการลดดอกเบี้ย
3. (สงครามบานปลายระดับภูมิภาค) มีความเสี่ยงจากผู้บัญชาการระดับรองของอิหร่านที่อาจตัดสินใจรุนแรงกว่าผู้นำเดิม บวกกับการเข้าร่วมของฮูตีและฮิซบุลเลาะห์ ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูงเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ GDP ไทยขยายตัวลดลงเหลือเพียง 0% และ กนง. อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยสู่ 1.25%
*ปรับเป้า SETปีนี้ขึ้นแตะ 1,500- 1,530จุด แต่ในกรณีเลวร้ายที่สุด อาจลงไปถึง 1,100จุด
INVX ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET ปี 2569 ขึ้นเป็น 1,500-1,530 จุด (จากเดิม 1,450) เพื่อสะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเมืองที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งช่วยสนับสนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทิศทางนโยบายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
การประเมินมูลค่าในกรณีฐาน (Base-case) ของตั้งอยู่บนสมมติฐาน Forward P/E ที่ 15.6 เท่า อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะความตึงเครียดที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านต่ำ (downside potential) ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด อัตราส่วน P/E อาจหดตัวลงเหลือ 12.3 เท่า ซึ่งจะหมายถึงดัชนีที่ระดับประมาณ 1,180 จุด
ในเชิงกลยุทธ์ (Tactical perspective) หากดัชนีมีการย่อตัวลงไปยังระดับ 1,100 จุด ควรถูกมองว่าเป็นโอกาสทองในการสะสมหุ้น เนื่องจากระดับราคา (Valuation) ถือว่าถูกมาก (deeply discounted) และปัจจัยลบส่วนใหญ่ได้สะท้อนไปในราคาหุ้นเรียบร้อยแล้ว
*ชู 4 กลยุทธ์ตลาดหุ้นไทย
- ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์)
เน้นความเร็วและ Tactical Play เพราะเมื่อความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ลดลง สินทรัพย์เสี่ยงจะดีดกลับทันที (Risk-on) โดยเฉพาะหุ้นที่ถูกเทขายหนักในช่วงก่อนหน้า
กลยุทธ์ระยะสั้นจึงแนะนำ "เข้าซื้อเก็งกำไร"
- หุ้นที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันปรับลงแรง และ/หรือ มีฐานลูกค้าตะวันออกกลาง ได้แก่ สายการบิน (AAV THAI BA) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) รพ. ระดับบน (BH BDMS PR9) และท่องเที่ยว (AOT CENTEL ERW MINT)
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จากความเสี่ยงเรื่องห่วงโซ่อุปทานชะงักงันลดลง ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) ยานยนต์ (AH SAT STANLY) วัสดุก่อสร้าง (SCC) และบรรจุภัณฑ์ (SCGP)
-หุ้นที่คาดเป็นเป้าหมาย Short Covering ซึ่งเป็นหุ้น SET50 ที่มีปริมาณขายชอร์ตเพิ่มขึ้นและราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ในช่วงเกิดวิกฤต ได้แก่ LH WHA BTS AOT BDMS CPF MINT AWC HMPRO OR
- ระยะกลาง (3-6 เดือน)
เน้นความทนทานเพื่อสู้กับ Stagflation เพราะแม้สงครามจะสงบ แต่ราคาน้ำมัน Brent ที่ฐานใหม่ (เช่น 80-85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) ยังคงสูงกว่าอดีต (65-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อฝังตัว (Sticky Inflation) และกระทบกำลังซื้อลดลง
กลยุทธ์ลงทุนระยะกลางจึงแนะนำ "ทยอยซื้อสะสม" สำหรับหุ้นที่มี High Pricing Power ซึ่งสามารถส่งผ่านต้นทุนหรือปรับราคาขายให้กับลูกค้าได้เร็ว เพราะเป็นสินค้าจำเป็น (Defensive) หรือมีคู่แข่งน้อยราย รวมทั้งมีความเสี่ยงจำกัดต่อปัจจัยภายนอก ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN CRC)
- ระยะยาว (6-12 เดือนขึ้นไป)
เน้นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เพราะวิกฤตในตะวันออกกลางที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นไป US$120/bbl คาดจะเป็นบทเรียนที่เร่งให้ภาครัฐและธุรกิจทั่วโลกตระหนักถึงความเสี่ยงการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล พร้อมหันไปเตรียมเข้าสู่พลังงานทางเลือกซึ่งเป็น New Normal ด้านพลังงานเร็วขึ้น
กลยุทธ์ลงทุนระยะยาวจึงแนะนำ "ซื้อลงทุน" สำหรับหุ้นกลุ่มพลังงานทางเลือก (Renewable Energy) อาทิ ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM GUNKUL) ที่จะได้แรงหนุนจากนโยบายรัฐและอุปสงค์จากภาคเอกชนที่ต้องการลดความผูกพันกับฟอสซิล, กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (WHA AMATA) ที่รองรับฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และกลุ่มติดตั้งสถานีชาร์จหรือ Solar Rooftop
- ขณะที่ระยะสั้นแนะนำระมัดระวังแรงขาย ในหุ้นพลังงานต้นน้ำ (PTTEP)
ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำและกังวลการเจรจาล้มเหลวหรือเกิดการเผชิญหน้าทางทหารอีกครั้ง INVX แนะนำให้ ถือเงินสดหรือตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของ Bond Yield ท่ามกลางความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ยเฟด ซึ่งการเน้นสินทรัพย์ที่มี Duration สั้น จะช่วยลดความเสี่ยงด้านราคา (Duration Risk) รวมทั้งยังเป็นการสะสมความคล่องตัวเพื่อรอเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีในจังหวะที่ราคาอ่อนตัวลงในอนาคต